19 พฤษภาคม 1536 : “แอนน์ โบลีน” ราชินีอังกฤษถูกประหาร

ประหาร แอนน์ โบลีน
ภาพวาด การประหารชีวิต แอนน์ โบลีน

แอนน์ โบลีน (Anne Boleyn) เกิดเมื่อปี 1507 ส่วนวันที่เท่าไหร่ไม่มีบันทึกที่แน่ชัด เธอเป็นบุตรของเซอร์โธมัส โบลีน (Thomas Boleyn) ซึ่งภายหลังได้เป็น เอิร์ลแห่งวิลต์เชียร์และออร์มอนด์ (Earl of Wiltshire and Ormonde)

แอนน์ โบลีน ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในวัยเด็กที่ฝรั่งเศส ก่อนเดินทางกลับอังกฤษในปี 1522 และเข้ารับใช้ในราชสำนักของ กษัตริย์เฮนรีที่ 8 (Henry VIII) ความงามของเธอทำให้มีหลายคนหลงใหล แม้กระทั่งกษัตริย์เฮนรีเองที่ทรงสมรสแล้วกับแคเธอรีนแห่งอารากอน (Catherine of Aragon) พระชายาที่มีอายุมากกว่าพระองค์ 6 พรรษา แต่ทรงเป็นพระธิดาของราชวงศ์ที่ทรงอำนาจที่สุดในยุโรปยุคนั้น [แคเธอรีนแห่งอารากอนเป็นพระธิดาองค์เล็กของกษัตริย์เฟอร์ดินันด์ที่ 2 แห่งอารากอน (Ferdinand II of Aragon) กับ ราชินีอิซาเบลลาที่ 1 แห่งคาสติล (Isabella I of Castile)]

ภาพวาด แอนน์ โบลีน
ภาพของแอนน์ โบลีน ราชินีองค์ที่สองของกษัตริย์เฮนรีที่ 8 โดย Hans Holbein the Younger (1497/1498–1543) [Public domain], via Wikimedia Commons
เดิมแอนน์ โบลีน ได้หมั้นหมายไว้กับลอร์ดเฮนรี เพอร์ซี (Lord Henry Percy) แต่กษัตริย์เฮนรีได้เข้าขัดขวาง โดยให้พระคาดินัลด์วอลซี (Cardinal Wolsey) ประกาศให้การหมั้นหมายของทั้งสองตกเป็นโมฆะ

แต่ความรักของกษัตริย์เฮนรียังมีอุปสรรคสำคัญคือการที่พระองค์ทรงสมรสแล้ว และการหย่าในสมัยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย พระองค์ต้องได้รับการยินยอมจากสมเด็จพระสันตะปาปาแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกด้วย

เหตุผลสำคัญที่กษัตริย์เฮนรีต้องการหย่ากับราชินีแคเธอรีน คือการที่พระนางไม่สามารถให้กำเนิดทายาทเป็นโอรสได้ แต่สมเด็จพระสันตะปาปาคลีเมนต์ที่ 7 (Clement VII) ก็ทรงบอกปัดฎีกาของกษัตริย์เฮนรีมาโดยตลอด ด้วยแรงกดดันจากจักรพรรดิชาลส์ที่ 5 (Charles V) แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (พระองค์ทรงสืบทอดบัลลังก์แห่งอาณาจักรสเปนและดินแดนในครอบครองของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก)

แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ความรักที่ถูกขวางกั้นด้วยจารีตประเพณียิ่งทำให้แรงปรารถนาของกษัตริย์เฮนรีพลุ่งพล่าน พระองค์ทรงแอบสมรสอย่างลับๆ กับแอนน์ โบลีน ช่วงปลายเดือนมกราคม 1533 ก่อนมีการประกาศในช่วงอีสเตอร์ปีเดียวกัน (ราวปลายเดือนมีนาคมต้นเดือนเมษายน) จากนั้นในวันที่ 23 พฤษภาคม กษัตริย์เฮนรีได้ให้อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี โธมัส แครนเมอร์ (Thomas Cranmer) ประกาศให้การสมรสของพระองค์กับราชินีแคเธอรีน ตกเป็นโมฆะ เท่ากับการสมรสของทั้งสองพระองค์เสียเปล่ามาแต่ต้น

ทั้งนี้ แคเธอรีนแห่งอารากอน เคยสมรสกับเจ้าชายอาเธอร์ (Prince Arthur) โอรสองค์โตของกษัตริย์เฮนรีที่ 7 เมื่อเจ้าชายอาเธอร์สิ้นพระชนม์ แคเธอรีนจึงสมรสกับเจ้าชายเฮนรี โอรสองค์ที่สองของกษัตริย์เฮนรีที่ 7 ซึ่งภายหลังได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์เฮนรีที่ 8

ภาพเขียนสีน้ำมันของ กษัตริย์เฮนรีที่ 8 โดย Hans Holbein, the Younger (1497/1498–1543) [Public domain], via Wikimedia Commons
ภาพเขียนสีน้ำมันของ กษัตริย์เฮนรีที่ 8 โดย Hans Holbein, the Younger (1497/1498–1543) [Public domain], via Wikimedia Commons
กษัตริย์เฮนรีที่ 8 จึงอ้างข้อเท็จจริงดังกล่าว ประกอบกับบัญญัติตามคัมภีร์ไบเบิลในส่วนพันธสัญญาเก่า (เลวีนิติ 20:21) ที่ระบุว่า ถ้าชายใดเอาเมียของพี่ชายหรือน้องชายไปเป็นเมียตน ผู้นั้นต้องตายโดยไร้ทายาท บุคคลนั้นได้ทำเรื่องอันเป็นมลทินและสร้างความอัปยศต่อพี่หรือน้องตนเอง” ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงอ้างว่าการสมรสครั้งแรกของพระองค์ถือเป็นการขัดต่อประสงค์ของพระเจ้า จึงทำให้การสมรสในครั้งนั้นตกเป็นโมฆะ

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังนำไปสู่การแยกตัวจากคริสตจักรโรมันคาทอลิก กษัตริย์เฮนรี ทรงออกพระราชบัญญัติว่าด้วยพระราชอำนาจสูงสุดหรือ “Act of Supremacy” ซึ่งทำให้พระองค์มีสถานะเป็นประมุขศาสนจักรแห่งอังกฤษ

แต่ความพยายามของกษัตริย์เฮนรีในการสมรสกับแอนน์ โบลีน ด้วยหวังจะมีทายาทเป็นพระโอรสกลับสูญเปล่า เมื่อเดือนกันยายน 1533 ราชินีแอนน์ทรงให้กำเนิดทายาทเป็นพระธิดา (ซึ่งภายหลังได้ขึ้นครองราชย์เป็น ราชินีอลิซาเบ็ธที่ 1) ทำให้กษัตริย์เฮนรีเริ่มมีพระทัยออกห่าง พอถึงปี 1534 ราชินีแอนน์ทรงแท้งลูก การพยายามมีพระราชโอรสจึงเป็นความหวังเดียวที่ช่วยรักษาสถานะของพระองค์ไว้ได้ แต่ในเดือนมกราคม 1536 พระโอรสที่น่าจะช่วยราชินีแอนน์ได้ กลับสิ้นพระชนม์ตั้งแต่แรกประสูติ

ความถือพระองค์ของราชินีแอนน์ ทำให้พระองค์ไม่ได้รับความนิยมในราชสำนักมาแต่แรก และเมื่อพระองค์ไม่อาจให้กำเนิดพระโอรสได้ ยิ่งทำให้สถานะของพระองค์เสื่อมทรามอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่เดือนหลังทรงแท้งพระโอรส กษัตริย์เฮนรีทรงบีบให้พระองค์รับสารภาพว่า ทรง “ทำชู้” กับชายมากหน้าหลายตา รวมถึงกับพี่น้องร่วมอุทรของพระองค์เอง คดีของพระองค์ถูกไต่สวนในศาลต่อหน้าคณะลูกขุน ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พระองค์มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา

ราชินีแอนน์ ทรงถูกลงโทษด้วยการตัดศีรษะในวันที่ 19 พฤษภาคม 1536 ซึ่งนักประวัติศาสตร์มองว่าโอกาสที่ราชินีแอนน์จะทรงมีความผิดจริงตามข้อกล่าวหานั้นมีน้อย แต่เชื่อว่าความผิดของพระองค์น่าจะเป็นผลมาจากการแย่งชิงอำนาจในราชสำนักมากกว่า

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


ข้อมูลจาก :

Encyclopedia Britannica


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 พฤษภาคม 2560