“แพทยสภา” องค์กรวิชาชีพที่เกิดสมัย ร.6 ที่มีผู้ให้บริการหลักหมื่น แต่จบแพทย์โดยตรงแค่ 600 คน

แพทยสภา แพทยสภา องค์กรวิชาชีพ

แพทยสภา องค์กรวิชาชีพที่มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ให้ถูกต้องตามจริยธรรม ถือกำเนิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ. 2466 โดยแรกเริ่มนั้นเรียกว่า “สภาการแพทย์” 

สภาการแพทย์

ระหว่าง พ.ศ. 2464-2465 นพ. เอ็ม. คาทิว และ นพ. ไอรา เอเยอร์ แพทย์ที่ปรึกษากรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ประมาณการว่า มีแพทย์จบการศึกษาจากโรงเรียนราชแพทยาลัยประมาณ 500 คน, แพทย์ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศประมาณ 50 คน ในขณะที่มีผู้ประกอบการทางแพทย์ แต่ไม่ได้เรียนแพทย์ถึง 10,000  คน

แพทยสภา
พลตรี พระศักดาพลรักษ์ (ชื่น พุทธิแพทย์)

พลตรี พระศักดาพลรักษ์ (ชื่น พุทธิแพทย์) ผู้อำนวยการการกองพยาบาล สภากาชาดสยาม ตระหนักถึงปัญหาและอันตรายที่มีผลกระทบต่อประชาชน จึงได้จัดทำ “ร่างพระราชบัญญัติการแพทย์” ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2464 และนำขึ้นกราบทูล สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต อุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม พระองค์ทรงทำหนังสือกราบบังคมทูลรัชกาลที่ 6 ว่า

“…ควรให้มีพระราชบัญญัติจดทะเบียนแพทย์ เพื่อป้องกันผู้ที่ไม่มีความรู้สมควร มิให้หากินทางรักษาโรค ถวายร่างพระศักดาขึ้นมาด้วย…” 

รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำ “ร่างพระราชบัญญัติการแพทย์” ดังกล่าว ใช้เป็นโครงร่างจัดทำพระราชบัญญัติการแพทย์ขึ้น จนเกิดเป็น “พระราชบัญญัติการแพทย์ พ.ศ. 2466” เป็นกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เกี่ยวกับการแพทย์ฉบับแรกของไทย และบัญญัติให้มีองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพเกี่ยวกับการแพทย์ขึ้น เรียกว่า “สภาการแพทย์” 

ขณะนั้น “สภาการแพทย์” มีฐานะเป็นกรมหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย แต่ไม่ได้เปิดให้มี “สมาชิก” เข้าสังกัดเช่นปัจจุบัน ส่วนกระทรวงสาธารณสุขมีฐานะเป็นกรมหนึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทยเช่นเดียวกัน

แพทยสภา องค์กรวิชาชีพ

หลังการประกาศใช้ “พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479” ต่อมา พ.ศ. 2488 สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่าน “พระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488” ซึ่งกำหนดให้มีองค์กรวิชาชีพ “คุรุสภา” ทำให้มีความพยายามจะผลักดันให้มีองค์กรประกอบวิชาชีพแพทย์ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

พ.ศ. 2497 ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2497” โดยยกเลิก “พระราชบัญญัติการแพทย์ พ.ศ. 2466” และให้จัดตั้ง “คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ” ทำหน้าที่แทน “สภาการแพทย์”

พ.ศ. 2507 คณะกรรมการแพทยสมาคมฯ พิจารณาให้มีการศึกษาการจัดตั้งองค์กรวิชาชีพของแพทย์ขึ้น แต่ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการอย่างไร

แพทยสภา
การรักษาพยาบาลคนไข้จากอหิวาตกโรคระบาด ไม่ทราบสถานที่ (ภาพจาก หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ศิริราชพยาบาล)

พ.ศ. 2509 มีการตั้ง “คณะกรรมการแพทย์ระดับบริหาร” ขึ้นจากมติคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย อธิการบดีมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เป็นประธานกรรมการ และกรรมการที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องกับแพทย์อีกหลายท่าน เพื่อจัดตั้งองค์กรวิชาชีพแพทย์ หรือ “แพทยสภา” ในปัจจุบัน ทดแทน “สภาการแพทย์” เดิม

คณะกรรมการดังกล่าวประชุมร่วมกัน และมีมติเห็นควรให้มี “พระราชบัญญัติแพทยสภา” เพื่อควบคุมมรรยาทของผู้ประกอบโรคศิลปะคล้ายกับเนติบัณฑิตยสภา และให้มีสิทธิ์ในการสอบความรู้ โดยให้การขึ้นทะเบียนยังคงอยู่กับกระทรวงสาธารณสุข และตั้งคณะอนุกรรมการ ประกอบด้วย

นพ. สงกรานต์ นิยมเสน, พลตำรวจตรี แสวง วัจนะสวัสดิ์, นพ. สนอง อูนากูล, นพ. เฉก ธนะศิริ, นพ. จำรัส ผลผาสุก, นายทวี ฤกษ์จำนง และนายสิริวัฒน์ วิเศษสิริ

เพื่อให้จัดทำร่างกฎหมายตามมติที่ประชุม ให้มีการจัดตั้ง “แพทยสภา” โดยอาศัยพระราชบัญญัติเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2507 เป็นแนวทาง ต่อมาได้มีการเปลี่ยนหลักการบางอย่างมาเป็น “พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511”

ปัจจุบัน แพทยสภามี ศ. เกียรติคุณ พญ. สมศรี เผ่าสวัสดิ์ เป็นนายกแพทยสภา และ พลอากาศโท นพ. อิทธพร คณะเจริญ เป็นเลขาธิการ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

รศ. นพ. ถนอม บรรณประเสริฐ. ศ. (พิเศษ) นพ. สรรใจ แสงวิเชียร, รศ. นพ. ภาคภูมิ สุปิยพันธุ์, “ประวัติศาสตร์แพทยสภา” ใน, ประวัติศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุขไทย, แพทยสภา
จัดพิมพ์เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562.

ผู้เขียน (ไม่ระบุ). “ประวัติความเป็นมาของแพทยสภา” ใน <https://www.tmc.or.th>


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 มิถุนายน 2568