“น้ำพริกลงเรือสูตรต้นตำรับ” เจ้าจอมสดับในรัชกาลที่ 5 เปิดเผยด้วยตัวเอง! ต้องใส่อะไรบ้าง

ยาดมส้มโอมือ สูตรเจ้าจอมสดับ พิถีพิถันตามฉบับสาวชาววัง
เจ้าจอมสดับในรัชกาลที่ 5

“น้ำพริกลงเรือสูตรต้นตำรับ” เจ้าจอมสดับในรัชกาลที่ 5 เปิดเผยด้วยตัวเอง! ต้องใส่อะไรบ้าง

หนึ่งในเมนูอาหารชาววังที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน ที่คนส่วนใหญ่น่าจะพอคุ้นเคยกันดี คือ “น้ำพริกลงเรือ” ซึ่ง เจ้าจอม ม.ร.ว. สดับ หรือ “เจ้าจอมสดับ” ในรัชกาลที่ 5 เป็นผู้คิดค้นขึ้น

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าน้ำพริกลงเรือสูตรที่เจ้าจอมสดับลงมือปรุงเองนั้นเป็นอย่างไร

น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกลงเรือสูตรต้นตำรับ เจ้าจอมสดับ
น้ำพริกลงเรือในปัจจุบัน (ภาพ : มติชนอคาเดมี)

คำตอบอยู่ในหนังสือ “ตำราอาหารชุดพิเศษสุดของนักข่าวหญิง” ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2512 ซึ่งในเล่มมีหัวข้อ “น้ำพริกคุณจอม” ที่ สมทรง สินธุจรีวัตร หนึ่งในกลุ่มนักข่าวหญิงเคยสัมภาษณ์เจ้าจอมสดับไว้

สมทรงเล่าว่า เจ้าจอมสดับ หรือ “คุณจอมสดับ” (พ.ศ. 2434-2526 สิริอายุ 92 ปี-ผู้เขียนบทความออนไลน์) เป็นสุภาพสตรีชาววังร่างเล็กที่มีอาวุโสมากที่สุด ที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของราชสำนักไทย ท่านยังพำนักอยู่ที่ตำหนักในเขตพระราชฐานชั้นใน ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งบุคคลภายนอกจะผ่านเข้าไปได้ ต้องผ่านโขลนทวารประตูเสียก่อน

เจ้าจอมสดับเล่าเรื่องการรับประทานอาหารในสมัยนั้นว่า มักรับประทานเป็นจำพวกๆ คือ ใส่สำรับหรือไม่ใส่ สำหรับเจ้านายถ้าใส่สำรับมักจะมีกับข้าว 2 ถาด มี ผัด ยำ แกงจืด เครื่องจิ้ม (น้ำพริกและผัก) ถ้าเป็นคนธรรมดาสามัญ อาหารลดลงตามส่วนและฐานะ ข้อแตกต่างกันมากกับสมัยนี้คือว่า สมัยก่อนการครัวมีความสำคัญมาก เพราะไม่มีอาหารสำเร็จรูปขายอย่างสมัยนี้

“‘คุณจอม’ กรุณาให้ตำรับ น้ำพริกลงเรือขนานแท้ แก่กลุ่มนักข่าวหญิง ซึ่งเล่าว่าเป็นตำรากับข้าวไทยประเภทเครื่องจิ้มของสำนักพระวิมาดาเธอฯ” สมทรงบอกในหนังสือ

“พระวิมาดาเธอ” ที่เจ้าจอมสดับกล่าวถึง ก็คือ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระภรรยาเจ้าในรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงมีหน้าที่ควบคุมดูแลห้องพระเครื่องต้น ของเสวยคาวหวาน นั่นเอง

เจ้าจอมสดับ เจ้าตำรับน้ำพริกลงเรือ พระญาติ พระวิมาดาเธอฯ กรมพระสุทธาสินีนาฏ น้ำพริกลงเรือสูตรต้นตำรับ
เจ้าจอมสดับ (ภาพ : Wikimedia Commons)

“น้ำพริกลงเรือสูตรต้นตำรับ” ที่เจ้าจอมสดับเปิดเผยด้วยตัวเอง

เครื่องปรุง สูตรที่เจ้าจอมสดับกรุณาให้ไว้ มีดังนี้

กะปิ 1 ช้อนชา พริกชี้ฟ้าหรือพริกขี้หนูสด 5 เม็ด กระเทียม 7 กลีบ น้ำปลา น้ำตาล มะดันหรือมะนาวตามควร กระเทียมดอง 2 หัว ไข่เค็มดิบ 2 ฟอง ปลาดุกหรือปลาช่อน 1 ตัว น้ำมันหมูตามควร มะเขือเปราะ 4 ผล ผักชีตามควร หมูสามชั้น 1 ชิ้น

วิธีทำ เริ่มจากตำน้ำพริกอย่างจิ้มผักสดธรรมดา แต่ปรุงให้เหลวๆ หน่อย ชิมรสตามชอบ แล้วเอาน้ำมันหมูใส่กระทะลงเล็กน้อย พอน้ำมันร้อน เอากระเทียมโขลกสัก 5 กลีบเล็กๆ เจียวพอหอม แล้วเทน้ำพริกที่ตำไว้ ลงผัดพอสุกทั่วแล้วตักใส่ถ้วยไว้

เอาหมูต้มให้หนังเปื่อย หั่นให้ละเอียดสัก 3 ช้อนคาว หรือคะเนดูให้เท่าๆ กับน้ำพริกที่ผัดไว้ ผัดกับน้ำมันหมู น้ำตาล น้ำปลา ชิมให้รสจัดเหมือนหมูต้มเค็มแล้วตักใส่ถ้วยไว้

เอาปลาอย่างใดอย่างหนึ่งนึ่งให้สุกแล้วแกะแต่เนื้อ ขยี้ให้ละเอียด ลงทอดน้ำมันหมูให้เหลืองกรอบ ต้องใช้น้ำมันให้ท่วมปลา ไฟแรง แล้วตักใส่ถ้วยไว้ คะเนเท่ากับหมูและน้ำพริก

ใช้จานก้นลึกหรือชามตื้นๆ สำหรับจัด

วิธีจัด เริ่มจากเอาน้ำพริกกับหมูผัดผสมกัน เคล้าให้ทั่วแล้วตักลงก้นจานก่อน จึงเอาปลาทอดขยี้ให้ร่วนโรยทับ เอากระเทียมดองปอกเป็นกลีบสำหรับกลีบเล็กๆ ถ้ากลีบใหญ่ก็ผ่า 2-3 ชิ้น

เอาไข่เค็มดิบ รีดใช้แต่ไข่แดง ผ่าเป็นชิ้นเล็กตามควร ประดับลงบนปลาสลับกันกับกระเทียมดอง มะเขือ ผักชี จัดลงภาชนะเดียวกัน อย่าแยกภาชนะจัดเป็นอย่างๆ จะหมดอร่อย หมดสวยงามและหมดความหมาย

รสชาติ “น้ำพริกลงเรือสูตรต้นตำรับ” ที่เจ้าจอมเปิดเผยเองจะอร่อยแค่ไหน ต้องลองทำ!

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ตำราอาหารชุดพิเศษสุดของกลุ่มนักข่าวหญิง. จัดพิมพ์เพื่อหารายได้ทูนเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พ.ศ. 2512. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: แพร่พิทยา, 2513. (หมายเหตุ: สะกดคำว่า “ทูนเกล้าฯ” ตามต้นฉบับ)


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 ตุลาคม 2568