รถไฟ-ชาววัง-ไฮโซ ปัจจัยสำคัญสร้าง “หัวหิน” เป็นเมืองตากอากาศ

หัวหิน กับนักท่องเที่ยวรุ่นบุกเบิก ในภาพมีเรือฉลอมจ้างไปเที่ยวเกาะต่างๆ (ภาพจาก หอสมุดกรมดำรงราชานุภาพ)

เมื่อเส้นทางรถไฟสายใต้ตัดมาถึงเมืองเพชรบุรี (ปี 2446) ได้มีการสำรวจเส้นทางต่อไปทางใต้ ในปี 2449 นายเฮนรี กิตตินส์ นายช่างชาวอังกฤษรายงานว่า พบชายหาดขาวสะอาดของหัวหิน ต่อมาปี 2454 ทางรถไฟก็มาถึง ซึ่งเวลานั้นเป็นเส้นทางเดียวที่สามารถเดินทางมาหัวหินได้สะดวก

หัวหินกลายเป็นเมืองตากอากาศที่ใครๆ ก็อยากมาเช็กอิน

รถนอนรุ่นแรก บริการผู้โดยสารระยะไกลระหว่างกรุงเทพฯ-มลายู (ภาพจาก หอสมุดดำรงราชานุภาพ)

คนกรุงเทพฯ คนแรกที่บุกเบิกสร้าง “สถานพักตากอากาศ” ที่หัวหิน คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ ทรงสร้างตำหนักหลังแรกของหัวหินที่ชายหาดด้านใต้ของบ้านแหลมหิน ให้ชื่อว่า “แสนสำราญสุขเวศน์” ภายหลังสร้างเพิ่มอีกหลัง จึงแยกนามตำหนักเป็นสำราญ และสุขเวศน์  มีแขกคนสำคัญที่ทรงมาประทับเป็นประจำ คือ สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง, สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และเจ้านายอื่นๆ

ไม่นานหัวหินก็มีชื่อเสียงเป็นเมืองตากอากาศที่นิยมแพร่หลายของชนชั้นนำของไทย

สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง รับสั่งให้สร้างพระตำหนักทางทิศเหนือของบังกะโลสุขเวศน์ เมื่อเสด็จมาประทับครั้งแรกนั้น มีถนนตัดจากสถานีรถไฟเลียบด้านข้างพระตำหนักทางทิศใต้เพื่อรับส่งเสด็จฯ ปัจจุบันคือ ถนนดำเนินเกษม ติดกับพระตำหนักของสมเด็จพระพันปีหลวง เป็นพระตำหนักของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ เรียกว่า “บ้านจักรพงษ์”  (ปัจจุบันคือที่ตั้งโรงแรมฮิลตัน)

ถัดจากบ้านจักรพงษ์ มาทางด้านเหนือ ก็มีตำหนักอีกหลายหลัง เช่น ตำนักดิศกุล-สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ตำหนักเพลินสุข-พระองค์เจ้าหญิงอัพภันตรีปรีชา, ตำหนักของพระองค์เจ้าหญิงจุฑารัตนราชกุมารี ฯลฯ ส่วนชายหาดทางทิศใต้ต่อจากบังกะโลสุขเวศน์ ก็มีตำหนักต่างๆ เช่น บ้านพลับป่า ก.-สมเด็จฯ กรมพระเทวะวงศ์วโรปการ, บ้านพลับป่า ข.-พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ, บ้านกินนอน-พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล, บ้านสมประสงค์-หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร ที่กล่าวมานั้นยังไม่ได้นับบ้านของข้าราชการ และคหบดี อีกหลายหลัง

ในการเสด็จมาพักผ่อนที่หัวหินแต่ละครั้งเจ้านายจากกรุงเทพฯ จะมากันเป็นขบวนใหญ่ เช่น ครั้งที่สมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จมาหัวหินและประทับแรมที่พระตำหนักใหญ่ มีเจ้านายฝ่ายในตามเสด็จจำนวนมาก เช่น สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์, พระองค์เจ้าหญิงพวงสร้อยสอางค์, พระองค์เจ้าหญิงอาทรทิพยนิภา ฯลฯ ยังไม่รวมถึงพนักงานข้าหลวงประจำพระองค์ที่ต้องตามเสด็จอีกหลายสิบคน แบบที่เรียกว่า “ยกวัง”

นั่นทำให้หัวหินคึกคัก และมีสีสันเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางของชนชั้นสูงในไทย

เมื่อมี “ชาววัง” มาเยือน เมืองหัวหินที่เคยเงียบเหงา ก็เจริญเติบโตมีชื่อเสียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ที่หลายๆ คนหวังจะมาเยือนสักครั้งในชีวิต เมื่อกรมรถไฟหลวงสร้างทางเพิ่มต่อจากหัวหินลงไปทางใต้ และเปิดเดินรถในวันที่ 1 มกราคม ปี 2456 ความเจริญของหัวหินก็ขยายตัวตามจนถึง “เขาเต่า” อันเป็นสุดเขตของหัวหิน ความเจริญยังขยายจากบริเวณชายหาดเข้าสู่ตัวเมืองในปี 2460 จากการสร้างถนน และห้องแถวไม้สองฝั่งถนนที่กรมรถไฟปลูกให้เช่า

ต่อมาทางรถไฟสายใต้ขยายเส้นทางเชื่อมต่อมลายู สิงคโปร์ ปีนัง เริ่มปี 2464 ทำให้ชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปมาได้สะดวกกว่าเดิมที่ใช้เรือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาหัวหินก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เส้นทางรถไฟระยะยาวจำเป็นต้องมีการหยุดพักระหว่างทาง แม้จะมีบริการตู้นอนโดยไม่ต้องหยุดพัก แต่รถไฟบางขบวนก็ต้องหยุดพักในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากสัตว์ป่าที่มาขวางเส้นทางเดินรถและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ยุคแรกของโฮเต็ลหัวหิน (ภาพจาก หอสมุดดำรงราชานุภาพ)

หัวหินที่อยู่กึ่งกลางเส้นทางกรุงเทพฯ-มลายู จึงเป็นจุดแวะพักยอดนิยม

ปี 2465 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้กรมรถไฟหลวงจัดสร้างโรงแรมที่พักขึ้น ชื่อ “โฮเต็ลหัวหิน” ตั้งอยู่ระหว่างพระตำหนักของสมเด็จพระพันปีหลวง และตำหนักสุขเวศน์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ โดยกำหนดให้เป็นโรงแรมตากอากาศ (Resort Hotel) ระดับสี่ดาว มาตรฐานยุโรป ค่าห้องพักประมาณคืนละ 20 บาท ซึ่งนับว่าสูงทีเดียว (เวลานั้นเงินเดือนทหารยศร้อยตรี คือ 60 บาท)


ข้อมูลจาก

ปรามินทร์ เครือทอง, หัวหิน, สำนักพิมพ์มติชน, ไม่ได้ระบุปีที่พิมพ์


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป