คนจีนในสยามสมัยรัชกาลที่ 3 มีจำนวน 1 ใน 4 ของประชากรทั้งชาติ

ชาวจีนในประเทศไทยมาจากไหน ชาวจีนในหัวเมืองฝ่ายเหนือ คนจีนในสยามสมัยรัชกาลที่ 3
ภาพพ่อค้าชาวจีน (ไม่ปรากฏปีที่ถ่าย)

คนจีนในสยามสมัยรัชกาลที่ 3 มีมากถึง 1,500,000 คน จากประชากรทั้งหมด 6,000,000 คน คิดเป็นจำนวน 1 ใน 4

คนจีนอพยพมาสู่สยามอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คนจีนได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทางเศรษฐกิจ และการเมือง จนเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจการค้า ระบบตลาด เงินตรา และอุตสาหกรรม ของสยามขยายตัวอย่างรวดเร็ว

คนจีนอพยพเข้ามามากในสมัยรัชกาลที่ 3 เห็นได้จากบันทึกของชาวต่างชาติที่เข้ามาเยือนสยาม ได้บันทึกตัวเลขจำนวนคนจีนในสยามสมัยรัชกาลที่ 3 เอาไว้ เช่น

จอห์น ครอว์เฟิร์ด (John Crawfurd) ทูตอังกฤษ บันทึกว่า ประมาณ พ.ศ. 2365 มีชาวจีน 440,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 2,790,500 คน

มัลลอค (D.E. Malloch) พ่อค้าอังกฤษ บันทึกว่า ประมาณ พ.ศ. 2370 มีชาวจีน 800,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 3,252,650 คน และประมาณ พ.ศ. 2392 มีชาวจีน 1,100,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 3,653,150 คน

เอดมันด์ โรเบิตส์ (Edmund Roberts) ทูตอเมริกา บันทึกว่า ประมาณ พ.ศ. 2378 มีชาวจีน 500,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 3,620,000 คน

สำเพ็ง ชุมชนชาวจีน ภาพถ่ายทางอากาศ จีนกวางตุ้ง
ภาพถ่ายทางอากาศย่าน สำเพ็ง ชุมชนชาวจีนเก่าแก่ บริเวณวัดปทุมคงคา โดย นายปีเตอร์ วิลเลียมส์ ฮันต์ เมื่อ พ.ศ. 2489

ฌ็อง-บาติสต์ ปาลกัว (ean-Baptiste Pallegoix) มิชชันนารีฝรั่งเศส บันทึกว่า ประมาณ พ.ศ. 2397 มีชาวจีน 1,500,000 คน ประชากรทุกเชื้อชาติ 6,000,000 คน คือมีจำนวนคนจีนคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดเลยทีเดียว

คนจีนในสมัยรัชกาลที่ 3 ไม่เพียงทำมาหากินอยู่แค่ในพระนคร (กรุงเทพฯ) เท่านั้น แต่ยังกระจายตัวไปตามหัวเมืองใหญ่อื่นอีก ทั้งเมืองฉะเชิงเทรา เมืองนครชัยศรี (นครปฐม) เมืองราชบุรี เป็นต้น 

โดยหลังจากการปราบปราบพวก “ตั้วเหี่ย” หรือกลุ่มคนจีนที่รวมตัวซ่องสุมกำลังกระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ยิ่งทำให้คนจีนอพยพกระจายตัวไปสู่เมืองอื่นมากขึ้น ทั้งเมืองนครสวรรค์ เมืองลพบุรี เมืองอ่างทอง เมืองอุทัยธานี เมืองพรมอินทร์ เมืองชัยนาท เมืองสิงห์ เมืองนครชุม เป็นต้น

คนจีนที่อพยพมาอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามักทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลทราย ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นช่วงที่การผลิตน้ำตาลทรายกำลังคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณเขตบางปลาสร้อย นครชัยศรี บางปะกง ฉะเชิงเทรา เป็นต้น ส่วนมากมีชาวจีนเป็นเจ้าของกิจการ และแต่ละโรงงานก็มีแรงงานคนจีนไม่ต่ำกว่า 200-300 คน 

โรงงานน้ำตาล รัชกาลที่ 3 ทรงลงทุนโรงงานน้ำตาล กิจการโรงงานน้ำตาล น้ำตาล สินค้าสำคัญสมัยรัชกาลที่ 3 ชาวจีนในหัวเมืองฝ่ายเหนือ
“น้ำตาล” เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งสมัยรัชกาลที่ 3 มีชาวจีนเป็นแรงงานสำคัญ ในภาพเป็นโรงงานน้ำตาลริมแม่น้ำนครชัยศรี สมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

นอกจากนี้ ยังมีแรงงานคนจีนในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ที่เข้ามาทำงานในเหมืองแร่ดีบุก และโรงงานถลุงเหล็กในหลายพื้นที่ เช่น ถลาง ไชยา ชุมพร ราชบุรี ปากแพรก เป็นต้น โดยโรงงานถลุงเหล็กโรงหนึ่งอาจใช้แรงงานคนจีนไม่ต่ำกว่า 500-600 คน เลยทีเดียว

คนจีนไม่เพียงแค่ทำงานในอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลทรายและอุตสาหกรรมเหมืองแร่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเกษตรกรรม และเป็นผู้ใช้แรงงานแทบจะทุกอย่างในพระนคร (กรุงเทพฯ) ไม่ว่าจะงานหนักหรืองานเบา ก็จะมีคนจีนเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของชนชั้นแรงงานในสมัยรัชกาลที่ 3 เสมอ

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ปวีณา หมู่อุบล. อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ: การเมืองวัฒนธรรมของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2567.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 ตุลาคม 2568