
| ผู้เขียน | ศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) |
|---|---|
| เผยแพร่ |
พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร พระราชนัดดาในรัชกาลที่ 5 “เสด็จ” ผู้กล่อมเกลารสนิยม ม.ร.ว. คึกฤทธิ์
วันนี้เมื่อ 30 ปีก่อน คือวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2538 เป็นวันถึงแก่อสัญกรรมของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช (พ.ศ. 2454-2538) อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ที่ได้รับการยกย่องในความเป็นพหูสูต และปราชญ์ผู้รอบรู้ในสรรพวิชารวมทั้งรสนิยมในด้านต่างๆ
ข้อเขียนสำคัญชิ้นหนึ่งของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ได้กล่าวถึงบุคคลท่านหนึ่ง ที่มีบทบาทชักนำและกล่อมเกลาให้ท่านได้รู้จักรสนิยมอันสูง คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต (พ.ศ. 2447-2502) พระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เนื่องด้วยเป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5

เจ้านายพระองค์นี้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ เรียกท่านว่า “เสด็จ”
อดีตนายกฯ ไทย คุ้นเคยกับเสด็จตั้งแต่ยังเล็ก ดังที่บันทึกว่า “ข้าพเจ้ารู้จักเสด็จตั้งแต่เสด็จยังทรงพระเยาว์ และข้าพเจ้าเองก็ยังเป็นเด็กซึ่งอยู่ในวัยเยาว์กว่าเสด็จลงไปอีก”
เป็นที่น่าสังเกตว่า กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิตทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาปรัชญา รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ (PPE) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งต่อมา ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ก็เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเดียวกันนี้ที่ออกซฟอร์ดเช่นเดียวกัน
พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร “เสด็จ” ที่ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ รักและเคารพยิ่ง
ข้อเขียนของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ที่แสดงออกถึงความผูกพันกับเสด็จ ปรากฏในหนังสือ “ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ในเงาเวลาของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์” ซึ่งผู้เขียนคือ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ อธิบายว่า
“เสด็จ ทรงเป็นพระราชวงค์ผู้ใหญ่ซึ่งคุณชายคึกฤทธิ์ ปราโมช รักเคารพอย่างสูง ข้อเขียนซึ่งเชิญมาบางย่อหน้านี้อ่านพบใน เรื่องที่ข้าพเจ้าสนใจ พากย์อังกฤษว่า My Life and My Interests รวบรวมพิมพ์แจกเป็นมิตรพลีเนื่องในวันอายุครบ ๕ รอบ ของคุณท่าน (หม่อมราชวงศ์ พันธุ์ทิพย์ บริพัตร) ใน พ.ศ. ๒๕๑๒ ผู้อ่านจะได้สัมผัสกับความผูกพันอันแน่นแฟ้น และท่วงที่กิริยาอันนอบน้อมของคุณชายคึกฤทธิ์ ปราโมช กับการเขียนอย่างถ่องถ้วนอรรถรส” ดังความตอนหนึ่งดังนี้ (ย่อหน้าใหม่และเน้นคำโดย กอง บก. ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์)
“ข้าพเจ้าออกจะเป็นคนเคราะห์ดีที่ได้รู้จักกับเสด็จเมื่อข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก จะเป็นเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบ เสด็จทรงถือว่าข้าพเจ้าเป็นเด็กตลอดมา และในฐานะเช่นนั้นก็ทรงพระเมตตาประทานสิทธิ์ต่าง ๆ ของเด็ก ไม่ทรงถือสาและทรงอภัยให้ในทุกกรณี
ฯลฯ

ตลอดพระชนม์ชีพของเสด็จดูเหมือนท่านจะทรงแสวงหาอะไรอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าข้าพเจ้าเดาไม่ผิดสิ่งที่ทรงแสวงหานั้นก็คือความดีความประเสริฐ หรือมาตรฐานอันสูงสุดในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทรงทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ชีวิตของเสด็จจึงเป็นการแสวงหาอย่างที่ฝรั่งเรียกว่า Pursuit of Excellence
คนที่เข้าใจท่านหรืออย่างน้อยก็ตัวข้าพเจ้าเองที่นึกว่าเข้าใจ ก็ติดตามการกระทำของท่านด้วยความสนใจระคนไปด้วยความเลื่อมใส และออกจะเห็นพระทัยท่านในทุกกรณี คนที่ไม่เข้าใจก็อาจเห็นว่าท่านวุ่นวายเกินกว่าเหตุ บางคนก็อาจเห็นว่าท่านทำอะไรแปลกมนุษย์ไปมาก
ฯลฯ
แต่การแสวงหามาตรฐานอันสูงของเสด็จนั้นได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่คนที่รู้จักกับท่านและคนที่ท่านทรงพระเมตตาเช่นตัวข้าพเจ้าเองมาแล้วมาก เพราะเสด็จท่านทรงช่วยชักนำและกล่อมเกลาให้ข้าพเจ้าให้รู้จักรสนิยมอันสูง ในศิลปะ ในวรรณคดี ในความคิดเห็นต่าง ๆ ตลอดจนในเรื่องอาหารการกินและเครื่องดื่ม เช่น เหล้าไวน์ของฝรั่งที่สังคมฝรั่งถือกันว่าเป็นความรู้อันจำเป็นของคนที่มีรสนิยมสูง
ในเรื่องรสนิยมทั่วไปแล้ว ข้าพเจ้าอาจกล่าวได้ว่าเสด็จมีอิทธิพลเหนือความเป็นอยู่ในปัจจุบันของข้าพเจ้ามากที่สุด ถึงแม้ว่าการครองชีพในปัจจุบันอันประกอบด้วยสินค้าที่มีราคาแพงขึ้นทุกทีจะทำความเป็นอยู่ทั่วไปของข้าพเจ้าต้องขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ความรู้จักในมาตรฐานอันสูงที่เสด็จได้ประทานข้าพเจ้าไว้ก็ยังเป็นเรื่องที่คุ้มค่า
แต่เสด็จท่านมิได้ชักนำให้ข้าพเจ้ารู้จักแต่ของสูงของยากเท่านั้น
ของที่ง่ายราคาถูกแต่มีค่าสูงอีกมากมายหลายอย่าง ท่านก็ยังได้ชักนำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักและรู้คุณค่าอีกมากมายประมาณไม่ได้เป็นต้นว่า เรื่องธรรมชาติตามป่าเขา เรื่องต้นไม้ ดอกไม้ เรื่องชีวิตสัตว์และเรื่องความเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ ตลอดจนบุหรี่ใบตองและเหล้าเถื่อน ของในเมืองไทยหลายอย่างที่น่ารู้น่าสนใจนั้น ข้าพเจ้าอาจละเลยมอง ข้ามไปเสียได้ ถ้าหากว่าเสด็จท่านไม่ตื่นเต้นและชี้ให้เห็น

ที่สำคัญที่สุดก็คือ เสด็จท่านไม่เคยอวดอ้างว่าท่านเป็นผู้มีรสนิยมสูง หรือเคยดูหมิ่นรสนิยมของผู้อื่น ท่านไม่เคยรับสั่งหรือแม้แต่อธิบายว่า สิ่งไรดี สิ่งไรไม่ดี ท่านทรงทำแต่เพียงว่าของสิ่งใดที่ดีที่งามหรือมีมาตรฐานสูง ท่านก็เอามาเผื่อแผ่แก่คนที่ท่านทรงพระเมตตา
เป็นต้นว่า เมื่อพบกันในต่างประเทศ ท่านก็จะพาไปเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารซึ่งท่านทรงเห็นว่าดี ทรงสั่งอาหารที่ท่านเห็นว่าอร่อย ทรงสั่งเหล้าไวน์ที่ควรจะไปกับอาหารนั้นได้โดยไม่สนพระทัยที่จะชี้ให้เห็นว่าดีอย่างไร และที่สำคัญที่สุดไม่เคยทรงเปรียบเทียบรสนิยมของท่านกับของคนอื่นว่า ดีเลวกว่ากันอย่างไร
ในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างง่ายดายและในเรื่องธรรมชาติท่านก็ทรงปฏิบัติแบบเดียวกัน คือรับสั่งแต่น้อย แต่ความสุขของท่านในการใช้ชีวิตอย่างง่าย ๆ หรือความพอพระทัยในธรรมชาตินั้นทำให้คนที่ติดตามไปด้วยได้แลเห็นเองและเข้าใจไปเอง
การแสวงหาความประเสริฐของเสด็จนั้นบางทีคนอื่นก็อาจไม่เข้าใจ
ฯลฯ
เรื่องใหญ่ในเรื่องที่คนทั่วไปเขาเห็นว่าเป็นที่ต้องใช้ปัญญา เป็นต้นว่าในการอ่านหนังสือหรือในการพิจารณาศิลปะต่าง ๆ เสด็จท่านก็ทรงใช้ปัญญาเป็นธรรมดา และในที่นี้ก็เห็นจะต้องกล่าวไว้ว่าเสด็จทรงเป็นคนที่อ่านหนังสือมากที่สุดคนหนึ่งที่ข้าพเจ้าเคยรู้จัก และทรงเข้าพระทัยในศิลปะของไทยและของต่างประเทศอย่างกว้างขวางที่สุด แต่ที่น่าสนใจที่สุดนั้นก็คือ ท่านทรงใช้ปัญญาเข้าจับในเรื่องที่คนทั่วไปเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือไม่น่าสนใจเลย

ดอกไม้ป่าเพียงดอกเดียวที่อยู่ในพงหญ้า แมลงตัวเล็ก ๆ ที่ช่อนอยู่ในดินหอย หรือเพรียงตัวหนึ่งที่เกาะอยู่บนก้อนหินในทะเล เสด็จท่านทรงใช้ปัญญาเข้าจับสิ่งเหล่านั้นในทันทีที่ท่านทอดพระเนตรเห็น มิใช่มองดูแล้วก็ผ่านไปหรือมองไม่เห็นเลย และการใช้ปัญญาต่อสิ่งเหล่านี้ก็ทรงใช้ในอัตราที่เท่าเทียมกันกับที่ทรงใช้ต่อศิลปวัตถุอันมีค่า หรือปัญญาในทางศาสนาหรือปรัชญา
การที่เสด็จทรงทำอย่างนี้อยู่เป็นธรรมดาของพระองค์ท่านจึงทำให้คนอื่นเข้าใจท่านผิดหรือไม่เข้าใจอยู่เสมอ แต่เสด็จท่านก็ไม่สนพระทัยว่าใครจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจท่านอย่างไร
ฯลฯ
สำหรับคนที่รักเสด็จอย่างตัวข้าพเจ้าเอง เมื่อท่านสิ้นพระชนม์แล้ว ก็ย่อมจะต้องอาลัยและคิดถึงเป็นธรรมดาของปุถุชน แต่ในเรื่องนี้คุณหญิงเป็นผู้มีพระคุณโดยตรง เพราะคุณหญิงช่วยทำให้ความอาลัยและความคิดถึงนั้นบรรเทาลงได้ด้วยการรักษามาตรฐานอันสูง ซึ่งเสด็จท่านทรงแสวงหามาตลอดพระชนม์ชีพนั้นเอาไว้
และหลังจากที่เสด็จได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว คุณหญิงก็ยังรักษาเสด็จเอาไว้สำหรับคนที่รักท่านด้วยการดำเนินกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสด็จต่อไปมากมายหลายอย่าง เป็นทางที่จะทำให้คนที่รักเสด็จนั้นพอที่จะรู้สึกว่าท่านยังอยู่ใกล้ พอเอื้อมถึง พอติดต่อได้ และเกิดความรู้สึกขึ้นว่าสำหรับคนที่รักกันนั้น ความตายมิใช่เป็นอาวุธที่มาตัดความ สัมพันธ์ให้ขาดสะบั้นลงได้หมด”
ข้อเขียนของคุณชายคึกฤทธิ์ ทำให้เห็นว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต ทรงมีวิถีปฏิบัติที่เปี่ยมไปด้วยรสนิยม โดยที่ไม่เคยทรงเอารสนิยมของพระองค์ไปตัดสินผู้อื่น
เป็นแบบอย่างอันดีที่คุณชายคึกฤทธิ์ยึดถือ และทำให้ท่านมีลูกศิษย์ลูกหาและคนที่เคารพรักมากมายในเมืองไทย ด้วยมีต้นแบบที่ดีเช่นพระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตรนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม :
- “แม่พลอยจ๋า แม่พลอยเคยขึ้นพระบาทหรือยัง?” เมื่อคึกฤทธิ์ ซ่อนเงื่อนงำล้ำลึกในฉากเด็ดสี่แผ่นดิน
- น้ำพริกผัด-น้ำพริกเผา ฉบับ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ และความเข้าใจผิดเรื่องรสน้ำพริกเผาในต้มยำ
- ตำนานหลอน “ผีนางไม้” ที่บ้านทรงไทยของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 ตุลาคม 2568




