“ระฆังพระเจ้าจิงกูจา” ระฆังคู่บ้านคู่เมืองพม่า อังกฤษพยายามขนกลับประเทศแต่ไม่สำเร็จ!?

ภาพบริเวณลานกว้างรอบเจดีย์ชเวดากองของพม่า ภาพวาดสีน้ำฝีมือของ ร.ท. โจเซฟ มัวร์ แห่งกองร้อยที่ 89 กองทัพอังกฤษ

ภาพวาดสีน้ำชิ้นนี้เป็นฝีมือของ ร.ท. โจเซฟ มัวร์ (Lieutenant Joseph Moore) แห่งกองร้อยที่ 89 กองทัพอังกฤษ เป็นหนึ่งในภาพชุดของมัวร์ที่ถูกนำออกเผยแพร่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1825-1826 ซึ่งเป็นภาพชุดจากหลายสถานที่ในช่วงที่เกิดสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 1 (ค.ศ. 1824-1826) เพื่อแย่งชิงอำนาจในการครอบครองดินแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งพม่าต้องเสียเมืองย่างกุ้งให้กับอังกฤษไปในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1824

ภาพนี้เป็นภาพบริเวณลานกว้างรอบเจดีย์ชเวดากองของพม่าจากคำบรรยายภาพ ระฆังทางขวามือเป็นระฆังที่หล่อขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1779 หนัก 23.1 ตัน มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.4 เมตร สูงจากพื้น 0.46 เมตร ซึ่งตรงกับลักษณะของระฆังพระเจ้าจิงกูจา (Singu Min’s Bell) หนึ่งในระฆังคู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่าที่อังกฤษพยายามขนกลับประเทศหลังยึดย่างกุ้งได้สำเร็จ

โดยอังกฤษได้เคลื่อนระฆังขึ้นแพเพื่อต่อไปยังเรือที่จอดรออยู่ แต่ระฆังเกิดพลัดตกลงแม่น้ำ กองทัพอังกฤษพยายามกู้ระฆังเป็นเวลากว่า 7 วันก็ไม่สำเร็จ

ภายหลังแกนนำพระสงฆ์ชาวพม่ารายหนึ่งจึงได้รับอนุญาตจากอังกฤษให้กู้ระฆังใบนี้ได้ และชาวพม่าก็ทำได้สำเร็จด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยการผูกระฆังกับเสาเรือในช่วงน้ำลง เมื่อน้ำขึ้นกระแสน้ำก็ช่วยดึงให้ระฆังหลุดจากโคลนได้ ระฆังใบนี้จึงถูกนำมาติดตั้งไว้ที่เจดีย์ชเวดากองตามเดิม


(ข้อมูลจาก Burma Press Summary from The Working People’s Daily Vol.II, No. 2, February 1988)


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2561

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป