“น้ำทำให้เรือลอยได้ น้ำก็ทำให้เรือจมได้” คำพูดอมตะของถังไท่จง มีที่มาจากไหน?

ถังไท่จง (หลีซื่อหมิน) กษัตริย์ราชวงศ์ถัง

“ผู้ปกครองเหมือนกับเรือ ประชาชนเหมือนกับน้ำ น้ำทำให้เรือลอยได้ แต่น้ำก็ทำให้เรือจมได้เช่นกัน” คือประโยคอมตะที่ ถังไท่จง (หลี่ซือหมิน) แห่งราชวงศ์ถังรับสั่งหลังจากที่พระองค์และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของราชวงศ์สุย ที่มีสาเหตุของการล่มสลาย จากปัญหาเรื่องตัวผู้นำอย่างพระเจ้าสุยหยางตี้เป็นสำคัญ

สุยหยางตี้ เป็นผู้นำที่มีทรงชอบความโอ่อ่าหรูหรา เมื่อขึ้นครองราชย์ก็ทรงมีปณิธานที่จะเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เฉกเช่น อั่นอู่ตี้ กษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่น สุยหยางตี้มีรับสั่งดำเนินโครงการใหญ่ที่ต้องใช้สิ้นเปลืองแรงงาน, ชีวิตประชาชน, ทรัพย์สิน ฯลฯ ของประเทศ

เริ่มจากการสร้างลั่วหยางเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 เริ่มขึ้นในปีแรกที่สุยหยางตี้ครองราชย์ ต้องใช้แรงงานจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ แค่การก่อสร้างเดือนแรก พลเมืองประมาณ 2 ล้านคน ก็ถูกเกณฑ์มาเป็นแรงงานในการสร้างพระราชวัง, อุทยาน ฯลฯ  นอกจากลั่วหยางแล้ว สุยหยางตี้ยังมีพระราชประสงค์ให้สร้างเมืองจูเตียง (หยางโจวในปัจจุบัน) สถานที่ประทับเมื่อครั้งเป็นอุปราชภาคใต้ เป็นเมืองหลวงแห่งที่ 3 ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ในด้านหนึ่งด้วยที่ตั้งของลั่วหยางที่อยู่กึ่งกลางราชอาณาจักร การสร้างเป็นเมืองหลวงที่ 2 ก็มีประโยชน์แก่การขนส่งข้าวจากแหล่งเพาะปลูกสำคัญทางตอนใต้ของประเทศขึ้นมาเลี้ยงคนในภาคเหนือ ทั้งยังไม่ห่างไกลจากจูเตียงอันเป็นฐานที่มั่นเดิมของพระองค์

โครงการต่อไปที่เป็นการสืบต่อพระเจตนารมย์ของสุยเหวินตี้ พระราชบิดาพระองค์ที่ต้องการเก็บสะสมข้าวในยุ้งฉางหลวงเพื่อป้องกันความอดยากขาดแคลน ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุงการขนส่งคมนาคมทางน้ำ นั่นทำให้เกิดโครงการขุดคลองใหญ่ที่เรียกว่า ต้าหยุ่นเหอ (Grand Canal) เพื่อเชื่อมแม่น้ำหวงเหอ กับแม่น้ำฉางเจียง (แม่น้ำแยงซีเกียง)

การขุดคลองต้าหยุ่นเหอ (ค.ศ.606-610) มีความยาวทั้งสิ้น 2,500 กิโลเมตร กว้าง 40 เมตร มีลั่วหยางเมืองหลวงที่ 2 เป็นศูนย์กลาง ต้าหยุ่นเหอไหลเชื่อมแม่น้ำสายต่าง ๆ จึงเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการคมนาคมขนส่งระหว่างเหนือใต้ จากทางเหนือคือปักกิ่งไปถึงท่าเรือเมืองหังโจวทางตอนใต้ ที่ทำให้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการรวมวัฒนธรรมเหนือใต้เข้าด้วยกัน

ทว่ากว่าจะมาเป็นต้าหยุ่นเหอนั้น ต้องใช้แรงงานคนถึง 3.5 ล้านคน และเจ้าหน้าที่ควบคุม 50,000 คน บางท้องที่แรงงานชายไม่พอก็เกณฑ์ผู้หญิงมาช่วย ผู้ที่คิดหลบหนีมีโทษถึงตาย เมื่อขุดคลองเสร็จ หยางสุ่ยตี้เสด็จประพาสอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยขบวนเรือใหญ่น้อยกว่า 100 ลำ ใช้คนลากขบวนเรือ 80,000 คน สองฝั่งคลองต้องตัดถนน, ปลูกไม้ประดับ, สร้างที่พักผ่อนระหว่างทาง 40 จุด,ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงต้องรับภาระเตรียมอาหารสำหรับข้าราชบริพารตามเสด็จ ซึ่งพระองค์เสด็จต้าหยุ่นเหอ 3 ครั้งด้วยกัน

จากการสร้างเมืองหลวงแห่งที่ 2 (ลั่วหยาง), การขุดคลองต้าหยุ่นเหอ ก็ตามมาด้วยโครงการใหญ่อย่างการซ่อมแซมกำแพงเมืองจีนและสร้างส่วนต่อขยายของกำแพงที่ตอนเหนือของส่านซี ที่ต้องใช้แรงงานคนถึง 1 ล้านคน เพื่อเร่งรัดให้เสร็จภายใน เวลา 20 วัน

แล้วก็ถึงฟางเส้นสุดท้าย เมื่อสุยหยางตี้รับสั่งให้ยกทัพใหญ่ไปรบกับอาณาจักรโกกุเรียว  

สุยหยางตี้ทรงระแวงอาณาจักรโกกุเรียว (เกาหลีในปัจจุบัน) ว่าไม่ซื่อกับจีน เพราะมีความเข้มแข็งขึ้น และหากโกกุเรียวมีการผูกมิตรกับพวกทูเจี้ย (เติร์ก) จะเป็นภัยคุกคามสำคัญของจีน สงครามระหว่างจีนกับโกกุเกียวจึงเกิดขึ้น การเกณฑ์แรงงานจึงเกิดขึ้นอีกครั้งเพื่อศึกใหญ่ 3 ครั้ง คือ ค.ศ. 611, 613 และ 614  (ครั้งสุดท้ายยุติ เพราะเกิดกบฏในราชอาณาจักรเสียก่อน)

แม้การสู้รบกับโกกุเรียว จีนจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ก็บอบช้ำสาหัส ท้องพระคลังที่เคยมั่งคั่งกลับว่างเปล่า, ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย เฉพาะศึกครั้งแรกจีนใช้ทหารจำนวนถึง 1.13 ล้านคน  และคนงานที่เป็นฝ่ายกำลังบำรุงอีกกว่า 2 ล้านคน ทหารจีนทั้งสิ้น 300,000 คนที่เข้าไปสู้รบในโกกุเรียว เหลือรอดชีวิตกลับมาเพียง 2,700 คน  ทำให้ประชาชนไม่อดทนอีกต่อไป มีการก่อกบฎชาวนาในบริเวณซานตง, เหอเป่ย, ส่านซี, กว่างตง, เจ้อเจียง ฯลฯ

แม้โครงการของสุยหยางตี้จะมีประโยชน์ แต่เมื่อต้องการความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งหมดจึงกลายเป็นหายนะ

การต้องเกณฑ์แรงงานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศ เงินทองในท้องพระคลังที่สุยเหวินตี้พระราชบิดาของพระองค์ทรงสั่งสมไว้ ร่อยหรออย่างรวดเร็ว การเก็บภาษีที่เดิมเคยยกเว้นในกับพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติ ถึงสมัยพระองค์กลับเก็บภาษีล่วงหน้า 10 ปี ฯลฯ เหล่านี้นำมาตอนอวสานของพระองค์

ถังไท่จง (หลีซื่อหมิน) กษัตริย์แห่งราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ มั่งคั่ง และทรงอานุภาพที่สุด เมื่อได้ศึกษาบทเรียนจากประวัติศาสตร์ของราชวงศ์สุย และสุยหยางตี้ จึงรับสั่งประโยคอมตะที่ว่า

“ผู้ปกครองเหมือนเรือ ประชาชนเหมือนน้ำ น้ำทำให้เรือลอยได้ แต่น้ำก็ทำให้เรือจมได้เช่นกัน”

 


ข้อมูลจาก

ทวีป วรดิลก. ประวัติศาสตร์จีน. สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, กุมภาพันธ์ 2547


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 สิงหาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป