“เจ้าชายยอช วอชิงตัน” พระราชโอรสในพระปิ่นเกล้าฯ เป็นอะไรกับ “ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน”?

(ซ้าย) เจ้าชายยอช วอชิงตัน หรือพระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ บวรราโชรสรัตนราชกุมาร พระราชโอรสองค์โตในพระบาทสมเด๊จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขวา) ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศสหรัฐอเมริกา

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความสนพระทัยในกิจการบ้านเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างยิ่ง คงเนื่องมาจากที่ครั้งพระองค์ยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงสนพระทัยในวิทยาการสมัยใหม่ของชาวตะวันตก

ทรงเริ่มศึกษาภาษาอังกฤษกับบรรดามิชชันนารีอเมริกัน ซึ่งต่อมาทรงมีความรู้ภาษาอังกฤษถึงขั้นโต้ตอบจดหมายหรือมีพระราชสาส์นเป็นลายพระหัตถ์ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ส่วนความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับการถวายข้อมูลจากเหล่าครูมิชชันนารี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากทรงศึกษาภาษาอังกฤษแล้ว ยังสนพระทัยศึกษาวิชาการความรู้ต่าง ๆ อีกมาก อาทิ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ การสร้างปืนใหญ่ การต่อเรือรบเรือกลไฟ การฝึกทหารแบบตะวันตก

การศึกษาหาความรู้สมัยใหม่ของพระองค์ทำให้บรรดาฝรั่งที่ได้มาพบเห็นเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ไม่กล้าดูหมิ่นอย่างที่ฝรั่งเศสเคยดูหมิ่นชาวตะวันออกอื่น ๆ ทั้งนี้ก็เพราะพระองค์ได้กระทำให้ฝรั่งเห็นว่าพระองค์เป็น “ผู้เจริญแล้ว” และ “ทันสมัย”

เจ้าชายยอช วอชิงตัน พระราชโอรสในพระปิ่นเกล้าฯ

การที่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคบค้าสนิทสนมกับฝรั่งที่เข้ามาสยามแทบทุกคน โดยเฉพาะบรรดามิชชันนารีชาวอเมริกัน และมีพระราชนิยมประเทศสหรัฐอเมริกาดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้พระองค์ทรงพระราชทานนามพระโอรสองค์โตของพระองค์ในเจ้าจอมมารดาเอม เมื่อยังเป็นหม่อมเจ้าในรัชกาลที่ 3 ว่า “ยอช วอชิงตัน” ตามนามประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา

คนทั้งหลายเรียกพระนามว่า ยอด ครั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้พระราชทานนามใหม่ว่า พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ บวรราโชรารัตนราชกุมาร 

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานอุปราชาภิเษกเป็น กรมพระราชวังบวรสถานมงคล 


(คัดลอกส่วนหนึ่งจากบทความ“ภาพสีน้ำมันรูป ‘ยอร์ช วอชิงตัน’ ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ของดีที่กรมศิลป์ควรอวด”เขียนโดย ทัศน์ ทองทราย ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม กรกฎาคม 2551)


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป