พระพุทธโสธร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ลอยน้ำในตำนานแต่ครั้งรัชกาลที่ 5

“…พระประธานในพระอุโบสถวัดนี้ เป็นพระสักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดนี้นับถือมาก มีคนมานมัสการไม่ขาด และมีการไหว้ประจำปี กำหนดในวันเพ็ญเดือน 12  ถึงวันนี้ มีเรือมาเป็นอันมาก นอกจากไหว้พระ มีการออกร้านและแข่งเรือ…” พระดำรัสสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวิชิรญาณวโรส  คราวเสด็จตรวจคณะสงฆในมณฑลปราจีนบุรี พ.ศ. 2459

พระประธานในข้อความข้างต้นคือ “พระพุทธโสธร”  หรือ “หลวงพ่อโสธร” พระพุทธรูปลอยน้ำในตำนาน แห่งพระวัดสโธรวราราววรวิหาร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

สำหรับประวัติความเป็นมาของพระพุทธโสธรนั้น มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบันทึกไว้ในพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเมื่อเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2451) ตอนหนึ่งว่า

“…พระพุทธรูป ว่าด้วยศิลาแลงทั้งนั้น องค์ที่สำคัญว่าเป็นหมอดีนั้น คือองค์ที่อยู่กลางดูรูปตักและเอวงาม ทำเป็นทำนองเดียวกันกับพระพุทธเทวปฏิมากร แต่ตอนบนกลายไปเป็นด้วยฝีมือผู้ที่ไปปั้นว่าลอยน้ำก็เป็นความจริงเพราะเป็นพระศิลาคงจะไม่ได้ทำในที่นี้…”

พันเอกหลวงรณสิทธิ์พิชัย อธิบดีกรมศิลปากร (ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2493-98) บันทึกเรื่องการสำรวจของโบราณในเมืองไทยเกี่ยวกับพระพุทธโสธรว่า

“…หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิหน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.98 เมตร เป็นพระพุทธรูปที่บูรณะขึ้นในปลายสมัยอยุธยา หรือต้นสมัยรัตนโกสินทร์ และช่างผู้บูรณะนั้นเข้าใจว่าจะเป็นฝีมือช่างผู้มีภูมิลําเนาอยู่ทางภาคอีสาน ประวัติที่ข้าพเจ้าพึง กล่าวได้นั้นมีเพียงเท่านี้ และที่กล่าวนี้โดยอาศัยวัตถุที่เห็นเท่านั้น…”

นายตรี อมาตยกุล อดีตหัวหน้ากองวรรณคดี กรมศิลปากร ก็กล่าวถึงพระพุทธโสธรไว้ในเรื่องนําเที่ยวฉะเชิงเทราว่า

“….พระพุทธโสธรเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ลงรักปิดทอง มีขนาดสูง 1 เมตร 94 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 1 เมตร ๖๕ เซนติเมตร เท่าที่ตรวจดูรูปภายนอกซึ่งลงรัก ปิดทองไว้ ปรากฏว่าเป็นพระพุทธรูปฝีมือช่างแบบลานช้าง หรือซึ่งเรียกกันเป็น สามัญว่า พระลาว’ พระพุทธรูปแบบนี้นิยมทํากันมากที่เมืองหลวงพระบาง ในประเทศ อินโดจีนฝรั่งเศส และทางภาคอีสานของประเทศไทย…”

จากพระบรมราชวินิจฉัย และความเห็นข้างต้น พอจะสรุปได้ว่า หลวงพ่อโสธร ไม่ได้ทําขึ้นในจังหวัดฉะเชิงเทรา แต่ได้นํามาจากที่อื่นเพราะองค์พระทําด้วยศิลาแลง เป็นพระพุทธรูปฝีมือแบบชาวล้านช้างหรือที่เรียกว่า “พระลาว” ได้บูรณะหรือสร้างขึ้นในปลาย สมัยอยุธยาหรือต้นสมัยรัตนโกสินทร์

หนังสือประวัติของพระพุทธโสธร พิมพ์โดยนายทองใบ ภู่พันธ์ มีบทสัมภาษณ์ท่านเจ้าคุณเทพกวี วัดเทพศิรินทราวาส อดีตเจ้าคณะมณฑลปราจีนบุรี ระหว่างปี 2472-42  ได้ความต้องกันเป็นส่วนมากว่า พระพุทธโสธร เดิมที่เกิดปาฏิหาริย์ลอยมาตาม กระแสน้ำจากทางเหนือ ลําแม่น้ำบางปะกงนั้น เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิแกะด้วยฝีมือ ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 2 คืบเศษ

ข้อที่ว่าจะลอยมาจากแห่งหนตําบลไหน ตั้งแต่เมื่อใดนั้นยัง ไม่มีใครสอบสวนได้ความ ส่วนที่ว่าพระพุทธโสธรลอยตามน้ำมาจริงหรือไม่นั้น ท่านเชื่อว่าจริง โดยมีเหตุผลพอจะสันนิษฐานได้ว่าพระพุทธโสธรองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปแกะด้วยไม้โพธิ์ซึ่งเข้าใจว่าสร้างขึ้นโดยฝีมือชาวเวียงจันทน์หรือลาวนครเชียงรุ้ง หรือลาวโซ่งอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเคยทราบมาว่า พวกลาวชาวพื้นเมืองที่กล่าวนี้นิยมสร้าง พระพุทธรูปด้วยไม้โพธิ์และน่าคิดว่าพระพุทธรูปลอยน้ำมาจากทางเหนือลําแม่น้ำบางปะกง

นอกจากนี้ยังมีคำบอกเล่าเกี่ยวกับพระพุทธโสธร ปรากฏในประวัติหลวงพ่อวัดบ้านแหลม ซึ่งท่านเจ้าคุณพระกวีวงศ์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงครามว่า มีพระพุทธรูป 3 องค์ที่เป็นพระพี่น้องกัน คือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม, หลวงพ่อ วัดบางพลี สมุทรการปราการ และหลวงพ่อโสธร ฉะเชิงเทรา ลอยน้ำมาจากทางเหนือของไทย

ระหว่างนี้ก็เชิญท่านผู้อ่านไปนมัสการพระพุทธโสธร ได้ในงาน “ไอคอนสยาม ไหว้พระสุขใจ หล่อเทียนไทยให้เรืองรอง” พร้อมด้วยพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากทั้ง 4 ภาค ที่เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 3 – 6 กรกฎาคม 2563


ข้อมูลจาก

วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดฉะเชิงเทรา, จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5ธันวาคม 2542


เผยแพร่ข้อมูลในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 26 มิถุนายน 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป