บันทึกฝรั่งชี้สภาพบางกอกราวนิยาย แต่เหิมเกริมบรรยายบุคลิกร.4-นินทาวงในแบบเจ็บแสบ

กระบวนเสด็จรัชกาลที่ 4 ไปยังวัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม

ผมเพิ่งได้เป็นเจ้าของหนังสือเก่าเล่มนี้เมื่อไม่นานมานี้ ที่สนใจตอนที่จะได้มาก็เพราะเห็นว่ามีอายุกว่าศตวรรษแล้วและเป็นภาษาอังกฤษที่พอจะอ่านได้ กระนั้นก็ยังสงสัยอยู่ในใจว่าเหตุใดหนังสือเล่มนี้จึงมาอยู่ในเมืองไทย พอมีเวลาว่างหยิบมาอ่านจึงถึงบางอ้อว่ามีบทความหนึ่งเกี่ยวข้องกับบ้านเราและมีภาพลายเส้นประกอบหลายภาพ

บทความบันทึกโดย อัลแลน ดี. บราวน์ (Allan D. Brown) นายทหารเรืออเมริกันที่เดินทางมากับเรือรบเพื่อนําของขวัญมามอบให้ “นายกรัฐมนตรีสยาม” พร้อมกับหนังสือราชการอื่น ๆ เมื่อ พ.ศ. 2411 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการครองราชย์ของรัชกาลที่ 4 โดยมาถึงก่อนที่จะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาเล็กน้อย แต่บทความได้รับการตีพิมพ์เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1870 (พ.ศ. 2413) โดยใช้ชื่อบทความว่า A Visit to Bangkok ที่ผมแปลว่า “เยือนบางกอก 2411” โดยเติมปีที่ผู้บันทึกมาเยือนเข้าไป

ภาพลายเส้นประกอบเรื่องอาจมาจากภาพถ่ายของ ฟรานซิส จิต หรือขุนสุนทรสาทิศลักษณ์ ช่างภาพรุ่นแรกของไทย เพราะผู้บันทึกเล่าว่าได้ไปเยือนเรือนแพของช่างถ่ายรูปชาวพื้นเมือง


กองเรือภาคพื้นเอเชียของราชนาวีเรามีขอบเขตไปถึงที่น่าสนใจหลายแห่งในโลก เริ่มจากสิงคโปร์ในตอนใต้ไปจรดไซบีเรียในตอนเหนือ ซึ่งมีภูมิอากาศและผู้คนต่างกันอย่างมาก โดยสิงคโปร์นั้นเป็นแบบอังกฤษ ในขณะที่ไซบีเรียยังเป็นเมืองป่าเถื่อน

รัฐบาลของเราได้ส่งเรือปืน 3 ลํามาช่วยเหลือในการปราบปรามโจรสลัดในเขตทะเลจีนและหนึ่งในนี้เป็น เรือที่ข้าพเจ้าโชคดีได้ประจําอยู่ เขตปฏิบัติการของเราอยู่ในทะเลตอนใต้ของจีน หลังจาก 10 เดือนในฮ่องกงและพื้นน้ำโดยรอบทําให้เราพร้อมที่จะเปลี่ยนบรรยากาศ เราอยากที่จะไปญี่ปุ่นเพื่อใช้เวลาช่วงฤดูร้อนที่นั้น แต่ความปรารถนาไม่เป็นผล เราถูกส่งไปสยามเพื่อนําอาวุธและเครื่องกระสุนไปมอบให้นายกรัฐมนตรี เป็นของขวัญจากกองทัพเรือพร้อมทั้งหนังสือจากรัฐมนตรีต่างประเทศ และเอกสารประกอบอื่น ๆ ที่จําเป็น

(ซ้าย) ปกในของหนังสือที่ตีพิมพ์บทความ, (ขวา) หน้าแรกของฉบับเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1870

การเดินทาง 10 วัน ไม่มีอะไรที่น่าสนใจ เรือเดินเครื่องจักรไอน้ำ (เราทําไม่ได้มากกว่านั้น) ฝ่ามรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ท่ามกลางท้องฟ้าที่ปราศจากเมฆและแสงอาทิตย์ที่แผดกล้า ชายฝั่งของสยามเป็นบริเวณปากแม่น้ำซึ่งเมืองบางกอกตั้งอยู่ห่างจากทะเล 40 ไมล์ เป็นพื้นที่ต่ำ ที่จริงแล้วต่ำมาก ๆ กระทั่งต้นไม้และพุ่มไม้เติบโตอยู่ในน้ำจะเห็นพื้นดินเฉพาะเวลาน้ำลง

เมื่อเราข้ามสันดอนเข้าสู่แม่น้ำก่อนพระอาทิตย์ตก สายตาเราก็ได้พบกับทัศนียภาพอันงดงาม เป็นเกาะที่ ปกคลุมด้วยวัดซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนประกอบดังหินอ่อนและมองดูเหมือนสิ่งที่สร้างขึ้นในเทพนิยายมากกว่าสิ่งก่อสร้างที่จะพบเห็นได้ เราผ่าน 3 ด้านของสิ่งงดงามนี้ไปตามร่องน้ำอย่างลําบาก ข้าพเจ้าไม่สามารถที่จะบรรยายแต่ภาพลายเส้นคงจะแสดงได้ ไม่น่าเชื่อว่าชาวตะวันออกในปัจจุบันจะสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ แต่เราได้ทราบในเวลาต่อมาว่ามันเป็นอิฐที่ถูกขัดขาว ซึ่งแม้จะทําให้ความคิดที่ว่าก่อสร้างได้ลําบากจะลดไป แต่ก็มิได้ทําให้ความงามลดลง

สภาพทิวทัศน์บางกอกสมัยรัชกาลที่ 4

สองฝั่งแม่น้ำต่ำมาก กะลาสีบางคนไปที่เสากระโดงแล้วรายงานว่าไม่สามารถมองเห็นอะไรจนสุดสายตานอกจากพื้นที่กว้างใหญ่อันเขียวขจี ขณะที่ล่องเรือผ่านขึ้นไปตามลําน้ำเราเห็นต้นส้มและกล้วยมากมาย โดยมีวัดอยู่ที่นี่และที่นั่น โดยมีอาคารของผู้ดูแลสร้างบนเสาสูงเพื่อให้พ้นน้ำเวลาน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นผิดปกติ เราได้ยินฝูงลิงส่งเสียงจ้อกแจ้กแต่มองไม่เห็นแม้ผู้นําร่องจะชี้ให้ดู เราผ่านเรือเล็กและใหญ่จํานวนมาก บ้านสองสามหลังและคลองซอยหลายแห่ง ซึ่งนําไปสู่สถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบ เป็นเส้นทางคมนาคมทางเดียวที่มีอยู่

เรามาถึงที่ทอดสมอหลังจากมืดแล้วชั่วโมงหนึ่ง มันไม่ง่ายนักที่จะเดินทางสวนกระแสน้ำท่ามกลางเรือตกปลาและเรือนแพมากมาย แต่ผู้นําร่องรู้จักเส้นทางดี และไม่ลืมที่จะให้เรือมิสซิสซิปปี้เปิดหวูดเวลาที่จะเข้าคุ้งน้ำ เราเดินทางถึงเมืองโดยปลอดภัยและทอดสมอได้ทันเวลาที่จะหลีกเลี่ยงการที่เรือจะโคลงไปกระทบกับเรือสินค้าจีนขนาดใหญ่ เช้าวันรุ่งขึ้นเรือลํานั้นเคลื่อนย้ายห่างไป เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบที่มีเราอยู่ใกล้

สิ่งแรกที่ทําคือการแจ้งให้กงสุลทราบการมาถึง และขอให้ท่านติดต่อกับนายกรัฐมนตรีเพื่อแจ้งถึงวัตถุประสงค์ของการเดินทางมา ระหว่างที่รอการปรากฏตัวของกงสุล มีผู้สื่อสารจากนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหลานของท่านปรากฏตัวขึ้น ที่เราเห็นเป็นชายหนุ่มที่เฉลียวฉลาด เขาแต่งกายโดยเรียบร้อย สวมกางเกงขายาวมีเสื้อคลุมและผ้าคาดเอว แต่ไม่ได้สวมทั้งหมวกและรองเท้า เขาตัดผมสั้นแบบสยาม เว้นไว้แต่เฉพาะส่วนบนดูไม่ต่างไปจากแปรงขัดรองเท้ายาวจากส่วนหน้าไปถึงกระหม่อม เขาสอบถามถึงเหตุผลในการเดินทางมาของเรา และได้รับคําตอบว่ากงสุลจะเป็นผู้ติดต่ออย่างเป็นทางการกับนายกรัฐมนตรี หรือ “กลาโหม” อย่างที่ท่านถูกเรียกในสยาม

ภาพมุมกว้างของบางกอกสมัยรัชกาลที่ 4 (สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, 2545)

เมื่อได้ทราบเขาไม่ได้แสดงความปรารถนาที่จะดําเนินการเกินไปกว่า “ขั้นตอนยุ่งยาก [red tape]” นี้และกล่าวว่าเขาถูกส่งมาเพียงเพื่อต้อนรับเราสู่เมืองหลวง เมื่อกงสุลเรา (ผู้สอนศาสนาคนหนึ่ง) ขึ้นเรือมาก็รีบส่งหนังสือขอนัดเข้าพบโดยเร็วที่สุดที่จะเป็นได้ บ่ายวันนั้นก็ได้รับคําตอบมาว่าเวลานัดคือสิบนาฬิกาของวันรุ่งขึ้นสําหรับการรับของขวัญ

ระหว่างวันเรามีโอกาสที่จะดูรอบ ๆ เราพบว่าที่ทอดสมออยู่นั้นห่างวังของพระเจ้าแผ่นดิน 2 ไมล์ และประมาณครึ่งไมล์ถัดลงมาจากที่อยู่ของชาวต่างประเทศ ตัวเมืองทอดยาวไปแคบ ๆ บนฝั่งแม่น้ำ ข้าพเจ้าคิดว่าราว 10 ไมล์ และดูเหมือนว่าประชากรไม่หนาแน่นอย่างที่ควรเป็น แม่น้ำเปรียบเสมือนทางหลวง บนผิวน้ำคลาคล่ำไปด้วยเรือตั้งแต่เช้าถึงกลางคืน จะเห็นพาหนะทางน้ำนานาชนิดจากเรือแคนูเล็ก ๆ พายคนเดียวถึงเรือหลวงที่มีฝีพาย 50 และ 100 คน จากเรือใบของชาวบ้านจนถึงเรือที่มีอุปกรณ์พร้อมของชาวต่างชาติหรือเรือจักรไอน้ำที่พ่นควันโขมง มีคลองล้อมรอบเมืองและคลองอีกจํานวนมากตัดขวาง ทําให้การเข้าถึงที่ต่าง ๆ โดยทางน้ำเป็นไปโดยง่าย มีม้าไม่มากซึ่งอยู่ในพื้นที่ของพระเจ้าแผ่นดินและขุนนาง มีโรงแรมสองสามแห่ง มีถนนแห่งหนึ่งยาวประมาณ 1 ไมล์ ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของชาวต่างชาติ มีถนนไม่กี่สายซึ่งล้วนแคบมาก แต่มีวัดและวังหลายแห่งที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถไปถึงได้ทางน้ำ

มีชาวยุโรปประมาณ 200 คนในเมือง ส่วนใหญ่เป็นผู้สอนศาสนาและพ่อค้าพร้อมด้วยครอบครัว หัวหน้า ตํารวจ เจ้าท่า คนนําร่อง กัปตันเรือหลายลํา และทหารเรือหลายคนเป็นชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษและอเมริกัน มีชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งเป็นผู้นํากองทัพบก มีชาวจีนจํานวนมากส่วนใหญ่มาจากเมืองซัวเถา เป็นพวกที่ขยันที่สุดในที่นี้ สามารถพบพวกเขาทําการค้าต่าง ๆ และภาษีที่เรียกจากพวกนี้เป็นรายได้ที่เป็นส่วนที่ไม่น้อยของพระคลังหลวง จํานวนประชากรมีการประมาณต่าง ๆ กันตั้งแต่ 50,000 ถึงครึ่งล้านคน จากข้อมูลที่ได้จากผู้สอนศาสนาและชาวพื้นเมืองอื่น ๆ ข้าพเจ้าสรุปว่าคงมีจํานวนอยู่ในราว 1 ใน 4 ของล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 25 ของประชากรของทั้งอาณาจักร

เรือที่ใช้โดยชาวยุโรปให้ความสะดวกมากกว่าที่ข้าพเจ้าเคยพบเห็นในที่อื่น ๆ มันยาวประมาณ 20 ฟุต มีประทุนอยู่ตรงกลางรองรับคนได้ครึ่งโหลอย่างสบาย ชาย 2 คนยืนที่หัวเรือและอีก 2 คนที่ท้ายเรือจ้วงพายลงในน้ำ คนที่อยู่ท้ายคัดหางเสือเรือโดยใช้เท้า ความเร็วที่ทําได้ด้วยวิธีต้นแบบในการพายลักษณะนี้เร็วกว่าแบบปกติและการทํางานก็เหนื่อยน้อยกว่า พวกเขาจะพายทีละหลายชั่วโมงจึงหยุดพักเป็นระยะเพื่อวิดน้ำ

บ้านเรือนแพริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ผู้คนจํานวนมากอาศัยบนพื้นน้ำ คนจนจะอยู่ในเรือ คนที่มีฐานะจะอยู่ในเรือนแพ สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจนี้ สร้างบนแพที่ทําจากไม้ไผ่หนาประมาณ 4 ฟุต และใช่จะปราศจากสถาปัตยกรรม วัสดุที่ใช้ก่อสร้างโดยทั่วไปจะเป็นไม้สักและหลังคาจาก มักจะมีระเบียงอยู่ด้านหน้าซึ่งเปิดเป็นที่ขายของของผู้อาศัยหรือใช้เป็นที่เล่นสําหรับเด็ก ข้าพเจ้าไปเยี่ยมช่างภาพชาวพื้นเมืองคนหนึ่งซึ่งพาดูในบ้านทั้งหมด ที่ระเบียงมีชิงช้าสําหรับเด็ก ห้องด้านหน้านั้นพื้นว่างเปล่ามีโต๊ะอยู่ตรงกลางและเก้าอี้ 6 ตัว มีรูปจํานวนมากประดับผนัง ห้องนอนอยู่ถัดจากห้องนี้ มีประตูเลื่อนและครัวเปิดออกทางด้านหลังติดน้ำ

แม่น้ำเป็นแหล่งน้ำสําหรับทุกวัตถุประสงค์ และในขณะเดียวกันก็เป็นท่อน้ำเสียส่วนรวมของเมือง เรือนแพเหล่านี้โยงด้วยเชือกไม้ไผ่กับเสาไผ่ซึ่งปักลงไปในท้องน้ำ ทั้งนี้เพื่อให้มันขยับขึ้นลงได้ตามกระแสน้ำโดยไม่ถูกกระแสน้ำพัดพาไป มันยังมีข้อดีอีกประการหนึ่งคือเคลื่อนที่ได้ง่าย เจ้าของที่ต้องการจะเปลี่ยนสถานที่เพียงแต่ปลดเชือกโยงออกและอาศัยประโยชน์ของกระแสน้ำขึ้นลงเคลื่อนที่ขึ้นหรือลงตามแม่น้ำตามที่เขาเลือก เป็นภาพที่ประทับใจเมื่อเห็นเรือนแพลําหนึ่งล่องมาตามน้ำในเวลากลางคืน มีแสงไฟสว่างและปราศจากเสียงหรือความสับสนให้ปรากฏ บ้านทั้งหมดจะสร้างบนเสาเข็มใกล้แม่น้ำ มีเพียงวังทั้ง หลายที่สร้างด้วยอิฐหรือหิน

การแสดงละครของชาวบางกอก

ในช่วงบ่ายเราได้รับของขวัญเป็นผลไม้จํานวนมาก ขนมหวานและอื่น ๆ จากรัฐมนตรีต่างประเทศ “โดยพระราชโองการของพระเจ้าแผ่นดิน” และเกือบทุกวันเราก็ได้รับการดูแลจากขุนนางต่าง ๆ ของราชสํานัก ตอนกลางวันเราได้รับการมาเยี่ยมของชาวต่างชาติจํานวนมาก เรือของเราถูกห้อมล้อมโดยเรือของชาวพื้นเมือง แต่ไม่มีผู้โดยสารคนใดขึ้นมาบนเรือ คงเป็นภาพที่ตื่นตาสําหรับพวกเขา เพราะนี่เป็นเรือรบอเมริกันลําแรกที่ขึ้นมาตามแม่น้ำ และเป็นเรือที่ใหญ่กว่าเรือรบของอังกฤษและฝรั่งเศสที่เคยมาก่อนหน้านี้

ระยะทางจากที่เราทอดสมอกับท่าเทียบเรือไกลเกินกว่าที่ลูกเรือจะขึ้นฝั่ง ท่ามกลางแสงอาทิตย์แผดกล้าและกระแสน้ำเชี่ยว ดังนั้นเราจึงได้รับเรือมีประทุน 3 ลํา แต่ละลํามีพลทหารเรือที่เป็นอเมริกันดังที่เคยได้บรรยายไว้ก่อนหน้านี้สําหรับนายทหารที่ไม่ได้เข้าเวรที่จะนําของขวัญไปส่ง หลังจากล่องเรือไปประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็ขึ้นฝั่งที่ระเบียงของเรือนแพแห่งหนึ่งซึ่งหลานชายของกลาโหมมารอต้อนรับและเชิญ เข้าไปข้างใน เรานั่งลงในห้องที่ตบแต่งแบบตะวันตกและรออยู่พักหนึ่ง ระหว่างที่มีการเตรียมม้า ข้าพเจ้าขอที่จะไม่ขึ้นม้า ดังนั้นกงสุลจึงเดินกับข้าพเจ้าในขณะที่คนที่เหลือขี่ม้า หีบบรรจุของขวัญแบกโดยกุลี ท้ายขบวนมีทหารของเรา 2 คน ดูแลความปลอดภัยของสัมภาระ

เส้นทางเป็นถนนแคบ ๆ เลียบคลองตื้น ๆ ข้าพเจ้าดีใจที่เลือกที่จะเดินเพราะม้าไม่เชื่องและทหารคนหนึ่งขาโดนไปเบียดกับกําแพง เราพบว่าวังของกลาโหมใช้เวลาเดินจากแม่น้ำ 15 นาที ล้อมรอบด้วยกําแพงอิฐสูงสีขาว ประตูค่อนข้างโอ่อ่าด้วยเสาและซุ้มประตูเปิดเข้าไปสู่ลานกว้าง ประตูเข้าสู่อาคารเป็นซุ้มสูงเปิดเข้าสู่ห้องโถงปูลาดด้วยหิน ที่นี่เราพบคนรับใช้หลายคนกําลังทําความสะอาดอาวุธที่กลาโหมได้รับเป็นของขวัญมาหลายครั้ง ซึ่งบางส่วนเก็บไว้ที่นี่ 2 ด้านของอาคารหลักเป็นห้องเล็ก ๆ เพื่อทําธุรกิจและกิจการอื่น ๆ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4

เรามอบอาวุธไม่ทันเสร็จดี ประตูปลายห้องโถงก็เปิดและกลาโหมปรากฏตัวขึ้น ท่านเดินมาจับมือกับทุกคนแล้วเชิญให้เข้าไปห้องด้านใน ในห้องนี้เรามีโอกาสได้สังเกตมารยาทของแต่ละชนชั้นของชาวสยามที่ปฏิบัติต่อชนชั้นที่สูงกว่า ผู้ที่กําลังทําความสะอาดอาวุธหยุดมือแล้วคุกเข่าลงก้มศีรษะรอกระทั่งกลาโหม ออกจากห้อง ประเพณีนี้ปฏิบัติกันโดยทั่วไป พระราชวงศ์ต่อพระมหากษัตริย์ ขุนนางต่อพระราชวงศ์ต่อลงไปแต่ละชั้น คนรับใช้ปฏิบัติต่อผู้เป็นนาย การปฏิบัติตามคําสั่งในลักษณะนี้เป็นภาพที่แปลกสําหรับชาวต่างชาติ

เราขึ้นบันไดเตี้ย ๆ เข้าไปในห้องรับรองและได้รับเชิญให้นั่งรอบโต๊ะโดยกลาโหมนั่งที่หัวโต๊ะ ท่านแต่งกาย ด้วยเสื้อคลุมบาง ๆ ยาวเกือบถึงเข่าโดยมีผ้าไหมคาดเอว สวมรองเท้าแตะสาน พื้นห้องนี้เป็นหินตบแต่งด้วยเก้าอี้ เก้าอี้รับแขก และโต๊ะที่ผลิตโดยชาวยุโรป มีเครื่องประดับมากมาย อาทิ แจกัน กระจก และอาวุธหลายชนิด

กัปตันส่งมอบหนังสือหลายฉบับจากรัฐบาลและกล่าวนําซึ่งได้รับการแปลโดยเลขานุการส่วนตัวของท่าน (เป็นชาวอังกฤษ) จากนั้นอาวุธถูกนําเข้ามาข้างในเพื่อตรวจตรา กระทั่งถึงเวลานี้ ท่านกลาโหมจึงพูดเป็นภาษาอังกฤษ ท่านเริ่มด้วยการกล่าวถึงการมาเยือนของเรืออื่น ๆ ที่มาทอดสมอที่ปากแม่น้ำ และท่านได้ไปเยี่ยมเยือน จากนั้นกล่าวถึงพัฒนาการก้าวหน้าของอาวุธขนาดเล็ก และเห็นได้ชัดว่าท่านมีความรอบรู้ในสิ่งที่ท่านกล่าวถึง กาแฟถูกนํามาบริการและหลังการสนทนาเป็นระยะเวลาหนึ่งเราลากลับ โดยที่กลาโหมได้ตอบรับคําเชิญที่จะไปเยี่ยมเรือของเรา เราได้ทําความตกลงเกี่ยวกับการยิงสลุตซึ่งเป็นข้อห้ามของเจ้าท่า แต่ด้วยภารกิจที่พิเศษของเราข้อกําหนดนี้จึงได้รับการผ่อนปรน เมื่อเรากลับมาถึงเรือจึงได้ยิงสลุต 21 นัด พร้อมทั้งชักธงสยามทางด้านหน้า ซึ่งก็ได้รับการยิงตอบรับทันทีนัดต่อนัดจากป้อมบนฝั่ง

เช้าวันรุ่งขึ้นประมาณ 10 นาฬิกา กลาโหมพร้อมคณะที่หนึ่งในนั้นคือพระองค์เจ้าจอร์จ โอรสของพระเจ้า แผ่นดินองค์ที่ 2 ที่สวรรคตไปแล้ว ซึ่งเป็นผู้ช่วยของกลาโหมด้านกิจการทหารเรือได้ขึ้นมาบนเรือ เมื่อเราแน่ใจว่าท่านต้องการเห็นการทํางานของปืนจึงยิงสลุต 17 นัด ทันทีที่ท่านขึ้นเรือ สุภาพบุรุษสูงอายุผู้นี้แสดงให้เห็นถึงการเอาการเอางานโดยขอให้เรายิงปืนแพรอทให้ดู และสอบถามส่วนประกอบซึ่งท่านรับฟังและดูด้วยความสนใจ ท่านสํารวจเรือแต่หัวจรดท้ายอย่างละเอียด ท่านไม่เกี่ยงกับแชมเปญที่เราจัดให้และแสดงความพอใจอย่างสูงในการมาเยือน โดยเฉพาะเกี่ยวกับปืนต่าง ๆ และเชิญให้เราไปชมเรือลําใหม่ที่ท่านกําลังสร้างแล้วจากไปด้วยอารมณ์ดี

อ่านเพิ่มเติม“เจ้าชายยอช วอชิงตัน” พระราชโอรสในพระปิ่นเกล้าฯ เป็นอะไรกับ “ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน”?

เรารู้สึกประทับใจในตัวท่านอย่างมาก และยิ่งข้าพเจ้าพบท่านนานขึ้นเท่าใดก็ยิ่งชอบท่านมากขึ้น ตําแหน่งกลาโหมทําให้ท่านเป็นผู้มีอํานาจมากที่สุดในราชอาณาจักร ยิ่งกว่านั้นท่านยังเป็นผู้นําของตระกูลใหญ่ที่มีสมาชิกในตระกูลมาก มีอํานาจและความร่ำรวยมากที่สุด แม้แต่พระเจ้าแผ่นดินก็เป็นหนี้ในการขึ้นครองราชบัลลังก์ด้วยการดําเนินการโดยส่วนตัวของท่าน ด้วยการบริหารงานของท่าน การค้าขายเพิ่มขึ้น 10 เท่า ภาษีได้ลดลงอย่างมาก กิจการต่อเรือแบบชาติตะวันตกกลายเป็นอุตสาหกรรมที่สําคัญ ท่านเป็นขุนนางที่ฉลาดและมีวิสัยทัศน์ และท่านค่อย ๆ นําประชาชนส่วนใหญ่ให้ตามทันจุดยืนของท่าน อาจ กล่าวได้ว่าท่านคือผู้ปกครองตัวจริงของอาณาจักรเพียงแต่ว่าท่านไม่ได้สวมมงกุฎ

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

ในตอนบ่ายเราไปที่พระราชวังเพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินเป็นการส่วนพระองค์ตามที่พระองค์ได้แจ้งให้เรา ทราบว่าโปรดจะให้เราเข้าเฝ้าเวลาบ่าย 3 โมงของวันนี้ พระองค์มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในเรื่อง…แต่เราไม่สามารถเชื่อสิ่งนั้นจึงไปตรงตามเวลา ติดตามด้วยผู้สอนศาสนา 2 คน เพื่อเป็นล่าม เราขึ้นบกเช่นเดียวกับครั้งก่อนและได้พบกับเจ้าหน้าที่สํานักพระราชวังที่ให้เรารอกระทั่งขบวนพาหนะพร้อม ไม่ช้าเสลี่ยงและม้าก็ถูกนํามา ซึ่งเสลี่ยงดีกว่าการขี่ม้าเล็กน้อย เราออกเดินทางไปตามถนนแคบ ๆ เป็นเวลาพอสมควรก็มาถึงถนนที่ได้กล่าวถึงไว้แล้วซึ่งผ่านหน้าพระราชวัง เขตพระราชฐานกว้างขวาง (เราได้รับการบอกว่าเป็นพื้นที่ 1 ตารางไมล์) ล้อมรอบด้วยกําแพงสูง ภายในกําแพงมิใช่มีเพียงพระที่นั่ง แต่ยังมีวัดส่วนพระองค์ โรงม้า (และราชรถ) และโรงช้าง โรงทหารและพื้นที่ต้องห้ามเป็นที่อาศัยสตรีสูงศักดิ์และบริวาร

ทางเข้าเป็นแบบง่าย ๆ ปิดด้วยบานประตูขนาดใหญ่ 2 บาน มียามทั้ง 2 ด้าน เราได้พบหลานของกลาโหม (ซึ่งดูเหมือนเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลเรา) และรอคอยโอกาสที่จะเข้าเฝ้า ระหว่างที่รอเราได้ฟังดนตรีค่อนข้างไพเราะจากโยธวาทิตภายใต้การนําของชาวฝรั่งเศส เรายังได้รับเชิญให้ไปดูช้างเผือกสัตว์ที่นับถือโดยชาวสยาม เราพบมันอยู่ในโรงช้างต่างหาก ขาทั้งสี่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ผูกติดกับเสาขนาดใหญ่ตรงกลาง มีกําบังเครื่องทองปิดบนหัวมีคนดูแลตลอดเวลา ผู้ดูแลป้อนอาหารมันให้เราดู และดูเหมือนมันจะพอใจกับอาหารของมัน เหมือนกับช้างที่เราได้เห็นในคณะละครสัตว์เร่ที่บ้านเรา

ในที่สุดมีผู้มาแจ้งว่าพระเจ้าแผ่นดินกําลังคอย ทหารรักษาการณ์ตั้งแถวเราเดินผ่านแถวเข้าไปในลานพระราชวัง 3 ชั้นก่อนที่จะถึงส่วนที่เป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน นี่เป็นพระที่นั่งขนาดใหญ่มีบันไดงดงามผ่านเสาสูงด้านหน้าเข้าสู่ท้องพระโรง ผู้นําทางของเราที่เดินมาเมื่อขึ้นบันไดก็ลดตัวลงอย่างที่เคยเล่าแล้ว และค่อยคลานเข้าสู่ที่ประทับ เราได้รับเชิญให้เข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดประมาณ 30 ฟุต ตบแต่งอย่างหรูหราแบบตะวันตกและพบกับพระเจ้าแผ่นดินที่เสด็จมาหาเรา พระองค์ประทานพระหัตถ์กับทุกคนในคณะ ถามถึงตําแหน่งของแต่ละคน แล้วเชิญให้นั่งที่โต๊ะตรงกลาง โดยพระองค์ ประทับที่หัวโต๊ะ พวกเรานั่งทั้ง 2 ข้าง ถัดกันมาตามลําดับอาวุโส โดยกัปตันนั่งด้านซ้ายของพระองค์ ข้าพเจ้ามีโอกาสดีที่จะสังเกตตัวอย่างของพระเจ้าแผ่นดินแห่งเอเชีย

ข้าพเจ้าคิดว่าพระองค์มีพระชนมพรรษา 60 หรือ 65 พรรษา และดูจะทรงไม่ถือพระองค์ พระเนตรเกือบจะปิดและพระสุรเสียงยานคางไม่สอดรับกับคําที่พระองค์ตรัส พระองค์เสวยหมากตลอดเวลา จัดถวายโดยมหาดเล็กที่หมอบอยู่ด้านข้าง น้ำหมากไหลลงที่พระหนุ…พระองค์ทรงชุดไหมสีเลือดหมูมีพระตราองค์ใหญ่ประดับเพชรบนพระอุระ แต่ปราศจากเครื่องประดับอื่นใดทั้งสิ้น

รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5

การสนทนาจะมีรับสั่งส่วนใหญ่กับกัปตันในระหว่างการเข้าเฝ้าชั่วโมงกว่า ทรงแสดงพระองค์ว่าทรงมีความรอบรู้เรื่องต่าง ๆ อย่างน่าพิศวงสําหรับผู้ที่อยู่ในฐานะอย่างพระองค์ หลังจากทรงถามถึงวัตถุประสงค์ของการมา และสนทนาเกี่ยวกับคุณภาพของอาวุธต่าง ๆ พระองค์ทรงถามว่าเราได้เห็นเรือจักรไอน้ำที่กลาโหมกําลังต่อให้พระองค์ในโอกาสที่จะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาหรือยัง และสาธยายเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่ควรตระเตรียมในการไปชมเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่นี้

การสนทนาทั้งหมดของพระองค์เป็นภาษาอังกฤษที่เลือกอย่างดี พระองค์เจ้าหลายองค์เข้ามาในห้องและดูจะถูกดึงดูดใจจากประกายวาววับของเครื่องแบบเรา นายทหารคนหนึ่งส่งภาษากับพวกเขาทางสายตา กาแฟถูกนํามาให้บริการในถ้วยกระเบื้องฝรั่งเศสที่มีเครื่องหมายช้างและคําว่าพระบรมมหาราชวังแห่งสยาม มกุฎราชกุมารได้ถูกแนะนําแก่พวกเรา ยุวกษัตริย์พระชันษาประมาณ 15 ปี และสร้างความประทับใจแก่พวกเราไม่น้อย พระองค์ตรัสภาษาอังกฤษได้ดี พระเจ้าแผ่นดินยุติการเข้าเฝ้าลงโดยกะทันหัน (ตามแบบของพระองค์) โดยประทานพระหัตถ์ให้กัปตันพร้อมกับตรัสว่า “สวัสดีตอนบ่าย”

เราถอยกลับออกมา เราถูกพาไปดูท้องพระโรงว่าราชการซึ่งงดงามมีเสาสูงอยู่ตรงกลาง มีผนังระแนงแบ่งส่วนเฉพาะสําหรับฝ่ายในอยู่สองข้าง พระราชบัลลังก์ยกสูงประมาณ 8 ฟุตจากพื้นที่ปูพรมกํามะหยี่ ด้านบนแขวนด้วยสิ่งคล้ายร่มกํามะหยี่ขนาดใหญ่หลายชั้นแต่ละชั้นสูงขึ้นไปจะมีขนาดเล็กลงตามลําดับจนถึงยอด มีทางเข้าส่วนพระองค์อยู่ด้านหลัง มีภาพวาด รูปปั้นและสิ่งตกแต่งต่าง ๆ อยู่ทั่วไป ที่เห็นเด่นคือภาพของประธานาธิบดีแจ็คสันและสมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย มีธงชาติของอเมริกันและอังกฤษพันอยู่ และยังมีรูปปั้นพระเศียรของพระเจ้านโปเลียนและพระนางยูจีนนี่รวมทั้งเครื่องตกแต่งหลายชิ้นจากฝรั่งเศส ที่น่าสนใจคือนาฬิกาที่เป็นของขวัญจากสมเด็จพระจักรพรรดิ

ระหว่างที่เรากําลังชมอยู่นั้นพระเจ้าแผ่นดินเสด็จเข้ามา และรับสั่งให้กัปตันไปเฝ้า พระองค์พระราชทานเอกสารเกี่ยวกับประเพณีของสยามในการมีกษัตริย์ 2 พระองค์ ที่ทรงแต่งขึ้นและตีพิมพ์โดยสํานักสอนศาสนาอเมริกัน และทรงให้ดูหนังสือเล่มหนึ่งแต่งโดยโบวดิทช์ เรื่องประวัติย่อบุคคลสําคัญ [Bowditch’s “Epitome”] ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่ง และดํารัสว่ามกุฎราชกุมารกําลังศึกษาอยู่ พระองค์ทรงปฏิเสธคํากราบบังคมทูลเชิญให้ไปเยี่ยมเรือโดยเหตุผลทางสุขภาพ แต่ตรัสว่าจะส่งมกุฎราชกุมารไป เราจากมาด้วยความพอใจในการเข้าเฝ้าครั้งนี้

พระปรางค์วัดอรุณฯ

ระหว่างเดินทางกลับ เราแวะชมวัดที่มีพระพุทธรูปสําคัญของบางกอก บริเวณวัดกว้างขวางเต็มไปด้วยกุฏิ พระสงฆ์และอาคารมากมาย หนึ่งในนั้นคือห้องสมุดเก็บหนังสือมีค่า อุโบสถวัดยาวประมาณ 200 ฟุต กว้าง 50 ฟุต หลังคายอดแหลมสูงประมาณ 100 ฟุตจากพื้นดินรายรอบไปด้วยเสาสูงเรียงกัน ซึ่งเพิ่มความงดงามให้หน้าต่าง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าปิดด้วยบานไม้มะเกลือ ประตูขนาดใหญ่เป็นไม้มะเกลือเช่นกัน ทั้งหน้าต่างและประตูประดับมุก ก่อนถึงพระอุโบสถเราผ่านกําแพงแก้ว 3 ชั้น ที่ล้อมรอบพระอุโบสถที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูปฉาบทองขนาดคนจริงทั้งหมดประมาณ 900-1,000 องค์

แต่องค์ที่น่าสนใจที่สุดคือพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งมีความยาว 165 ฟุต ประทับบรรทมหันข้างพระเศียร รองรับด้วยพระหัตถ์ข้างหนึ่ง พระพุทธรูปองค์นี้สร้างด้วยอิฐแต่ฉาบทองหนาโดยตลอด พระบาททั้งสอง ขนาดยาว 16 ฟุต กว้างเกือบ 4 ฟุต ฝังมุกด้วยลวดลายอันวิจิตร แสดงภาพผลไม้และดอกไม้ที่ปรากฏขึ้น ในรอยพระบาทของพระพุทธองค์เมื่อเสด็จบนโลก พระกรบริเวณศอกหนาประมาณ 6 ฟุต พระเศียรถูก ยกสูงขึ้นประมาณ 50 ฟุตในอากาศปกคลุมไปด้วยขมวดก้นหอยทากแทนพระเกศา หอยทากเป็นสัตว์ เคารพชนิดหนึ่ง สิ่งที่พระพุทธรูปแสดงออกอย่างน่าชื่นชมคือความพยายามที่จะสื่อถึงการพักผ่อนโดย สมบูรณ์และความสงบซึ่งเป็นวาระสุดท้ายของมนุษย์ เช่นเดียวกัน ความสงบอันสมบูรณ์นี้ก็แสดงออก โดยพระพุทธรูปทั้งหมดจํานวนมากที่ข้าพเจ้าได้เห็น แม้แต่ภาพลักษณ์ของนครหลวงโบราณที่มีคุณลักษณะเดียวกันนี้

เช้าวันรุ่งขึ้น เราใช้เวลาไปกับการเที่ยวชมวัดสําคัญอื่น ๆ กับเพื่อนผู้สอนศาสนาของเรา ลักษณะโดยทั่วไปของวัดเหล่านี้คล้ายคลึงกัน เพียงแต่การตบแต่งภายในแตกต่างกัน หลังคามุงกระเบื้องสีตรงส่วนปลายจะมียอดฉาบทอง ในบริเวณวัดจะมีเจดีย์กระจายอยู่ 2 ชนิด ชนิดหนึ่งสร้างด้วยอิฐสีขาวรูปทรงประหนึ่งลูกโลกที่ถูกบีบลงด้านบนเป็นยอดแหลมทําให้ดูเป็นอนุสาวรีย์ที่สวยงามที่พบเห็นได้ทั่วไป อีกชนิดหนึ่งเป็นทรงสี่เหลี่ยมที่ฐานแล้วย่อสูงขึ้นแบบขั้นบันไดมียอดสูงที่ 4 มุมแล้วมี โดมอยู่ตรงกลางทั่วไปแล้วจะมีรูปปั้นช้างอยู่ใต้โคมนี้ แต่บางแห่งก็เป็นฐานทึบ ด้านนอกของเจดีย์ชนิดนี้ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องสี ที่เมื่อมองจากระยะไกลทําให้ดูเด่นมากแต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ฝีมือค่อนข้างหยาบ

ซุ้มประตูวัดอรุณฯ

เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้อยู่ที่วัดอันดับ 2 (โดยขนาด) เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 150 ตารางฟุตที่ฐาน และสูง 200 ฟุต มีบันไดทางขึ้นทั้ง 4 ด้านไปสู่ระเบียงชั้นสูงสุดของฐานโดมที่สูงเกือบ 150 ฟุต เจดีย์นี้แต่งด้วยกระเบื้องสีและมีรูปปั้นของสัตว์ในเทพนิยาย ช้างและอื่น ๆ กระจายอยู่ทั่วองค์ ที่โดมมีรูปปั้น ของช้าง 3 เศียรหันหน้าไปทั้ง 4 ทิศ ทิวทัศน์จากบนสุดของเจดีย์นี้งดงามยิ่ง เบื้องล่างเป็นลานกว้าง ของวัดที่มีอุโบสถและพระสงฆ์นับร้อยประกอบศาสนกิจอย่างมีความสุข ไกลออกไปจะเป็นภาพมุมกว้างของแม่น้ำซึ่งนึกภาพได้ง่ายกว่าที่จะบรรยาย

สุดสายตาที่มองเห็นประเทศนี้เป็นที่ราบกว้างสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ โดยรวมแล้วเป็นภาพที่ไม่อาจลืมได้และต้องเห็นด้วยตาจึงจะซาบซึ้งได้เต็มที่ ในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปขนาดมหึมานั่งขัดสมาธิ ความสูงจากฐานประมาณ 75 ฟุต พวกเราคนหนึ่งไปยืนบนพระชานุ ศีรษะของเขายังสูงไม่ถึงส่วนที่สูงที่สุดของพระพุทธรูปนี้ มีการฉาบทองอย่างมหาศาล ทั้งประตูและหน้าต่างของอุโบสถก็วิจิตรตระการกว่าที่ใดที่เราได้เห็น เราโชคดีที่ได้เข้าไปในอุโบสถขณะที่พระสงฆ์ ราว 100 รูป กําลังประกอบพิธีกรรม แต่ละองค์ห่มผ้าเหลืองและโกนศีรษะ พิธีดูจะเป็นการสวดมนต์อย่างต่อเนื่องซ้ำซาก ซึ่งมีความหมายว่า “แล้วแต่บุญแต่กรรม” ไม่มีดนตรีแต่ทุกองค์สวดตามพระผู้นําอย่างทันท่วงที และพวกเราคนหนึ่งซึ่งมีความรู้เรื่องดนตรีบอกว่าดีกว่าคณะร้องเพลงประสานเสียงใด ๆ ที่เขาเคยได้ยิน

ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนว่าคําว่า “ความซ้ำซากที่ไร้ประโยชน์” ในไบเบิลมีความหมายว่าอย่างไร เรามีเวลาจํากัดจึงไปชมวัดที่สําคัญ 2 แห่ง จากนั้นก็รีบกลับไปเตรียมการรับเสด็จมกุฎราชกุมาร พระองค์ปรากฏตัวในเรือฉาบทองอันโอฬารมีฝีพาย 50 คน ประทับบนบัลลังก์ตอนท้ายมีร่ม 9 ชั้นเหนือพระเศียร คณะของพระองค์ไม่ใหญ่แต่ประกอบไปด้วยผู้รับใช้ที่ถือหีบหมาก กระโถน กล้องยาสูบ และอื่น ๆ ทั้งหมดทําด้วยทองคําแท้ พระองค์ได้รับการต้อนรับโดยทหารในเครื่องแบบเต็มยศ และนําเสด็จทอดพระเนตรทั่วทั้งเรือ จากนั้นเสด็จประทับในห้องรับรอง เห็นได้ว่าทรงพอพระทัยกับการเสด็จฯ เยือน ทรงสนพระทัยรูปของจีนและญี่ปุ่นและ ชื่นชมกับปืนไรเฟิลเบร์นไซค์ ซึ่งกัปตันได้ทูลว่าจะขอถวายพระองค์และส่งไปไว้ในเรือ ทรงปฏิสันถารอย่างคล่องเป็นภาษาอังกฤษ แต่โปรดที่จะใช้ล่ามเมื่อมีคนหลายคนในที่เฝ้า เมื่อเสด็จฯ กลับเราตั้งขบวนส่งเสด็จ และยิงสลุต 21 นัด พร้อมทั้งชักธงสยาม

ระหว่างที่เราอยู่ พระองค์เจ้าจอร์จ ซึ่งข้าพเจ้ากล่าวถึงมาก่อนมาพบพวกเราหลายครั้ง พระองค์ค่อนข้างเงียบ ไม่โอ้อวด แต่ทรงมีความรู้เกี่ยวกับราชนาวีและกิจการทหารต่าง ๆ ที่ไม่น้อยไปกว่าคนที่มีเชื้อชาติดีกว่า ทรงต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ และทรงพอใจอย่างยิ่งกับตําราเกี่ยวกับปืนที่กัปตันถวายเป็นของขวัญ ในการเสด็จครั้งแรกได้ทรงกล่าวถึงเรื่องการยิงสลุตทันที (ซึ่งพระองค์ควรจะได้รับเกียรติ) และประสงค์จะไม่ให้มีการยิงเนื่องจากเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ด้วยมิตรภาพ และไม่เป็นทางการ ซึ่งการเสด็จทุกครั้งก็เป็นเช่นนั้น พระองค์กําลังควบคุมการต่อเรือปืนของกลาโหม ซึ่งต่อโดยชาวสยามจากแบบของอู่ต่อเรืออังกฤษ เครื่องจักร และหม้อไอน้ำสร้างในอังกฤษนํามาติดตั้งในเรือโดยชาว พื้นเมืองภายใต้การดูแลของวิศวกรอังกฤษ ส่วนประกอบภายในก็เช่นเดียวกับเรือรบอื่น ๆ ของเราและชาติอื่น เรือนี้เป็นความสามารถของผู้คนที่เรามักคุ้นเคยว่ายังไม่เจริญ

วันหนึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศเชิญให้เราไปเยือนและมาที่ที่ทําการศาลเพื่อพบเราโดยบอกว่า “อากาศร้อนเกินกว่าที่จะเชิญไปที่บ้านท่าน” ระหว่างที่รอให้ท่านมาถึง เรามีโอกาสได้เห็นการพิจารณาคดี ไม่มีทนายความ เจ้าทุกข์และผู้ถูกกล่าวหาต่างแถลงคดีของตนและโต้เถียงอย่างเสียงดังทีเดียว ผู้พิพากษารับฟังอย่างสงบเงียบตามฐานะ บางครั้งก็เตือนให้ลดการทุ่มเถียงลง หลังจากคอยอยู่นานท่าน รัฐมนตรีก็มาถึงติดตามด้วยผู้ถือหีบหมากและอื่น ๆ ท่านเป็นอนุชาของพระเจ้าแผ่นดิน มีบุคลิกดีทีเดียวแม้ว่าจะค่อนข้างท้วม เราสนทนาผ่านล่าม ท่านถามเกี่ยวกับเรือและวัตถุประสงค์การมาของเรา ท่านเลี้ยงอาหารกลางวันที่มีผลไม้และขนมหวาน ไม่นานนักเราก็จากมา

รัชกาลที่ 5 เมื่อยังทรงพระเยาว์

เราไปเยี่ยมอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินอีกองค์หนึ่งซึ่งเกษียณ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในราชการแล้ว วังของพระองค์เล็กกว่าของกลาโหม และห้องรับรองดูเหมือนกับห้องประมูลเฟอร์นิเจอร์มากกว่าสิ่งใด พระองค์เป็นผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรการแพทย์ ในฟิลาเดลเฟีย และข้าพเจ้าคิดว่าทรงภูมิพระทัยยิ่ง

เราได้รับความเอื้อเฟื้อจากชาวราชสํานักต่าง ๆ อีกทั้งจากชาวพื้นเมืองและชาวต่างชาติ ในระหว่างการเยือน 10 วัน เราเป็นหนี้ผู้สอนศาสนาชาวอเมริกันที่ให้คําแนะนําสถานที่สําคัญของเมืองและความกรุณาอื่น ๆ มากมาย เราจากเมืองมาด้วยความเสียดายที่ไม่อาจจะยืดเวลาที่มีอยู่จํากัดออกไป เรามีพันธะที่จะต้องออกทะเลและเดินทางกลับมาถึงฮ่องกง 10 วันหลังจากนั้น

นับแต่เริ่มเขียนบทความนี้ พระเจ้าแผ่นดินที่เราได้เข้าเฝ้าได้สิ้นพระชนม์และมกุฎราชกุมารได้ขึ้นครองราชสมบัติ โดยกลาโหมเป็นผู้มีบทบาทสําคัญ พระองค์เจ้าจอร์จได้รับเลือกเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ 2 ซึ่งเป็นสถาบันอันประหลาดของสยาม

แม้พระเจ้าแผ่นดินที่สิ้นพระชนม์จะมีแนวคิดก้าวหน้า แต่ยังเป็นรองแนวคิดของกลาโหม พระเจ้าแผ่นดินหนุ่มซึ่งตกอยู่ภายใต้อิทธิพลที่ทรงอํานาจของข้าราชบริพารได้เริ่มนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศของพระองค์ พระองค์ได้ทรงทําสนธิสัญญากับเบลเยียมและประเทศที่มีอํานาจอื่นของยุโรปและดูเหมือนจะเชื้อเชิญชาวต่างชาติมาเยือนแผ่นดินของพระองค์ เป็นโอกาสอันดีสําหรับชาวอเมริกันมากกว่าชาติอื่น เพราะได้มีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจกับประเทศนี้ และเป็นความหวังมากกว่าครึ่งทางในความก้าวหน้าของพวกเขา


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 ตุลาคม 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป