ขุนศึกสายอาร์ต โอดะ โนบุนากะ ร้องเพลงและเต้นขณะรู้ข่าวโดนข้าศึกบุก สภาพล่อแหลม

ภาพวาด โอดะ โนบุนากะ (Oda Nobunaga) โดย Kanō Motohide ช่วงศตวรรษที่ 16 (ไฟล์ Public Domain) ฉากหลังเป็นภาพเขียนการรบที่โอเกะฮาซาม่า (Okehazama) ไฟล์ Public Domain ภาพจาก Wikimedia Commons

ในยุคเซ็นโงกุ (Sengoku-jidai) หรือสงครามซามูไรในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ปรากฏขุนพลนักรบผู้มีชื่อเสียงมากมายต่างๆ ในบรรดาขุนศึกผู้นำทางการทหารคนสำคัญซึ่งมีบทบาทอย่างมากเรียกได้ว่าเกือบรวมประเทศได้สำเร็จ บุคคลผู้นี้คือ โอดะ โนบุนากะ (Oda Nobunaga/1534-82) ซึ่งกล่าวได้ว่า เป็นบุคคลที่เริ่มต้นกระบวนการรวมแผ่นดินเข้าเป็นหนึ่งเดียว แต่ระหว่างเส้นทางนั้น เขาถูกลอบสังหารขณะพำนักในวัดแห่งหนึ่งก่อนจะบรรลุเป้าประสงค์

โอดะ โนบุนากะ ผ่านการรบร่วมกับขุนพลอันมีชื่อเสียงมาอย่างโชกโชน การรบของโอดะ โนบุนากะ ครั้งที่เป็นที่จดจำมากที่สุดย่อมเป็นการรบ “โอเกะฮาซามะ” (Okehazama) ซึ่งทัพของโนบุนากะ มีกำลังพลไม่ถึง 2,000 นาย โจมตีศัตรูฝั่งอิมากาว่า โยชิโมโต้ (Imagawa Yoshimoto/1519-60) ซึ่งเชื่อกันว่ามีกำลังพลรวมทั้งหมด 25,000 นาย และมีชัยเหนือทัพของโยชิโมโต้ได้

การรบเริ่มต้นขึ้นเมื่อราวเดือนห้า ค.ศ. 1560 โยชิโมโต้ ในเวลานั้นเป็นผู้นำทางการทหารที่มีอำนาจอันดับต้นๆ ในฝั่งแปซิฟิก ต้องการขยายอำนาจมายังฝั่งตะวันตก โยชิโมโต้ รวบรวมกำลังทหารจาก 3 ภูมิภาคคือ ซุรูกะ (Suruga), โทโตมิ (Totomi) และ มิกาว่า (Mikawa) เคลื่อนพลมาฝั่งตะวันตกเพื่อเข้าถึงเกียวโต ไปยึดเมืองหลวงเดิมและศูนย์กลางทางการทหารดั้งเดิมในยุคนั้น การเคลื่อนทัพใช้เส้นทางที่ต้องผ่านโอวาริ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของโอดะ โนบุนากะ

ทัพของโยชิโมโต้ ทำลายป้อมปราการของฝั่งโนบุนากะ ได้อย่างรวดเร็ว วันที่ 19 ในเดือน 5 หรือวันที่ 2 ของการเข้าถึงอาณาเขตโอวาริ ทัพของโยชิโมโต้ ทำลายป้อมปราการไปได้ 2 ใน 5 ป้อม

สิ่งที่นักประวัติศาสตร์หรือแม้แต่ในทางการทหารให้ความสนใจคือกลยุทธ์ในการรบของโอดะ โนบุนากะ ซึ่งรับมือกับผู้รุกรานที่เชื่อว่ามีกำลังพลเหนือกว่าหลายเท่าตัว และสามารถโจมตีโต้กลับเป็นผลสำเร็จจนได้รับชัยชนะ ข้อมูลส่วนหนึ่งในช่วงเหตุการณ์นี้ปรากฏในบันทึกของกิวอิชิ โอตะ (Gyūichi Ōta/1527-1610?) นักรบและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโนบุนากะ ชื่อ Shincho-ko ki หรือ “บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับลอร์ดโนบุนากะ” (The Chronicle of Lord Nobunaga ) ซึ่งผู้เขียนอ้างว่า เขียนขึ้นโดยอ้างอิงจากบันทึกที่เขาจดไว้ขณะยังปฏิบัติหน้าที่เป็นนักยิงธนู (bowman) ของโนบุนากะ

คืนที่ได้รับข่าว

ฮิโรอากิ ซาโตะ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นได้แปลเนื้อหาในบันทึกมาเป็นภาษาอังกฤษ ใจความที่จะยกมาถึงในที่นี้ จะมาจาก “บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับลอร์ดโนบุนากะ” ซึ่งแปลโดยซาโตะ เนื้อหาส่วนที่พูดถึงการรบที่โอเกะฮาซามะ เอ่ยถึงว่า เมื่อโนบุนากะ ได้รับข่าวว่าทัพของโยชิโมโต้ เข้าถึงอาณาเขตของเขาในวันที่ 18 เดือน 5 ขณะนั้นโนบุนากะ พำนักในปราสาทคิโยสุ (Kiyosu)

เนื้อหาใน Shincho-ko ki เล่าเหตุการณ์ในคืนที่โนบุนากะ รับทราบข่าวไว้ว่า บทสนทนาระหว่างโนบุนากะ กับบุคคลอื่นในคืนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการทหาร เมื่อโนบุนากะ เห็นว่าดึกแล้วก็สั่งให้คนที่อยู่ด้วยกลับบ้าน ในบันทึกของกิวอิชิ โอตะ เล่าว่า ผู้ดูแลจัดการเรื่องในบ้านของโนบุนากะ ถึงกับเอื้อนเอ่ยภาษิตขึ้นมาด้วยความท้อแท้

ฮิโรอากิ ซาโตะ อธิบายเพิ่มเติมว่า อันที่จริงแล้ว “บทสนทนา” ที่โนบุนากะ มีขึ้นกับคนใกล้ชิดนั้น เดิมทีเรียกกันว่า o-hanashi หรือบางทีก็เรียกว่า o-togi เป็นบทสนทนาระหว่างเจ้านายกับนายทหารผู้ช่วยหรือที่ปรึกษา แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วอาจไม่ได้ผลอันเป็นประโยชน์มากนัก แต่มักเป็นการสนทนาที่ก่อให้เกิดรากฐานของข้อมูลที่มีผลสำคัญ หรือเปิดโอกาสให้เกิดการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ ดังนั้น ค่ำคืนดังกล่าว เหล่าผู้ช่วยของโนบุนากะ หวังว่าเขาจะเปิดการสนทนาหารือวิธีรับมือการรุกรานของโยชิโมโต้ หรืออย่างน้อยก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของแต่ละคน

อย่างไรก็ตาม โนบุนากะ กลับปล่อยให้เวลาสำคัญในค่ำคืนนั้นผ่านไปโดยไม่พูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อที่ควรจะหารือ

เมื่อเวลาผ่านไป รายงานข่าวสารทางการทหารเริ่มทยอยเข้ามา รายงานว่า ข้าศึกเริ่มโจมตีพื้นที่ภูเขา Washizu และ Marune ระหว่างที่โนบุนากะ ได้ยินรายงานนี้ ผู้นำทางการทหารที่มีอิทธิพลในภูมิภาคก็เริ่มร่ายรำและร้องเนื้อหาท่อนหนึ่งจากบทละครชื่อ Atsumori ใจความว่า

มนุษย์มีชีวิตได้ห้าสิบปี
เทียบสวรรค์ชั้นล่างสุด (Geten)
แทบเหมือนฝัน ดังภาพลวงตา
ใครบ้างที่ได้มาหนึ่งชีวิต
ไม่ม้วยมรณา

ซาโตะ อธิบายเพิ่มเติมว่า โนบุนากะ มักร้องท่อนนี้จาก Atsumori แต่โดยทั่วไปแล้ว โนบุนากะ เป็นผู้ชื่นชอบการร้องเพลงอยู่แล้ว เขามักกระตุ้นเหล่าทหารในสังกัดให้ตามรอยเขาและร้องเพลง 3 รอบก่อนเคลื่อนทัพไปทำศึกในสนามรบ อย่างไรก็ตาม โนบุนากะ ไม่ได้สร้างผลงานไว้มากมายนัก มีเพียงบทหนึ่งสั้นๆ ที่มีชื่อเขาเป็น “ผู้แต่งบทกวี”

ผลงาน “กวี” ที่โนบุนากะ เป็นผู้แต่งอยู่ในเนื้อหาประวัติของโนบุนากะ ในชื่อผลงานว่า Shincho Ki (Biography of Nobunaga) งานเขียนโดย Oze Hoan (1564-1640) งานเขียนชิ้นนี้เหมือนเป็นงานเขียนประวัติโนบุนากะ ปรับปรุงใหม่จาก Shincho-ko ki หรือ “บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับลอร์ดโนบุนากะ” (The Chronicle of Lord Nobunaga) ของกิวอิชิ โอตะ อีกทอดหนึ่ง โดย Hoan อธิบายการปรับปรุงผลงานว่า งานของกิวอิชิ ย่อยสรุปเนื้อหา ละเลย และมองข้ามรายละเอียด ซึ่งทำให้เขากังวลว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องและถูกละเลยไปอาจเศร้าเสียใจได้

กวีดังกล่าวปรากฏใน Shincho Ki ส่วนที่เล่าถึงช่วงที่โนบุนากะ เดินทางเข้าเกียวโตในฐานะเจ้าหน้าที่ทางการทหารคนแรกผู้สนับสนุนอาชิคากะ โยชิอากิ (Ashikaga Yoshiaki/1537-97) โชกุนคนสุดท้ายจากตระกูลอาชิคากะ (Ashikaga)

โนบุนากะเคลื่อนไหว

เมื่อเสร็จสิ้น โนบุนากะ ออกคำสั่งให้เป่าสัญญาณ และนำอุปกรณ์รบส่วนตัวมาให้เขา จากนั้นก็สวมใส่เสื้อเกราะ รับประทานอาหารเช้าขณะยืน สวมหมวก และออกเดินทาง

ขบวนของโนบุนากะ เดินทางราว 7 ไมล์ มาถึง Atsuta ด้านหน้าศาลเจ้า Gendayu โนบุนากะ มองไปทางทิศตะวันออกและเห็นควันพวยพุ่งขึ้นจากโซน Washizu และ Marune นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ป้อมทั้ง 2 แห่งถูกตีแตกแล้ว

โนบุนากะ เดินทางมาที่ป้อม Tange และไปต่อที่ป้อมซึ่งอยู่ที่วัด Zensho ซึ่งเหล่าทหารตั้งแคมป์ที่นี่ ตรงจุดนี้เองที่โนบุนากะ ประเมินกำลังพลของตัวเอง และทบทวนสถานการณ์ รายงานที่ได้รับมีเนื้อหาว่า

“อิมากาว่า โยชิโมโต้ ข้าศึกนำกำลังพลทั้งหมด 45,000 นาย (โยชิโมโต้ แพร่ข่าวลือว่าเขานำทัพมีกำลังพลถึง 40,000 นาย ขณะที่กิวอิชิ โอตะ ผู้บันทึกก็ขยายตัวเลขเพิ่มขึ้นอีก – ฮิโรอากิ ซาโตะ) และตั้งที่มั่นพักกำลังพลอยู่ที่ภูเขาโอเกะฮาซามะ ช่วงบ่ายของวันที่ 19 เขาเรียกรวมกำลังพลและกล่าวชื่นชมความสำเร็จจากการตีป้อม 2 แห่งลงได้…

[นักประวัติศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่า ตัวเลขกำลังพลของโยชิโมโต้ ที่พอใกล้เคียงความเป็นจริงคือ 25,000 นาย-กองบก.ออนไลน์]

ปรากฏว่า มีขุนพล 2 รายคือ Sasa Hayato no Sho และ Chiaki Shiro เคลื่อนทัพเข้าใกล้โยชิโมโต้ โดยมีกำลังพลหยิบมือราว 300 นาย แต่ก็ถูกโจมตี ขุนพลทั้ง 2 พร้อมด้วยผู้ติดตาม 50 นายเสียชีวิตในการรบ โยชิโมโต้ มองเรื่องนี้เป็นเหมือนสัญญาณว่า แม้แต่อสูรจากสวรรค์ ปีศาจ หรือแม้แต่พระเจ้าก็ไม่สามารถต้านทานความประสงค์ของเขาได้ เขาสั่งให้จัดการร้องปลุกใจขณะที่เขาอยู่ในค่าย”

[กล่าวกันว่า โนบุนากะ ได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของฝั่งโยชิโมโต้ อย่างละเอียด ส่วนหนึ่งคือ โยชิโมโต้ ที่ตั้งค่ายในโอเกะฮาซามะ มีกำลังพลหลักพันราย กำลังพลที่เหลือน่าจะกระจายกันอยู่จุดอื่น]

การรบที่โอเกะฮาซามะ 

เมื่อได้ยินรายงาน โนบุนากะ ตัดสินใจเคลื่อนที่ไปนาคาจิมะ (Nakajima) คนใกล้ชิดเขารีบทักท้วงว่า ถนนบริเวณนั้นโอบล้อมด้วยทุ่งนาข้าว เมื่อไปถึงจุดนั้นแล้วย่อมเคลื่อนไหวได้ยาก อีกทั้งยังต้องเคลื่อนพลเป็นแถวแนวเดียว ยิ่งทำให้กำลังพลที่น้อยนิดถูกข้าศึกจับสังเกตเห็นได้โดยง่าย แต่โนบุนากะ ไม่ฟังคำค้าน และออกเดินทางไปที่นาคาจิมะ เวลานั้นคาดกันว่ากำลังพลของโนบุนากะ มีไม่ถึง 2,000 คน

เมื่อมาถึงนาคาจิมะ โนบุนากะ พยายามเคลื่อนพลไปข้างหน้าอีกครั้ง แต่คราวนี้คนใกล้ชิดสามารถเหนี่ยวรั้งการตัดสินใจของเขาไว้ได้ โนบุนากะ จึงกล่าวกับกำลังพลของเขาว่า

“พวกเราทั้งหลาย, ฟังให้ดี ข้าศึกศัตรูมาถึงที่นี่ กินอาหารในตอนเย็น และเดินทัพตลอดคืน ข้าศึกต้องเคลื่อนย้ายเสบียง…พยายามอย่างหนักที่ Washizu และ Marune และย่อมเหนื่อยล้าจากความยากลำบากที่ประสบมา ในอีกด้าน พวกเราเป็นทัพที่ยังสมบูรณ์ นอกจากนี้ พวกเรายังรู้จักคำพูดนี้กันดีไม่ใช่หรือ ‘อย่าไปกลัวข้าศึกที่มีจำนวนมากกว่าเพราะกำลังพลของท่านมีไม่มาก โชคอยู่ในกำมือของสวรรค์’

ถ้าข้าศึกโจมตี เราถอย ถ้าพวกเขาถอย ให้รุกไล่ แนวคิดคือรุกไล่ข้าศึกและทำลายเขาในการรุกไล่นั้น ไม่ต้องจับกุมใครหน้าไหน ให้ปล่อยไป หากพวกเราชนะศึกนี้ ท่านทั้งหลายที่เข้าร่วมจะนำเกียรติมาสู่ตระกูลของท่าน ชื่อเสียงของท่านจะกึกก้องไปอีกหลายรุ่นในอนาคต ทำให้ดีที่สุด”

ขณะที่โนบุนากะ กำลังพูดปลุกใจอยู่ ขุนพลของเขาก็เริ่มทยอยเดินทางกลับมา แต่ละคนมีศีรษะของศัตรูที่พิชิตได้ติดมือกลับมา บางคนก็ถือมาหลายศีรษะด้วย หลังจากนั้น โนบุนากะ พากำลังพลขึ้นไปที่เนินเขา ทันใดนั้นก็เกิดฝนตกอย่างรุนแรง

เมื่อท้องฟ้าโปร่งใสแล้ว โนบุนากะ ชูหอกของตัวเองขึ้นและสั่งการให้โจมตี ขณะนั้นข้าศึกเพิ่งอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองชัยชนะแรกเริ่ม หลายคนก็ถอดเกราะเนื่องจากอยู่ในช่วงกลางวันที่ร้อนระอุ เมื่อทัพโยชิโมโต้ เห็นกำลังพลของโนบุนากะ เคลื่อนที่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวก็ต้องถอยหนี ในขณะที่ข้าศึกถอยร่นก็ทิ้งข้าวของแม้กระทั่งพาหนะของโยชิโมโต้ เอาไว้ด้วย โนบุนากะ ยังสั่งโจมตีแคมป์ของโยชิโมโต้

บันทึกเล่าไว้ว่า เป็นช่วงเวลาราวบ่ายสองโมงที่โนบุนากะ เข้าโจมตีจากตะวันออก ตอนแรกมีม้าราว 300 ตัววนล้อมรอบโยชิโมโต้ ที่กำลังถอยร่นอยู่ แต่เมื่อปะทะกันไปหลายระลอกเข้า กำลังพลของโนบุนากะ เริ่มลดลงเรื่อยๆ กระทั่งช่วงท้ายมีม้าเหลือเพียง 50 ตัวเท่านั้น

โนบุนากะ ลงจากม้า และเคลื่อนทัพไปข้างหน้าพร้อมกับนักรบหนุ่มเลือดร้อน สถานการณ์เป็นไปอย่างดุเดือดและชุลมุน แต่บันทึกระบุว่า ถึงแม้การรบจะอยู่ในสภาพชุลมุนมาก แต่ไม่มีใครสับสนระหว่างฝ่ายมิตรกับศัตรู เนื่องจากทั้งสองฝ่ายแต่งกายด้วยชุดสีแตกต่างกันชัดเจน กำลังพลของโนบุนากะ ได้รับบาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก

ระหว่างการรบพุ่งกันนั้น Hashimoto Koheita เข้าไปโจมตีโยชิโมโต้ และเป็น Mori Shinsuke ที่ตัดศีรษะของโยชิโมโต้ มาได้ เมื่อโยชิโมโต้ ถูกสังหาร ทหารที่เหลือก็ยอมแพ้หรือไม่ก็แตกพ่ายหลบหนีไป

โนบุนากะ ประกาศว่าจะทำพิธีตรวจศีรษะของศัตรูอย่างเป็นทางการที่คิโยสุ โดยทั่วไปแล้ว เขาพอใจมากแล้วที่ได้เห็นศีรษะโยชิโมโต้ และเดินทางกลับแคมป์โดยใช้เส้นทางเดิมที่เขาผ่านมาก่อนหน้านี้

การรบที่เกิดขึ้นกินเวลาไม่ถึง 20 นาที ส่งผลสำคัญต่อเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในเวลาต่อมา เมื่อผู้มีอำนาจในทางตอนกลางของญี่ปุ่นถูกทำลายลง โนบุนากะ มีทั้งชื่อเสียงและพันธมิตรเพิ่มขึ้น จากนั้นก็เริ่มต้นเส้นทางรวมญี่ปุ่น

แต่ก่อนที่เขาจะทำสำเร็จ กลับเกิดเหตุการณ์ที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน โอดะ โนบุนากะ ถูกลอบสังหารขณะพักในวัดฮอนโนจิ โดยคนใกล้ชิดฝ่ายเดียวกัน ในช่วงกลางปี 1582 เมื่อสิ้นโนบุนากะ โตโยโตมิ ฮิเดโยชิ ขึ้นมามีบทบาทในญี่ปุ่น กระทั่งฮิเดโยชิ ถึงแก่กรรม โทกุงาวะ อิเอยาสุ หนึ่งในพันธมิตรของโนบุนากะ ก็ก้าวขึ้นมารวมแผ่นดินญี่ปุ่นจนสำเร็จ

 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : คุ้ยปริศนาตัวตนซามูไรผิวดำเชื้อสายแอฟริกันนาม “ยาสึเกะ” ในทัพ “โอดะ โนบุนากะ”

คลิกอ่านเพิ่มเติม : 31 ม.ค. กำเนิด “โทกุงาวะ อิเอยาสุ” ขุนพลชนะสงครามซามูไรที่ยิ่งใหญ่นำญี่ปุ่นสู่ยุคเอโดะ


อ้างอิง:

Hiroaki Sato. Legends of the Samurai. New York: Overlook Press, 1995. p. 232-238.


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 มีนาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป