จูหยวนจาง ส่ง “ห่านพะโล้” ปลิดชีพขุนนางร่วมก่อตั้งราชวงศ์หมิง

จูหยวนจาง หรือพระเจ้าหมิงไท่จู่

เมื่อกล่าวถึงการลงโทษ หรือเอาผิดฝ่ายตรงข้าม ในประวัติศาสตร์ของชาติจีนนับได้ว่ามีวิธีการที่ทารุณอยู่ไม่น้อย แม้ว่าเป้าหมายคือต้องการ “ปลิดชีวิต” อีกฝ่าย แต่การให้ตายง่ายๆ อาจไม่ทำให้เจ้าทุกข์/ฝ่ายที่ชนะหายแค้น หรือสาสมกับความผิดที่ได้ทำลงไป ในอดีตที่ผ่านมาจึงมีการลงโทษถึงตายที่แสนทรมาน เช่น ตัดหัวเสียบประจาน, ใช้รถม้า/ม้า 5 คันดึงแยกร่าง (2 แขน, 2 ขา, 1 ศีรษะ) จนตาย, ตัด (ที่เอว) ให้ร่างขาดสองทอน, แล่เนื้อทีละชิ้นจนตาย, ถลกหนัง  ฯลฯ

สวีต๋า ขุนนางที่จบชีวิตเพราะห่านพะโล้

หากครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน อาหารเลิศรส เช่น “ห่านพะโล้” กลับเป็นเครื่องสังหารที่แสนเลือดเย็นของจูหยวนจาง ที่นำกบฏขับไล่ราชงศ์หยวนของมองโกลสำเร็จ และเป็นปฐมกษัตริย์ผู้สถาปนาราชวงศ์หมิง  

นักประวัติศาสตร์บางรายเล่าข้อมูลไว้ว่า เมื่อ ค.ศ. 1385 สวีต๋าป่วยเป็นโรคฝีฝักบัวที่หลังไม่สามารถเข้าราชสํานักได้เป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน สวีต๋าผู้นี้เป็นเพื่อนในวัยเยาว์ของจูหยวนจาง มีความดีความชอบในการสู้รบที่โดดเด่น มีคุณธรรมและบารมีสูง อยู่ในวัยหนุ่มที่เต็มไปด้วยกําลังวังชา ที่ผ่านมาเขามีส่วนสำคัญในการก่อตั้งราชวงศ์หมิง แต่ภายหลังจูหยวนจางก็รู้สึกไม่ไว้วางใจ เกรงว่าเขาจะเข้ามาช่วงชิงอำนาจ จึงตัดสินใจกําจัดเขาแต่ก็หาข้อบกพร่องในตัวเขาไม่ได้เลย

วันหนึ่งจูหยวนจางจึงให้ขันทีนําอาหารไปส่งให้สวีต๋าโดยเฉพาะ   ขุนนางราชสำนักคนอื่นๆ ต่างก็คิดว่า จักรพรรดิเป็นห่วงเพื่อนเก่าคนนี้ มีเพียงสวีต๋าที่ตกใจ เพราะอาหารที่ส่งมาคือห่านพะโล้ ซึ่งเป็นอาหารที่แสลงกับโรค ที่หากกินเข้าไปจะต้องตายอย่างแน่นอน

อันเป็นการแสดงเจตนาว่าจูหยวนจางต้องการจะให้เขาตาย สวีต๋าก็กินห่านพะโล้ไปทั้งน้ำตา ผ่านไปไม่กี่วันเขาก็จากโลกไป ตามพระบัญชาโหด “จักรพรรดิให้ตายไม่ตายไม่ได้”

 


ข้อมูลจาก

หลี่เฉวี่ยน (เขียน), เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย (แปล). ประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อ, สำนักพิมพ์มติชน มกราคม 2556.


เผยแพร่ข้อมูลครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 17 มีนาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป