“ปราสาทขอม” ในไทย ถูกทำลายด้วยสาเหตุอะไรบ้าง?

ปราสาทประธาน ปราสาทตาเมือนธม ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย ปราสาทหิน ปราสาทขอมในไทย
ปราสาทประธานของปราสาทตาเมือนธม ซึ่งมีมณฑปต่อยื่นออกมาด้านหน้า

ปราสาทขอมในไทย ถูกทำลายด้วยสาเหตุอะไรบ้าง?

“ปราสาทหิน” หรือ “ปราสาทขอม” ในภาคอีสานของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ช่วงนี้กำลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปชมความสวยงาม
ไม่เพียงเพราะมีอายุเก่าแก่นับพันปี แต่เพราะปราสาทหินยังสะท้อนคติความเชื่อที่เปลี่ยนผ่านในแต่ละยุคอีกด้วย

ดร. ปรีดา โกมลกิติ เล่าถึงพัฒนาการการเปลี่ยนแปลงคติความเชื่อในพื้นที่ดังกล่าว ที่ส่งผลต่อการใช้สอยจุดต่างๆ ของปราสาทหินไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน 2549 ว่า

พระปรางค์สามยอด ลพบุรี ปราสาทหิน ปราสาทขอมในไทย
พระปรางค์สามยอด จ. ลพบุรี มีลักษณะเป็นปราสาทขอม (ภาพ : Matichon Tour)

ช่วงเปลี่ยนแปลงจากการยึดถือ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ผสมผสานกับพุทธมหายานของขอม มาเป็น พุทธเถรวาทลังกา เมื่อราวต้นพุทธศักราช 1800 ในดินแดนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก ตลอดจนบริเวณที่ราบสูงอีสาน พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงช่วงแรกว่า ยังคงยึดถือรูปแบบสถาปัตยกรรมขอมดั้งเดิม คือ “ปรางค์ประธาน”

แต่เดิมปรางค์ประธานใช้สำหรับประดิษฐานรูปเคารพของพราหมณ์ เมื่อเปลี่ยนแปลงคติความเชื่อแล้วก็กลายเป็นที่สำหรับประดิษฐานรูปเคารพทางพุทธศาสนา ขณะที่ส่วนอื่นๆ ของปราสาทหิน เช่น มณฑป หรืออาคารด้านหน้าของปรางค์ ก็มีการดัดแปลงเป็นพื้นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา

แม้ว่าจะไม่สอดคล้องกับความต้องการพื้นที่ใช้สอยได้โดยตรง แต่ก็ถือเป็นทางออกที่ดีสำหรับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

ปราสาทขอมที่มีการดัดแปลงเพื่อประโยชน์ของพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งพบว่ามีจำนวนไม่มากนัก ได้มีการใช้สอยอาคารอย่างต่อเนื่องมาได้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะถูกปล่อยทิ้งร้างไปในที่สุด

เป็นที่น่าสังเกตว่า ปราสาทขอมที่ได้รับการดัดแปลงประโยชน์ใช้สอยดังกล่าวนี้ จะอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในรูปโครงสร้าง โดยความทรุดโทรมจะถูกจำกัดเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น

ส่วนปราสาทขอมที่สำคัญอื่นๆ ในบริเวณที่ราบสูงอีสาน กลับไม่พบการใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง แต่เป็นการหยุดใช้งานลงโดยฉับพลันในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนแปลงศาสนาและการปกครอง จากพราหมณ์ฮินดูมาเป็นพุทธเถรวาทลังกาแทบทั้งสิ้น

ปราสาทตาควาย ปราสาทหิน ปราสาทขอมในไทย
ปราสาทตาควาย ตัวปราสาทก่อด้วยหินทราย แม้เป็นเพียงก่อขึ้นรูปไว้ แต่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่มาก ชั้นหลังคายังอยู่ครบ มีผังเพิ่มมุม มีมุขทางเข้าที่ด้านทั้งสี่ คือแบบแผนทั่วไปของปราสาทหินในสมัยเมืองพระนคร แต่เนื่องจากไม่มีลวดลายสลัก ทำให้การกำหนดอายุทำได้เพียงคร่าวๆ ว่าอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 16-18 (เอื้อเฟื้อภาพโดย กรมศิลปากร)

ปราสาทขอมในไทย ถูกทำลายด้วยสาเหตุใดบ้าง?

ปราสาทขอมในดินแดนที่ต่อมาคือประเทศไทย ที่ไม่ได้รับการดัดแปลงให้ใช้งานต่อเนื่อง จะถูกทิ้งร้างหรือทำลายลงด้วย 5 สาเหตุหลัก ดังที่ ดร. ปรีดา บอกไว้ดังนี้

1. อาคารถูกทิ้งร้างให้เสื่อมโทรมลงตามสภาพธรรมชาติ

โดยทั่วไปอาคารปราสาทขอมประกอบด้วยวัสดุหลัก 4 ประเภท ได้แก่ อิฐเปลือย อิฐฉาบปูน ศิลาแลง และหินทราย ความชื้นและความร้อนเป็นตัวการสำคัญในการทำลายวัสดุเหล่านี้ให้เสื่อมสภาพ ทุกครั้งที่อาคารเปียกชุ่มด้วยน้ำฝน และถูกแสงแดดแผดเผา ส่วนหนึ่งของอณูที่ยึดประกอบเป็นพื้นผิวของวัสดุจะแตกสลาย ผิวอาคารประเภทก่ออิฐฉาบปูนจะเริ่มแตกร้าวและสลายตัวลงก่อนในชั่วอายุคน ส่วนผนังที่ก่ออิฐเผาเรียบจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าถึงหลายชั่วอายุคน

2. อาคารถูกทำลายลงโดยแรงกระทำของธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว พายุ น้ำหลาก ฟ้าผ่า

แรงกระทำโดยตรงจากธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำหลาก ฟ้าผ่า ลมพายุ หรือแม้แต่การฝังรากลงในตัวอาคารของต้นไม้ใหญ่ เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการที่ปราสาทหินพังทลาย

สำหรับปราสาทขอมในดินแดนไทย ไม่พบการพังทลายโดยน้ำท่วมหรือน้ำหลาก อาจเป็นไปได้ว่าสถาปนิกเลือกชัยภูมิที่สูง จึงรอดพ้นสภาวะอันตรายนี้ได้ ส่วนกรณีลมพายุไม่มีผลต่ออาคารที่มีลักษณะการก่อสร้างมั่นคงด้วยอิฐและหินล้วน กรณีฟ้าผ่าอาจก่อให้เกิดความร้อนต่อส่วนยอดสุดของปรางค์หรือกลศ มีตรีศูลเป็นโลหะ ทำหน้าที่เสมือนสายล่อฟ้า เป็นเหตุให้กลศอาจแตกสลาย แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้อาคารพังทลายลงทั้งหลัง

3. อาคารถูกทำลายลงโดยอัคคีภัย

ไฟไหม้จะเป็นด้วยอุบัติเหตุหรือจงใจก็ตาม สามารถทำลายอาคารทั้งหลังลงได้ แต่คงไม่ใช่ในกรณีปราสาทขอมในไทย ด้วยเหตุว่ามีชิ้นส่วนของโครงสร้างไม้ที่เป็นวัสดุติดไฟประกอบอยู่น้อยมาก

4. อาคารถูกทำลายลงโดยการเสื่อมสภาพของโครงสร้าง

ประเด็นนี้มักเกิดจากการเสื่อมสภาพของฐานราก หรือฐานรากทรุดตัว แต่จากการตรวจสอบสภาพฐานรากอาคารปราสาทขอมในไทยโดยทั่วไป ส่วนใหญ่ไม่พบสาเหตุดังกล่าว

5. อาคารถูกทำลายลงด้วยน้ำมือมนุษย์

การรื้อทำลายอาคารประเภทศาสนสถานโดยทั่วไปของมนุษย์ มักเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง เช่น ขุดค้นหาสมบัติ การลักขโมยส่วนประกอบสถาปัตยกรรมของอาคาร ศึกสงคราม ความขัดแย้งทางศาสนา ฯลฯ

แม้จะมีหลายปัจจัยที่ทำให้เสื่อมสภาพ แต่ปราสาทหินหรือปราสาทขอมในไทยหลายแห่งก็ยังคงอยู่ผ่านกาลเวลามาได้ถึงปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 กรกฎาคม 2568