วีรกรรม “จอมพลถนอม” เมื่อครั้งลุยปราบ “กบฏวังหลวง”

(ซ้าย) จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ (ขวา) จอมพล ถนอม กิตติขจร

ในเหตุการณ์ “กบฏวังหลวง” เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 ทหารผู้มีส่วนสำคัญในการปราบกบฏครั้งนั้นนำโดย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และโดยเฉพาะจอมพลถนอม กิตติขจร ผู้นำกำลังทหารบุกเข้ายึดพระบรมมหาราชวังคืนจากฝ่ายกบฏ เป็นวีรกรรมที่ถูกกล่าวถึงในวงการทหาร

ในหนังสือ “ชีวิตและผลงานจอมพลถนอม กิตติขจร” ของนายหนหวย (นามปากกา) (วัชรินทร์การพิมพ์, ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์) ได้เล่าเรื่องราววีรกรรมของจอมพลถนอมไว้โดยละเอียด อธิบายว่า ขณะนั้นจอมพลสฤษดิ์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 1 ขณะที่จอมพลถนอมดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 (ยศพันเอก) ในวันเกิดเหตุการณ์ จอมพลถนอมได้ฟังข่าวทางวิทยุ มีประกาศปลดนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในรัฐบาลหลายคน จึงรีบวิ่งไปที่บ้านจอมพลสฤษดิ์ซึ่งอยู่ใกล้กัน และได้พูดกับจอมพลสฤษดิ์ว่า

“ได้ยินวิทยุประกาศหรือไม่ ท่านจะเอาอย่างไร ผมน่ะจะสู้อย่างเด็ดขาดล่ะ”

จอมพลสฤษดิ์ตอบตกลงจะต่อสู้กับฝ่ายกบฏ จึงสั่งให้จอมพลถนอมไปเตรียมกำลังทหารไปสำรวจสถานการณ์ กระทั่งเวลา 01.00 น. ได้ทราบว่าพระบรมมหาราชวังถูกยึดเป็นกองบัญชาการของฝ่ายกบฏ จอมพลสฤษดิ์จึงได้มีคำสั่งถึงจอมพลถนอมว่า

“เกิดจลาจลขึ้นแล้ว ขณะนี้พระบรมมหาราชวังถูกพวกก่อการจลาจลบังคับปลดอาวุธทหารกองรักษาการณ์ของ ร.พัน 1 ร.อ. แล้วยิงลูกระเบิดเข้ามาในที่ตั้ง ร.พัน 1 ร.อ.มีทหารบาดเจ็บหลายนาย ให้ส่งกำลัง ร.11 ไปล้อมพระบรมมหาราชวังด่วน รถถังจะรอร่วมปฏิบัติอยู่ที่สะพานผ่านพิภพ ข้าพเจ้าจะเปิดเจรจาด้วยสันติวิธีก่อน ถ้าไม่สำเร็จและจำเป็นจึงจะสั่งใช้กำลังเข้าโจมตีปราบปรามต่อไป”

กำลังทหารจากรมทหารราบที่ 11 รับผิดชอบปฏิบัติการปราบกบฏเป็นหลัก มีกองพันที่ 1 ควบคุมด้านประตูวิเศษไชยศรี และกองพันที่ 2 ควบคุมด้านวัดพระเชตุพนฯ และด้านกระทรวงกลาโหม ขณะที่ด้านแม่น้ำเจ้าพระยา ทหารเรือของฝ่ายกบฏควบคุมอยู่ นอกจากนี้ยังมีกำลังทหารบางส่วนจากกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ กำลังรถ ป.ต.อ. 40 จากกองพล ป.ต.อ. และรถถังบางส่วนจากกองพลทหารม้าร่วมด้วย

พลตรีเทียบ กรมสุริยศักดิ์ นายทหารคนแรกที่ผ่านเข้าประตูวิเศษไชยศรีจนถูกประตูโดยแรงรถถังเบียดอัดได้รับบาดเจ็บสาหัส เล่าว่า

“คืนนั้นไม่ได้นอนทั้งคืน เข้าล้อมพระบรมมหาราชวังไว้ตั้งแต่ 02.00 น. ท่านจอมพลผิน ชุณหะวัณ ท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่บัญชาการอยู่ที่หน้าศาลสถิตยุติธรรม พวกก่อการยิงต่อต้านจากเชิงเทินอย่างเข้มแข็ง เพราะมีใบเสมาเป็นที่กำบังอย่างดี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ใบเสมาได้ใช้การนับแต่สร้างมา พบว่าการก่ออิฐถือปูนแข็งแรงมาก ทหารจะโจมตีด้วยอาวุธหนักก็ไม่สะดวกใจ เพราะอยู่ในความมืด ห่วงปราสาทราชมณเฑียรจะเป็นอันตรายโดยไม่จำเป็น

ท่านจอมพลถนอม กิตติขจร อยู่กับกองพันที่ 1 หน้ากรมศิลปากร ได้ตัดสินใจจะเอารถถังชนประตูวิเศษไชยศรี แต่เมื่อส่งรถเข้าไปคันแรกก็ปรากฏไปตายขวางประตูอยู่ รถถังคันใหญ่อีกคันหนึ่งเครื่องยนต์ก็ขัดข้องอยู่ที่หน้ากรมศิลปากร ท่านจอมพลเฝ้าคอยการแก้รถคันใหญ่ไม่ไปไหน เพราะจะใช้แสงสว่างก็ไม่ได้ จะตกเป็นเป้า รอจนฟ้าสางจึงได้แก้สำเร็จทั้ง 2 คัน เมื่อแก้สำเร็จแล้วท่านจึงได้ตัดสินใจยิงประตูวิเศษไชยศรีและพังเข้าไปดังกล่าวแล้วแต่ต้น ท่านเองนั้นวิ่งเข้าไปพร้อมกับรถทางปีกขวา และยึดวังหลวงคืนได้ในที่สุด”

พลโทสมัย แววประเสริฐ เล่าเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ว่า

“ภาพที่ปรากฏแก่สายตาที่ไม่มีวันจะลืมเลือนไปได้ชั่วชีวิตนั้น ก็คือการสั่งการอย่างเฉียบขาด และการนำอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของท่านผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11

ที่หมายเข้าตีประตูวิเศษไชยศรี ตามข้าพเจ้า’ 

แม้ว่าในขณะสั่งการ เสียงจากการยิงของปืนใหญ่ทหารราบ และเสียงเครื่องยนต์จากการเคลื่อนที่ของรถถังจะดังเพียงใดก็ตาม เสียงของความดัง และความเด็ดขาดจากการสั่งการเคลื่อนที่เข้าตีของท่านผู้บังคับการกรมฯ ทำให้ทหารทุกคนพร้อมที่จะเคลื่อนที่ หน้าตาของท่านผู้บังคับการกรมฯ ซึ่งเคยยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลานั้น บัดนี้ไม่มีเหลืออยู่เลย เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม เอาจริงเอาจัง

สิ้นเสียงคำสั่งการเข้าตี ท่านผู้บังคับการกรมฯ ก็ออกวิ่งนำตามรถถัง ซึ่งทำหน้าที่เป็นฉากกำบัง ทหารทุกคนที่พร้อมจะเคลื่อนที่ เมื่อได้เห็นท่านผู้บังคับการกรมฯ ออกวิ่งนำเช่นนี้ ทุกคนก็ออกวิ่งตามทันที การยิงประกอบกับการเคลื่อนที่ตามแผนการที่กำหนดไว้ เพียงชั่วโมงเศษฝ่ายกบฏก็ล่าถอยไป”

ภาพถ่ายทางอากาศพระบรมมหาราชวัง (ภาพจากหนังสือสถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง สำนักราชเลขาธิการ พิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2513)

ขณะที่นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 1 บันทึกไว้ว่า บางคนในรุ่นได้มีโอกาศร่วมปฏิบัติการกับจอมพลถนอมในเหตุการณ์ครั้งนี้ และจำได้ชัดว่า จอมพลถนอมได้ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญในการเป็นผู้นำนำกำลังทหารเข้ายึดพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี นับแต่นั้นมา คำขวัญของจอมพลถนอมที่ว่า “วินัย ใจเย็น สู้ตาย” ก็กลายเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในวงการทหาร

จอมพลสฤษดิ์ออกปากถึงวีรกรรมของจอมพลถนอมในเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า

“หนอมนี่มันกล้าหาญเหลือเกิน”

 

พิเศษ ลด 40%! สมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ลดราคาพิเศษ 40% เฉพาะสมัครวันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2563 เท่านั้น คลิกดูรายละเอียดที่นี่


เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 17 มิถุนายน 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป