“ตำราตรีภพ” ดูวันเดือนปีเกิดแล้วทำนายลักษณะอวัยวะเพศ ฤาพระราชนิพนธ์ “พระจอมเกล้า”

จิตกรรมฝาผนัง เชิงสังวาส พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

วัฒนธรรมและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเพศและเชิงสังวาสปรากฏอยู่ในหลักฐานโบราณหลากหลายแหล่งทั้งในตะวันตกและตะวันออก สำหรับไทยเองก็มีตำราโบราณที่ค้นพบกันหลายเล่ม อีกเล่มที่พูดถึงกันมากคือ “ตำราตรีภพ”

ตำราตรีภพ เป็นที่รู้จักกันในชื่ออื่นด้วย อาทิ ตำราเศษพระจอมเกล้าฯ เศษพระจอมเกล้าฯ หรือจอมตรีภพ อภิลักษณ์ เกษมผลกูล ผู้เขียนหนังสือ “ผูกนิพานโลกีย์ ตำรากามสูตรสัญชาติไทย” อธิบายว่า ตำรานี้ถูกกล่าวขานกันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ไว้และแทรกในตำราดูเกณฑ์ชะตาชายหญิง พร้อมพระราชทานนามว่า “ตำราตรีภพ”

อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า เป็นบทพระราชนิพนธ์ โดยนักวิชาการวิเคราะห์ว่า “พระจอมเกล้า” คำนี้ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ได้หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แต่เมื่อรัชกาลที่ 4 ทรงพระปรีชาด้านโหราศาสตร์ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เชื่อกันแบบนั้น

เนื้อหาส่วนหนึ่งมีใจความว่า

ตัวเราพระจอมเกล้า บำรุงเหล่าราษฎร์สำราญ
เลี้ยงเสนาข้าราชการ ใช้แบบนี้ดีหนักนา ฯ

ตำรานี้ชื่อตรีภพ จงปรารภเร่งศึกษา
หญิงชายที่เกิดมา ตามชะตาชั่วและดี ฯ

อภิลักษณ์ บรรยายว่า ตำรานี้ประพันธ์ด้วยกาพย์ยานี และโคลงสี่สุภาพ เนื้อหาส่วนที่เกี่ยวกับตำราดูลักษณะเพศหญิง-ชาย เป็นโคลงสี่สุภาพ มี 27 บท ซึ่งบางตอนมีลักษณะคล้ายวรรณกรรม “ผูกนิพานโลกีย์” แต่ใช้ฉันทลักษณ์แตกต่างกัน แต่เนื้อหาเกือบกึ่งหนึ่งตรงกัน แม้นักวิชาการชี้ว่า ผูกนิพานโลกีย์ ให้รายละเอียดชัดเจนกว่าบ้าง แต่ยังไม่อาจชี้ชัดว่าเล่มใดเป็นอิทธิพลถึงเล่มใด หรือเล่ม “ต้นฉบับ” คือเล่มใด ตัวอย่างเนื้อหาส่วนหนึ่งมีใจความว่า

อ่านเพิ่มเติม“ผูกนิพานโลกีย์” ตำรากามสูตรสัญชาติไทย คาถาขอบุตร-จุดอารมณ์หญิง-ขนาดสำคัญไฉน

ทำนายลักษณะโยนีตามวันเดือนปีเกิด

บัดนี้จะกล่าวด้วย ราศี
ในลักษณะนารี ย่อมแจ้ง
หญิงใดชั่วและดี เศษบอก เองนา
ใช่ว่าจะกลั่นแกล้ง แต่ล้วนของจริง ฯ

เชิญโฉมวรนุชเจ้า จงสดับ
มยุเรศมีแวววับ โชติได้
สตรีก็ที่ลับ เป็นศรี ตนแฮ
ควรจักบำรุงไว้ เพื่อชู้เชยชม ฯ

หนึ่งใครจะใคร่รู้ ร้ายดี
จงเอาวันเดือนปี บวกเข้า
ต่อไปจึงเอาตรี ภพเร่ง คูณแฮ
แปดทิศคิดดูเจ้า แปดนั้นพลันหาร ฯ

เศษหนึ่งพึ่งพิศแม้น ใบพลู
ช่องแคบคะเน ลอดได้
ราศีชะตาดู แรงยิ่ง นาแฮ
อาภัพโชคลาภไซร้ นิ่มเนื้อขนบาง ฯ

เศษสองบ่ผิดเพี้ยน เต่าหับ
เกิดแก่ใครคงยับ โชคร้าย
พอเหมาะจะรับ การสวาท
ขนดกแคมซ้าย เฉกเชื้อพงแคม ฯ

เศษสามนามกล่างอ้าง เปรียบปรา
โตเท่าเทียมกะลา คว่ำได้
ขนดำบ่ดกหนา สมรูป
ทางกระทำนั้นไซร้ ไป่กว้างพอประมาณ ฯ

เศษสี่รีลีบคล้าย กีบกวาง
โลมาชาติสำอาง เอี่ยมหน้า
แต่จิตมักผิดทาง มักมาก
ถึงจริตจะแช่มช้า อย่าได้สมาคม ฯ

เศษห้าโชคลาภล้ำ ควรชม
รายราบน่านิยม นิ่มน้อง
เต้าตาลพอเปรียบสม วรรณะ
ควรถนอมประคองต้อง ตั้งเลี้ยงเคียงกัน ฯ

เศษหกดูดั่งแกล้ง กล่าวสวรรค์
กล้วยกาบกัทลีพันธุ์ อวบอั้น
มิดชิดสนิทกัน ดีเมื่อ แก่นา
ควรรักโลมานั้น ดุจเส้นจามจุรี

เศษเจ็ดเท็จถ่อยแท้ ทรลักษณ์
หอยโข่งอัปลักษณ์ ร่างร้าย
ขนดกรอบแคมชัก เสียรูป
เมื่อร่วมภิรมย์คล้าย ว่ายน้ำหาโคลน ฯ

เศษศูนย์พูนพ่างน้ำ เต้าเทียม
เห่อห่ามตัณหาเรียม พักตร์กร้าน
ยลชายใช่กลเรียม แนะเล่ห์ สวาทเฮย
มีหนึ่งมิพึงคร้าน เสาะคว้าหาสอง ฯ

จบเสร็จฉบับเบื้อง โบราณ
ลักษณะเศษประมาณ กล่าวนี้
ชายใดเร่งวิจารณ์ ควรจด จำแฮ
ของที่ลับหลบลี้ อาจรู้ดูขำ ฯ

ทำนายลักษณะองคชาตตามวันเดือนปีเกิด

จะแนะนิเทศเค้า คัมภีร์
ชมติลักษณะชั่ว (ดี) ดั่งอ้าง
ผิดแผกภาคพาที ทางเล่า สืบนา
ยาวสั้นบั่นต่อบ้าง ถูกแท้ทางเดิม ฯ

กะกามีโทษร้าย สิบชนิด
ตามลักษณ์สุภาษิต กล่าวไว้
ดีชั่วซึ่งบัณฑิต ท่านกล่าว ไว้นา
ผู้จะเลี้ยงจะได้ เลือกเลี้ยงแต่ควร ฯ

จะดูลักษณะให้ พึงหา
วันเดือนปีเกิดมา บวกเข้า
ทั้งสามแห่ชันษา รวมเท่า ใดฤา
จึงคอยสืบดูเค้า ต่อนั้นฉันใด ฯ

กามคุณเบญจนั้น เป็นมูล
คือเลขห้ามาคูณ จึ่งได้
ทวารเก้าตกเค้าศูนย์ หารลับ
เหลือเศษเท่าใดให้ เร่งค้นหาฝอย ฯ

เศษหนึ่งท่านกล่าวด้วย สัณฐาน
วัดโดยยาวประมาณ หกนิ้ว
มีเศษแต่มักหาญ ห่ามเล่น ชู้นา
จนถึงแก่ต้องหิ้ว พักตร์ด้วยความซน ฯ

เศษสองยาวเจ็ดนิ้ว พอดี
โคนิ่วและหิดฝี มากไซร้
คดซ้ายฝ่ายนารี ห่อนชอบ ใจนา
แต่ว่ามียศได้ เทียบด้วยพระหลวง ฯ

เศษสามกามราคร้าย แรงครัน
รูปพรรณพอสัน- ทัดแท้
ดีชั่วกึ่งกลางกัน บ่ยิ่ง หย่อนแฮ
ตามแบบท่านกล่าวแก้ เหตุด้วยบุญกรรม ฯ

เศษสี่มียศล้ำ หญิงรัก
รูปพรรณพอจัก ช่วยใช้
หมวกบ่มีบังพักตร์ กึ่งกั่น เจียวพอ
เมียมักนอกใจให้ เดือดร้อนรำคาญ ฯ

เมื่อกล่าวถึงการทำนายวันเดือนปีเกิดแล้วนำมาพยากรณ์ลักษณะอวัยวะแล้ว ต่อมาจะกล่าวถึง “กามจรผู้หญิง” เรียงตามวัน และช่วงเวลาแต่ละวันที่จะช่วยชี้นำการเลือกสังวาส เชื่อมโยงกับลักษณะสีผิวของสตรีที่เหมาะสมต้องตามตำรา ซึ่งหากมีโอกาส จะกล่าวถึงในครั้งต่อไป


อ้างอิง: 

อภิลักษณ์ เกษมผลกูล. ผูกนิพานโลกีย์ ตำรากามสูตรสัญชาติไทย. กรุงเทพฯ : มติชน, 2550

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป