กระถิน พืชพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคย แต่ไม่ใช่ของไทย

ส่วนยอดอ่อนของกระถิน ที่คนไทยนิยมรับประทาน(https://www.technologychaoban.com/)

ในบรรดาพืชผักพื้นบ้านของไทย “กระถิน” เป็นชื่อหนึ่งที่ขาดไม่ได้ กระถินเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย และเป็นผักที่คนไทยนิยมกินกันทั่วไปมานาน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารริมทาง หรือภัตตาคาร จึงอาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน กระถินเป็นพืชดั้งเดิมของไทย

เรื่อง “กระถิน” นี้ สุรีย์ ภูมิภมร เขียนไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกันยายน 2534 อธิบายว่าว่า กระถินเป็นพืชนำเข้าจากต่างประเทศไว้อย่างละเอียด ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้

กระถินบ้านหรือกระถินไทยแท้จริงแล้วเป็นพันธุ์ไม้ต่างประเทศที่ได้นําเข้ามาปลูกนานเต็มที แต่เพราะมีการที่คนไทยปลูกกระถินกันทุกหนทุกแห่ง ทําให้เกิดความรู้สึกว่า ไม้กระถินเป็นไม้พื้นเมือง แถมมีชื่อพื้นเมืองที่เรียกต่างกันออกไป คนภาคกลางเรียกว่า กระถินไทย หรือ กระถินบ้าน คนภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกไม้ชนิดนี้ว่า กะถิน มีคนใต้เท่านั้นที่เรียกผิดชาวบ้านต่างเรียกกระถิน ว่า สะตอเบา ทั้งนี้คงเป็นเพราะกระถินมีฝักเหมือนสะตอเพียงแต่มีขนาดของฝักเล็กกว่าเท่านั้น

บ้านเดิมอยู่อเมริกากลาง

กระถินเป็นเพียงพืชพื้นบ้านไม่ว่าจะขึ้นอยู่ในส่วนไหนของโลก มีความผูกพันกับหมู่บ้านในชนบทมากกว่าหมู่บ้านในเมืองมีการค้นพบภาพวาดเก่าแก่อูเอซิน (uaxin) ที่พบในบริเวณชายแดนด้านตะวันตกของพื้นที่ภาคกลางของเม็กซิโก คาดว่าคงจะเป็นภาพที่วาดเมื่อปี พ.ศ. 2093 หรือประมาณ 450 ปี มาแล้ว ภาพวาดนี้ได้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีไม้กระถินขึ้นอยู่ต่อมาชาวสเปนได้นำชื่ออูเอซินมาใช้ในการตั้งชื่อเมืองโอเอซาก้า (Oaxaca) ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองใหญ่อันดับห้าของเม็กซิโก

จากหลักฐานทางพฤกษาศาสตร์ได้รายงานว่าไม้กระถินยักษ์มีถิ่นกำเนิดในประเทศกัวเตมาลา ฮอนดูรัส เอลซัลวาดอว์ ตอนเหนือของนิการากัว ไปจนถึงฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของเม็กซิโก

ชนเผ่ามายา (Maya) และอินเดียนแดงเผ่าซาโปเทค (Zapotec) ได้ใช้กระถินยักษ์เพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ในด้านต่างๆ มานานกว่า 2,000 ปี

เมื่อกองทัพอันแข็งแกร่งของสเปนได้เข้ายึดครองพื้นที่ในบริเวณอเมริกากลางและอเมริกาใต้ในช่วงปี พ.ศ. 2100 นั้น สเปนใช้ไม้กระถินเลี้ยงม้า แล้วก็ติดนิสัยที่จะเอาใบกระถินไปเลี้ยงม้าแม้เมื่อเดินทางไกลไปยังประเทศอื่น

ภายหลังสเปนได้ขยายอิทธิพลทาสงทะเลจนมีแสนยานุภาพกล้าแกร่งมากขึ้นแล้ว สเปนสามารถยึดครองฟิลิปปินส์ในช่วงปี พ.ศ. 2108-2368 นับเป็นการถือครองที่ยาวนานมาก อิทธิพลของสเปนยังปรากฏให้เห็นอยู่ในพิธีกรรมทางศาสนา หรือแม้แต่ประเภทอาหารการกินของชาวฟิลิปปินส์ หรือแม้แต่บนกระโปรงรถจิ๊ปของคนฟิลิปปินส์จะมีรูปม้าประดับประดาตัวเดียวบ้าง สี่ห้าตัวบ้าง

ในช่วงที่ทหารสเปนมีอิทธิพลบนเกาะฟิลิปปินส์นั้น กองทัพสเปนได้นำกองทัพม้ามาโดยทางเรือ และได้นำเมล็ดกระถินมาจากเกาะอคาปุลโก เพื่อที่จะเพาะปลูกเป็นอาหารม้าด้วย ภายในระยะเวลาอันสั้นกล้าไม้กระถินได้เจริญเติบโตภายใต้สภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างสวยงาม และสามารถให้ดอกและเมล็ดได้ในปีถัดมา ต่อมาได้มีการขยายพันธุ์จนปลูกกันไปทั่วทุกเกาะ

ใครเป็นคนนำเข้ามาปลูกในไทย

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ใครเป็นคนนำเมล็ดกระถินยักษ์จากฟิลิปปินส์มาปลูกในไทย ได้พยายามค้นคว้าจากหลายต่อหลายแหล่งก็ยังสื่อความไม่ชัดเจนว่าในช่วงนั้นคนไทยทำมาค้าขายกับคนในหมู่เกาะฟิลิปปินส์อยู่แล้ว แต่ทำไมจึงเอาพืชชนิดนี้มาปลูกในไทย

มีหลักฐานยืนยันว่าในราวศตวรรษที่ 19 ชาวดัตช์ได้นำกระถินมาปลูกที่อินโดนีเซีย เกาะปาปัวนิวกีนี และมาเลเซีย ส่วนใหญ่จะปลูกเป็นพืชพี่เลี้ยงให้แก่ต้นกาแฟ ควินิน และพริกไทย

ฉะนั้นการนำกระถินมาปลูกในประเทศไทยนั้นอาจจะผ่านอินโดนีเซีย หรือมาเลเซียมาก็ได้ เพราะประเทศไทยมีความสัมพันธ์กัประเทศทั้งสองมาช้านานแล้วรสนิยมการกินก็คล้ายๆ กัน โดยเฉพาะการกินยอดกระถินพร้อมน้ำพริก หรือแนมกับแซมบ้าของชาวมาเลเซีย หรืออินโดนิเซีย

นี่คือที่มาของกระถินบ้านหรือกระถินพันธุ์ไทยที่รู้จักกันนาม Leucaena glauca แต่แท้ที่จริงแล้วนี่คือกระถินยักษ์ Leucaena leucoce phala (Lam) de Wit นั่นเอง

หลักฐานการปลูกในไทย

แม้ไม่ปรากฏว่ามีเอกสารใดๆ ที่ จะระบุว่าได้นํากระถินมาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด ใครเป็นคนเอามาปลูก เอามาจากฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือมาเลเซีย ก็ไม่ปรากฏหลักฐานไว้แน่ชัด แต่คาดว่าคงจะเข้ามาในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา  เพราะในสมัยตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์นั้นก็มีกระถินขึ้นอยู่ทั่วไป

เอกสารในวรรณคดีไทยเท่าที่ได้ตรวจค้นดูมีอยู่ในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งทรงชมไม้กระถินไว้ในหนังสือรามเกียรติ์ อุณรุท และดาหลัง ดังข้อความต่อไปนี้

รามเกียรติ์

     เที่ยวชมมิ่งไม้ในสวน      หอมหวนทุกพรรณบุปผา  

การเกดแก้วแกมกรรณิการ์    กุหลาบสร้อยฟ้าอินทนิล  

ชาตบุษย์พิกุลแกมประยงค์   มลิลามหาหงส์ส่งกลิ่น  

สารภีร่วงรสรวยริน            กระถินนางแย้มมลิวัลย์

อุณรุท (ฉากของสระอโนดาต)

  สาลิกาพากันมาจับแก้ว        เสียงแจ้วร่ายโจนโผนผยอง

น้อยหน่าอินทนิล กระถิน ทอง  พลับพลองหมู่พลองตะขบเคี้ยว

นกกระทาบินมาจับกระถิน      ใช้เกสรกินแล้วส่งเสียง

สายหยุดนางแย้มรังเรียง        หันเหียงหาดแหนแน่นนันต์

ดาหลัง

บ้างเก็บจําปาสารภี    มะลุลีลําดวนกระดังงา

อีกทั้งกาหลงส่งกลิ่น  กุหลาบ กระถิน อินทนิลป่า

นอกจากจะปรากฏในวรรณคดีขององค์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชแล้ว ชื่อกระถินยังปรากฏเป็นชื่อของนางเอกในนวนิยายอมตะเรื่องสําเภาล่มของปรมาจารย์ ไม้ เมืองเดิม ปัจจุบันมีคนใช้ชื่อกระถินกันน้อยมาก ถ้าลองเปิดสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ก็จะไม่เจอชื่อกระถินแต่อย่างใด เข้าใจว่าคงมีการตั้งชื่อบ้างตามชนบทที่ห่างไกล


เผนแพร่่ทางระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ : 21 สิงหาคม 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป