“มนตร์ของพราหมณ์” ใช้สวดเพื่อเป็นสิริมงคล มีกี่แบบ?

ฤาษีบูชาพระแม่ในศาสนาฮินดู (ภาพ : Wikimedia Commons)

“มนตร์” (มาจากคำสันสกฤตว่า มนฺตฺร ส่วน “มนต์” มาจากภาษาบาลีว่า มนฺต) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า คำศักดิ์สิทธิ์ คำสำหรับสวดเพื่อเป็นสิริมงคล เช่น สวดมนต์ คำเสกเป่าที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ เช่น ร่ายมนตร์ เวทมนตร์ แล้วมนต์ของพราหมณ์ที่ใช้สวดเพื่อเป็นสิริมงคลมีกี่แบบ?

ผศ. คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ผู้ล่วงลับ เล่าไว้ในหนังสือ “ภารตะ-สยาม? ผี พราหมณ์ พุทธ?” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

ในอินเดีย หากใช้คำว่า “มนตร์” อย่างเคร่งครัด จะหมายถึง “บทสวดในคัมภีร์พระเวท” เท่านั้น แต่ถ้าแปลโดยพยัญชนะจะหมายความว่าปรึกษาหารือก็ได้ คำสั่งก็ได้

แต่โดยทั่วไปแล้ว ทั้งอินเดียและไทยใช้มนตร์ในความหมายที่กว้างขวางคือ “ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์

พระพิฆเนศ พระศิวะ พระแม่ปารวตี มนตร์ของพราหมณ์
(เรียงจากซ้ายไปขวา) พระพิฆเนศ พระศิวะ พระแม่ปารวตี (ภาพ : Wikimedia Commons)

นักการศาสนาฮินดูมักนิยมตีความ “มนฺตฺร” ว่า ประกอบด้วย 2 คำ คือ “มน” แปลว่าใจ และ “ตฺร” จากราก “ไตฺร” ซึ่งเป็นกิริยาศัพท์ที่หมายถึงรักษา ปกป้อง

มนตร์ จึงมีความหมายอย่างสวยงามว่า “เครื่องปกป้องจิตใจ” คือท่องบ่นไว้ย่อมช่วยรักษาปกป้องใจไม่ให้ตกต่ำหรือเศร้าหมอง

ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ใช้มนตร์ในกิจพิธีทางศาสนาทุกรูปแบบ ซึ่งการใช้มนตร์ก็คือการสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มนตร์จึงไม่ใช้การพูดแบบธรรมดา แต่ต้องมีทำนอง หรือมีลักษณะสวดขับ (chant) ที่มีพัฒนาการกลายเป็นเพลงดนตรี

“มนตร์ของพราหมณ์” มีกี่แบบ?

ผศ. คมกฤช บอกว่า ในอินเดียมีการแบ่งมนตร์อย่างง่ายที่สุดเป็น 2 แบบ คือ มนตร์ภาษาถิ่นอื่นๆ และมนตร์ในภาษาสันสกฤต

มนตร์ในภาษาถิ่น โดยมากเป็นมนตร์ของชาวบ้านซึ่งไม่รู้ภาษาสันสกฤตอันเป็นภาษาหลวง เป็นมนตร์ที่ชาวบ้านเรียนหรือสอนกันเอง ใช้ในพิธีกรรมของชาวบ้านและเทพท้องถิ่น อาจมีภาษาสันสกฤตปนบ้างแเล็กน้อย

นอกจากชาวบ้านจะใช้ภาษาถิ่นเพราะไม่รู้ภาษาสันสกฤต อีกเหตุผลคือเรื่องชนชั้นทางภาษา เพราะถือกันว่า ภาษาสันสกฤตหวงไว้สำหรับชนชั้นสูง ไม่ให้ชาวบ้านใช้ เหตุนี้จึงมีนักปราชญ์หรือนักบุญที่พยายามแต่งคำสวดขับในภาษาถิ่นให้ชาวบ้านท่องจำ นานเข้าด้วยความไพเราะ ทำให้แม้แต่พราหมณ์เองก็ยังนำไปใช้

“อย่างบท ‘หนุมานจาลีสา’ ในภาษาอวธี (ฮินดีโบราณ) ที่ชาวอินเดียเหนือชอบมากๆ หรือ ‘ติรุมุไร’ และ ‘ติรุปาไว’ ในภาษาทมิฬของนักบุญอัณฑาลอันโด่งดังทางภาคใต้ของอินเดียที่สืบเนื่องมายังสยาม จนทุกวันนี้พราหมณ์สยามยังใช้สวดขับในพระราชพิธีตรีปวาย-ตรียัมปวาย” ผศ. คมกฤช เล่า

ส่วน มนตร์ในภาษาสันสกฤต แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ มนตร์พระเวท (ไวทิกมนตร์) มนตร์จากปุราณะ (เปาราณิกมนตร์) มนตร์ตันตระ (ตันตริกมนตร์) และมนตร์สันสกฤตที่นักบวชนักปราชญ์ประพันธ์ขึ้นใหม่

นอกจากความต่างเรื่องที่มาของมนตร์แต่ละประเภท มนตร์ของพราหมณ์ข้างต้นยังมีความต่างด้านความเชื่อ ศักดิ์ และวิธีการใช้อีกด้วย

พราหมณ์ สรรเสริญ เทพเจ้า มนตร์ของพราหมณ์
พราหมณ์ชาวเบงกาลีขณะสวดสรรเสริญเทพเจ้าในเมืองกัลกัตตา (ภาพ : Wikimedia Commons)

ไวทิกมนตร์ นักปราชญ์ถือว่าเป็นมนตร์ที่มีศักดิ์สูงสุด เพราะเป็นมนตร์จากพระเวท เป็นมนตร์ที่ใช้สวดท่องได้เฉพาะพราหมณ์และพวกทวิชา (วรรณะสูงทั้งสาม) เท่านั้น โดยมีกฎเกณฑ์และระเบียบการใช้ชัดเจน ที่สำคัญมนตร์ของพระเวทแต่ละบทจะกำหนดทำนองไว้ เรียกว่า “สวระ” จะท่องทำนองแบบไหนต้องต่อจากครูเท่านั้น เพราะแต่ละสำนักมีรายละเอียดสวระต่างกัน

เปาราณิกมนตร์ มาจากคัมภีร์ปุราณะ คือเทวตำนาน แม้จะเป็นสันสกฤตแต่ไม่มีข้อห้ามเท่าไวทิกมนตร์ และไม่สงวนไว้สำหรับวรรณะสูง มนตร์ชนิดนี้จึงแพร่หลายมากสุด

ตันตริกมนตร์ ซับซ้อนที่สุด เพราะมีต้นกำเนิดมาจากความเชื่อและวัฒนธรรมแบบชาวบ้าน คือ “ตันตระ” ที่เข้ามาสู่ระบบภาษาสันสกฤต ตันตริกมนตร์เป็นมนตร์ “ลึกลับ” ที่ถ่ายทอดกันเฉพาะครู-ศิษย์ มีระบบที่ต่างจากมนตร์ 2 แบบข้างต้น เพราะมีการใช้ “พีชพยางค์” หรือตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพีชพยางค์คือหน่วยเล็กสุดของมนตร์ ไม่มีการแปล และไม่มีความหมายตามหลักภาษา

“ระบบตันตระถือว่า ‘พีชมนตร์’ เหล่านี้สร้างความสั่นสะเทือนและมีผลโดยตรงต่อจิตใจ จนอาจทำให้บรรลุ ‘สิทธิอำนาจ’ บางอย่าง เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์ ไปจนถึงการบรรลุความหลุดพ้น

และในทางกลับกันก็เชื่อว่าหากใช้หรือท่องบ่นผิดวิธีก็อาจทำให้เกิดอันตรายหรือโทษภัยได้ การจะใช้มนตร์ตันตริกจึงต้องได้รับการอภิเษก (empowerment) จากครูเสียก่อนและอยู่ในความดูแลของครู” ผู้เชี่ยวชาญศาสนาพราหมณ์-ฮินดู บอกในหนังสือ

เป็นเกร็ดความรู้เรื่องมนตร์ของพราหมณ์ ที่ ผศ. คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง อธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายขึ้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง. ภารตะ-สยาม? ผี พราหมณ์ พุทธ?. กรุงเทพฯ: มติชน, 2560


สั่งซื้อเซ็ตหนังสือรวมผลงาน “คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง” 3 เล่ม คือ ภารตะ-สยาม มูฯ ไทย ไสยฯ อินเดีย, ภารตะ-สยาม? ผี พราหมณ์ พุทธ? (พิมพ์ครั้งที่ 3 ปกใหม่) และ ภารตะ-สยาม ศาสนาต้อง (ไม่) ห้ามเรื่องการเมือง (พิมพ์ครั้งที่ 3 ปกใหม่) ได้ที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 เมษายน 2568