“เกร็ดประวัติศาสตร์-การรื้อปราสาทขอม” สมัยรัชกาลที่ 4

ปราสาทนครวัดจำลอง บนฐานไพทีข้างพระมณฑป วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

“พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔” ฉบับของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค พ.. ๒๓๕๖๒๔๑๓ ค.. ๑๘๑๓๗๐) มีเรื่องราวที่แปลกประหลาดและน่าสนใจอย่างยิ่ง เกี่ยวกับการรื้อปราสาทขอมในกัมพูชา เพื่อนำเข้ามาไว้ในสยามประเทศสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ กล่าวคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่าให้ไปรื้อปราสาทหิน นครวัดŽ ของกัมพูชาที่เมืองเสียมราฐ (เสียมเรียบ) เข้ามาไว้ในกรุงเทพฯ (และเพชรบุรี) และได้ให้ ”พระสุพรรณพิศาล ขุนชาติวิชา ออกไปเที่ยวดูที่เมืองหลวง พระนครธมพระนครวัด กลับมากราบทูลว่ามีแต่ปราสาทใหญ่ๆ ทั้งนั้น จะรื้อเอาเข้ามาเห็นจะไม่ได้”

ลานหินสู่ประตูทางเข้าปราสาทนครวัด ภาพวาดลายเส้นโดยกิโอด์ จากรูปสเก๊ตช์ของมูโอต์

Žดังนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เลยรับสั่งให้ไปรื้อ ปราสาทตาพรหมŽ ซึ่งมีขนาดย่อมกว่า ปราสาทหลังนี้ในปัจจุบัน จะเป็นที่นิยมชมชอบของบรรดานักท่องเที่ยวมาก (ที่จะกรี๊ดกร๊าดถ่ายรูปกัน) เพราะเป็นปราสาทที่ฝรั่งเศสหาได้บูรณะไม่ ปล่อยให้อยู่ในสภาพเดิมๆ มีต้นไม้และรากไม้ (ต้นสปง) โอบล้อมปกคลุมอยู่เต็มไปหมด และก็ดูเหมือนจะเป็นฉากถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Tomb Raider ที่มีนางเอกสาวสวยสุดเซ็กซี่คือ แองเจลีนา โจลี นำแสดง

“พระราชพงศาวดารฯŽ” กล่าวต่อไปว่ามีการส่งคนออกไป ๔ ผลัดๆ ละ ๕๐๐ คน ให้แบ่งเป็นกองชักลากบ้าง กองส่งบ้างตั้งพลีกรรมบวงสรวง ได้ลงมือรื้อปราสาทเมื่อ ณ วันเดือน ๖ ขึ้น ๙ ค่ำŽ” 

เหตุการณ์รื้อปราสาทด้วยจำนวนไพร่พลถึง ๒ พันคนนี้ เกิดขึ้นในปี พ.. ๒๔๑๐ (.. ๑๘๖๗) ซึ่งตรงกับรัชสมัยของกษัตริย์กัมพูชา คือ สมัยของพระเจ้านโรดม ซึ่งครองราชย์ระหว่างปี พ.. ๒๔๐๒๔๗ (หรือ ค.. ๑๘๕๙๑๙๐๔) สมัยนั้น กัมพูชาตกต่ำอ่อนแอจนกลายเป็น ประเทศราชŽของทั้งสยามและเวียดนาม ก่อนที่จะหนีŽ ไปยอมรับการเป็นรัฐในอารักขาŽ (Protectorate) ของฝรั่งเศสเมื่อปี พ.. ๒๔๑๐ (.. ๑๘๖๗) ในสมัยดังกล่าวเมืองเสียมราฐ (หรือเสียมเรียบ) และเมืองพระตะบอง ยังขึ้นโดยตรงกับทางกรุงเทพฯ โดยมีขุนนางท้องถิ่นตระกูล อภัยวงศ์Ž ปกครองอยู่ และพระสุพรรณพิศาล ขุนนางเมืองนี้นั่นแหละ ที่ถูกรับสั่งให้ไปเป็นหัวหน้าควบคุมการรื้อปราสาทตาพรหม

เราไม่ทราบเหตุผลเบื้องหลังที่แน่ชัดว่า ทำไมรัชกาลที่ ๔ ถึงโปรดจะให้รื้อปราสาทหินมหึมานั้นจากกัมพูชา ในช่วงนั้น สมัยดังกล่าวจะตรงกับการที่ฝรั่งเศสกำลังคืบคลานเข้ามาเขมือบดินแดนอินโดจีน โดยจะค่อยๆได้เวียดนาม กัมพูชา และลาวไปเป็นอาณานิคมตามลำดับ (โปรดสังเกตคำว่า อาณานิคมŽ กับคำว่า ประเทศราชŽ ซึ่งเป็นระบบที่แตกต่างกันของ ตะวันตกŽ กับ ตะวันออกŽ) และก็แข่งกับอังกฤษที่ได้เขมือบบางส่วนของพม่าและมลายูไปแล้ว ทำให้สยามตกอยู่ในฐานะกันชน (buffer) 

แต่ที่น่าสนใจก็คือ การรื้อถอนปราสาทหินครั้งนั้นล้มเหลว และพระราชพงศาวดารฯŽ กล่าวไว้อย่างน่าตกใจว่า มีเขมรประมาณ ๓๐๐ คนออกมาแต่ป่า เข้ายิงฟันพวกรื้อปราสาท ฆ่าพระสุพรรณพิศาลตายคน ๑ พระวังตายคน ๑ บุตรพระสุพรรณพิศาลตายคน ๑ ไล่แทงฟันพระมหาดไทย พระยกกระบัตรป่วยเจ็บหลายคน แต่ไพร่นั้นไม่ทำอันตรายแล้วหนีเข้าป่าไป

ปราสาทนครวัดจำลอง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ภาพถ่ายโดย นนทพร อยู่มั่งมี)

Žเป็นอันว่าในสมัยนั้น มีชาวกัมพูชาหรือเขมร ตั้งตัวเป็นเสมือน กองจรยุทธ์Ž และก็โกรธแค้นการลักลอบเข้าไปรื้อปราสาทของเขาถึงขนาด ยิงฟันŽ บรรดาขุนนางหัวหน้าที่ควบคุมไป ถึงกับล้มตายเป็นจำนวนมาก และก็เป็นเหตุทำให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ต้องทรงระงับโครงการรื้อŽ ปราสาทหินดังกล่าว เปลี่ยนเป็นให้จำลองŽปราสาทนครวัดเล็กๆ ดังที่ พระราชพงศาวดารฯŽ ได้กล่าวไว้ว่า ให้ช่างกระทำจำลองตามที่ถ่ายเข้ามานั้น ขึ้นไว้ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามจนทุกวันนี้Ž ซึ่งก็คือที่วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง นั่นเอง

ปราสาทนครวัดจำลอง

และเมื่อนายกรัฐมนตรีฮุนเซนมาเยือน นายกฯ ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อปี พ.. ๒๕๓๒ (.. ๑๙๘๙) ในช่วงของการเจรจาความเมืองยุคของการเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้าŽของอุษาคเนย์ ก็ยังขอแวะไปชมปราสาทจำลองนี้


หมายเหตุ ค้นคว้าเพิ่มเติมได้ใน ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. วิถีไทย การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม. ๒๕๔๐. หรืออ่านเพิ่มเติม http://lib.dtc.ac.th/ebook/SocialScience/tbpj174.pdf

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป