วาทะ “เท่ง เที่ยงถึง” ส.ส.ไร้พ่ายชี้ การซื้อเสียงเป็น “วัฒนธรรมหนึ่งของคนไทยเสียแล้ว”

นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ขณะให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่รัฐสภา

นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ เป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองในหน้าประวัติสาสตร์ไทยที่ไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางเท่าใด เพราะไม่ได้ทำตัวเป็นที่หวือหวาหรือสร้างกระแสในพื้นที่ข่าวให้เป็นที่จับตามองของสื่อและประชาชน แต่ บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ เป็นบุคคลที่ทำงานด้วยความสามารถอย่างเต็มที่และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนประเทศในหลาย ๆ ด้าน มากว่า 50 ปี และเป็นปูชนียบุคคลสำคัญของชาติคนหนึ่ง

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทย 17 สมัยติดต่อกัน ยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2480 จนถึง พ.ศ. 2535 นับว่าครองแชมป์ ส.ส. ยาวนานที่สุดในประเทศไทย และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย นอกจากจะได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรติดต่อกันหลายสมัยแล้ว “ปู่บุญเท่ง” ยังดำรงตำแหน่งทางนิติบัญญัติสำคัญ ๆ หลายตำแหน่ง เช่น ประธานสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 เป็นกรรมาธิการร่างกฎหมาย และกรรมาธิการอื่น ๆ อีกหลายตำแหน่ง ส่วนด้านฝ่ายบริหาร บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ก็ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ดังนี้

  • ปี พ.ศ. 2489 เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร รัฐบาล นายควง อภัยวงศ์
  • ปี พ.ศ. 2491 เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาล นายควง อภัยวงศ์
  • ปี พ.ศ. 2518 เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
  • ปี พ.ศ. 2519 เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
  • ปี พ.ศ. 2526 เป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

อ่านประวัติของบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ได้ที่นี่ “บุญเท่ง ทองสวัสดิ์” ส.ส.ไร้พ่ายชนะรวดทุกสมัย ทำอย่างไรถึงเป็นผู้แทนราษฎรนานสุดในไทย

นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ให้สัมภาษณ์กับ ธวัช คำธิตา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ในหลากหลายประเด็น โดยแบ่งเป็น 4 หัวข้อใหญ่ ๆ คือ ก. ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับนักการเมือง การหาเสียงและการซื้อเสียง, ข.แนวคิดทางการเมือง และประสบการณ์ในอดีต, ค. แนวความคิดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ ง. ข้อคิดเห็นทางการเมืองโดยทั่วไป

การสัมภาษณ์ครั้งนี้ บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ อายุ 86 ปีแล้ว (เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2454) โดยการสัมภาษณ์นี้อยู่ภายใต้บริบทการเมืองเนื่องด้วยรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ที่เป็นครั้งแรกที่กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ มีจำนวน ส.ส. ทั้งหมด 500 คน จากแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน จากแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน

ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับนักการเมือง การหาเสียงและการซื้อเสียง

  • คำถาม: ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับระบบบัญชีรายชื่อพรรค หรือปาร์ตี้ลิสต์ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่?

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ตอบว่า ระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ไม่ได้ประโยชน์อะไรมาก เพราะยังคงถูกครอบงำโดยพวกนายทุนที่คอยอุดหนุนพรรคการเมืองเช่นเดิม เป็นความพยายามของนายทุนที่มีเงินแล้วใช้เงินเข้ามาแสวงหาอำนาจปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มพรรคพวกตนเอง โดยไม่ต้องสมัครหรือหาเสียง แต่ก็ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี 

  • คำถาม: ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับการซื้อ-ขายเสียงที่เป็นไปอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ในสมัยของท่านมีไหม? ร้ายแรงอย่างนี้หรือไม่?

การซื้อเสียงขายเสียงเป็นวิธีที่แก้ไม่ตก มันเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนไทยไปเสียแล้วมันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ กล่าว และอธิบายต่อไปว่าสังคมสมัยนี้กับสมัยก่อนแตกต่างกันมาก การซื้อเสียงขายเสียงสมัยนี้ก็รุนแรงกว่า คนมองที่ประโยชน์ของตนมากกว่าของส่วนรวม และตอบทิ้งท้ายคำถามนี้ว่า 

เขามองเห็นคนที่เอาเงินมาจ่ายร้อยหรือสองร้อยบาทเป็นคนดี คนเสียสละ เขามองคนที่เอาเงินมาให้ว่าทําประโยชน์สูง การมองประโยชน์ส่วนรวมของบ้านเมืองของคนสมัยนี้มันลดน้อยลง”

  • คำถาม: รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ป้องกันการซื้อเสียงโดยให้มีการนับคะแนนใหม่ที่อําเภอ แทนการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ท่านคิดว่าวิธีนี้จะป้องกันการซื้อเสียงได้หรือไม่?

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ แสดงทัศนะว่าการเปลี่ยนวิธีนับคะแนนมานับที่อำเภออาจจะช่วยป้องกันการซื้อเสียงได้เล็กน้อยเท่านั้น เพราะการซื้อเสียงขายเสียงกับการนับคะแนนเป็นคนละเรื่องกัน หากต้องการที่จะซื้อเสียง เขาเหล่านั้นก็จะพยายามซื้อเสียงให้ได้ การกระทำเช่นนี้มันจึงอยู่ที่ผู้ซื้อกับผู้ขาย และไม่สามารถแก้ไขได้

  • คำถาม: การหาเสียงเลือกตั้งในปัจจุบันมักจะใช้วิธีการรุนแรงและสกปรก บางครั้งมีการทำร้ายหรือข่มขู่ผู้สมัครหรือหัวคะแนน อยากทราบว่าในสมัยท่านการหาเสียงเป็นอย่างไร?

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ตอบว่า สมัยก่อนไม่มีการใช้ความรุนแรงหรือความสกปรกในการแข่งขันกัน แต่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจะใช้ความสามารถ ทั้งการพูดและการกระทำที่จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่าตนเป็นคนฉลาด เป็นคนซื่อสัตย์ พูดจริง ทําจริง และต้องการเข้าไปเป็นตัวแทนรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน แต่ตรงกันข้ามกับปัจจุบันที่เข้าไปเป็นผู้แทนแล้วรักษาหรือแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองมากกว่า

  • คำถาม: นักการเมืองสมัยนี้ใช้เงินเป็นเครื่องมือไปสู่อํานาจ จึงมีคําว่า “นักธุรกิจการเมือง” ท่านคิดว่าการเมืองไทยในอนาคตจะขจัดสิ่งนี้ได้หรือไม่?

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ตอบว่า “คิดว่าเป็นการยากมากเต็มทีที่จะขจัดสิ่งเหล่านี้ คงหาทางขจัดไม่ได้ แต่ในอนาคตคนคงจะเบื่อหน่ายก็จะเลิกกันไปเอง แก้ไขในตอนนี้สมัยนี้คงไม่ได้”

  • คำถาม: ความสําเร็จของการเลือกตั้งเท่าที่ผ่านมามักจะต้องผูกติดหรืออาศัยหัวคะแนน คือ กํานัน หรือ ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งควรจะวางตัวเป็นกลาง แต่ก็ไม่ได้ทําเช่นนั้น ท่านคิดว่า การเลือกตั้งในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้หรือไม่?

“การเปลี่ยนแปลงคงทําไม่ได้ เพราะความเข้าใจของคนที่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่มีคนมองประโยชน์แต่เพียงอย่างเดียว เราก็ต้องพึ่งพากํานันหรือผู้ใหญ่บ้าน เมื่อกํานันหรือผู้ใหญ่บ้านวางตัวไม่เป็นกลาง ไม่ดี ต่อไปชาวบ้านก็จะไม่นับถือ” บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ยังอธิบายต่อไปว่าที่มักได้ยินข่าวบ่อย ๆ เกี่ยวกับการสังหารผู้ใหญ่บ้าน กํานัน หรือประธาน อบต. นั้นมีเหตุมาจากคนเลิกนับถือ 

แนวคิดทางการเมือง และประสบการณ์ในอดีต

  • คำถาม: อยากทราบถึงวิกฤตการณ์ร้ายแรงที่สุดในชีวิตทางการเมืองของท่านที่ผ่านมา และยังจําฝังใจท่านโดยตลอด

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ตอบว่า การปกครองในระบอบเผด็จการทหารร้ายแรงมาก เพราะมีการสังหารกันอยู่ตลอดเพื่อก้าวสู่อำนาจ และกล่าวถึง พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ว่า “พลเอกเผ่าฆ่าคนเก่งหาอํานาจปราบกันวุ่นวายแต่คนก็กลัว” ดังนั้น บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ จึงดําเนินชีวิตทางการเมืองโดยความพยายามหลีกเลี่ยงการกระทำใดที่จะกระทบตัวเอง โดยยึดหลักหลัก “การรักษาตัวรอดเป็นยอดดี”

  • คำถาม: “โควต้ารัฐมนตรี” เป็นอย่างไร? ในอดีตมีหรือไม่? ถ้ามีคนจะเป็นรัฐมนตรีต้องทําแบบไหน จึงจะอยู่ในโควต้า การเลือกตั้งแบบใหม่ที่จะล้มเลิกโควต้ารัฐมนตรี ท่านคิดว่าดีหรือไม่ อย่างไร?

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ตอบว่า โควต้ารัฐมนตรีในอดีตไม่มี เพราะพรรคจะเป็นผู้กำหนดตำแหน่งรัฐมนตรีตามความสามารถและความเหมาะสมที่มาพร้อมกับความยอมรับนับถือ ส่วนสมัยนี้ถ้าไม่มีเงินก็ไม่มีโควต้า ปาร์ตี้ลิสต์ จึงต้องมีเงินหนุนพรรคก่อนถึงจะได้เป็น ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์

  • คำถาม: ทุกครั้งที่มีการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. หลายคนพูดว่า คุณบุญเท่งไม่ต้องหาเสียงก็ได้รับเลือก ท่านไม่ต้องติดป้ายใช้รถแห่เหมือนคนอื่น คนก็ไปลงคะแนนให้ บางคนก็บอกคุณบุญเท่งนั้นหาเสียงตลอดเวลา ท่านมีกลยุทธ์และแนวทางในการหาเสียงอย่างไร?

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ตอบว่า ทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ทําให้เสียชื่อเสียง และแสดงความจริงใจว่าจะเป็นผู้แทนเพื่อประชาชนเข้าไปแก้ไขปัญหา แม้จะไม่สามารถทำได้ 100% ก็ตาม แต่ต้องพูดกับประชาชนด้วยความจริงใจ และต้องทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ส่วนหัวคะแนนนั้นก็ไม่หวังพึ่ง เพราะคนพวกนี้ก็หวังหาประโยชน์กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง

  • คำถาม: ในชีวิตของคนเรานั้นไม่มีใครที่จะดีพร้อมสมบูรณ์โดยไม่มีที่ติ หรือเลวทรามจนหาคุณค่าไม่ได้ ท่านเองก็ได้รับคํายกย่องว่าเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า เป็นปูชนียบุคคล เป็นบุคคลที่มีคุณประโยชน์ต่ออนุชนคนรุ่นหลัง แต่ก็มีหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ให้สมญานามท่านว่า เท่ง เที่ยงถึง คํานี้มีความหมายอย่างไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ท่านรู้สึกอย่างไรกับคํากล่าวนี้?

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ แก้ต่างว่า เพราะตนเป็นรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเข้าไปทำงานที่กระทรวง 8 โมงตรง คนเป็นรัฐมนตรีต้องใช้ความคิดความอ่าน ใช้ความเฉลียวฉลาด ต้องติดต่อคน เวลาราชการไม่สามารถนำมาใช้กับรัฐมนตรีได้ เพราะบางทีรัฐมนตรีต้องทำงานถึงดึกดื่น การสั่งงานบางทีจึงต้องขึ้นอยู่กับจังหวะและเวลาตามความเหมาะสม

ข้อคิดเห็นทางการเมืองโดยทั่วไป 

  • คำถาม: ในอนาคตการเมืองไทยจะไปในทิศทางไหน? ความอยู่รอดของชาติจะเกิดได้ต้องอาศัยอะไร? แนวความคิดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติที่มีการกล่าวถึงในขณะนี้ จะสําเร็จได้มากน้อยเพียงใด ในฐานะที่ท่านผ่านเหตุการณ์สําคัญ ๆ มามากมาย ท่านคิดว่าคนไทย นักการเมืองไทยควรจะทําอย่างไร?

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ตอบว่า “ต้องอยู่แบบนี้แหละ มาตราฐานมันไม่เข้าระดับเขา ต้องอยู่แบบไทย อยู่อย่าง คนไทยนั้นดีแล้ว” 

  • สิ่งที่ท่านอยากจะฝากไว้สําหรับนักการเมืองรุ่นใหม่ที่รับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองควรต้องตระหนักและพึงสังวรณ์คืออะไร?

บุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ตอบว่า คนไทยต้องรู้จักรับผิดชอบต่อประโยชน์ส่วนร่วม และต้องศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง ไม่ใช่การรู้แค่ผิวเผิน โดนแสดงทัศนะให้เห็นภาพ ดังความว่า

“ไม่ใช่ไปเรียนหนังสือเมืองฝรั่งมา แล้วพูดภาษาฝรั่งได้ 10 ประโยคแล้วไปพูดกับเขา ก็ไม่มีความหมาย มันต้องศึกษาจริง ๆ ให้รู้จริง ๆ อะไรเป็นอะไร แต่คนไทยรู้ภาษาอังกฤษ 5 คํา ก็มาพูดเข้าใจว่าตนเองเก่งอย่างนี้ก็ไม่ถูก”

 


ธวัช คำธิตา.  (2542).  หนังสืออนุสรณ์งานศพนายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์.  กลยุทธ์และแนวทางในการดำเนินงานทางการเมืองของนายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์.  การค้นคว้าอิสระ ปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สุภัทร คำมุงคุณ.  (2562).  บุญเท่ง ทองสวัสดิ์, จาก เว็บไซต์สถาบันพระปกเกล้า

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป