เหยาซุ่ย อัครเสนาบดีผู้กู้วิกฤติการณ์ของบ้านเมือง ไม่เกรงผู้มีอิทธิพล-อำนาจ

เหยาสุ่น อัครเสนาบดี ผู้แก้ไขวิกฤติ "ตั๊กแตนระบาด"ที่ซานตง

หากพูดถึงขุนนางคนสำคัญของจีน อันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้น “เปาบุ้นจิ้น” เพราะความซื่อตรง ยุติธรรม ไม่มีดับเบิ้ล สแตนดาร์ด แต่ในประวัติศาสตร์กว่าสองพันปีของจีน ยังมีขุนนางอีกหลายคนที่สร้างคุณูปการให้กับสังคม หนึ่งในจำนวนนั้นคือ “เหยาซุ่ย” ขุนนางที่ได้ชื่อว่าไม่เกรงกลัวผู้มีอำนาจและอิทธิพล ทั้งเป็นที่ไว้วางใจของราชสำนัก

เหยาซุ่ย เป็นชาวอำเภอเสียสือ เมืองส่านโจว (ในมณฑลเหอหนานปัจจุบัน) เหยาซุ่ยดำรงตำแหน่ง “อัครเสนาบดี” ถึง 3 สมัยคือ สมัยพระนางอู่เจ๋อเทียน (บ้างเรียก พระนางบู้เช็กเทียน), สมัยพระเจ้ารุ่ยจง และสมัยพระเจ้าเสวียนจง

ขอยกตัวอย่างผลงานของเหยาซุ่ยในรัชกาลพระเจ้าเสวียนจง

จากกรณี “ตั๊กแตนระบาด” ที่ซานตง ในศักราชไคหยวนปีที่ 4 (ค.ศ. 716) วิกฤติการณ์ครั้งนี้ ทำให้พืชไร่และผลิตผลทางการเกษตรต่างๆ เสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ประชาชนส่วนใหญ่และขุนนางท้องถิ่นต่างเชื่อว่าเป็นเรื่อง “ชะตาฟ้าลิขิต” จึงไม่กล้าฆ่าตั๊กแตน ขุนนางราชสำนักส่วนกลางก็ลังเลไม่กล้าตัดสินใจ

เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงเหยาซุ่ย เขาสั่งการให้ขุนนางท้องถิ่นนำประชาชนกำจัดตั๊กแตนทันที ทั้งส่งขุนนางตำแหน่งอวี้สือไปควบคุมตรวจตราตามที่ต่างๆ

แต่มีขุนนางท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อ “หนีรั่วสุ่ย” ปฏิเสธ ไม่ยอมให้ความร่วมมือ

เท่านั้นยังไม่พอ หนีรั่วสุ่ย ยังทำหนังสือกราบทูลพระเจ้าเสวียนจงว่า เหตุการณ์ตั๊กแตนระบาดเป็นภัยธรรมชาติ ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการสร้างคุณงามความดี หากพระเจ้าเสวียนจงทำสิ่งมีคุณธรรมแก่บ้านเมืองให้มาก สวรรค์เบื้องบนพึงพอใจก็เมตตาจัดการนำตั๊กแตนให้หมดไปเอง

เมื่อเหยาซุ่ยทราบเรื่องดังกล่าวเขาก็โกรธมาก จึงเขียนจดหมายถึงหนีรั่วสุ่ยทันที เนื้อหาในจดหมายว่า

“ในท้องที่ที่ท่านดูแลมีตั๊กแตนมากมายขนาดนั้น นับว่าท่านเป็นผู้ที่ไม่มีคุณธรรมอย่างไม่ต้องสงสัย เห็นพืชไร่ทางการเกษตรถูกกัดกิน ประชาชนอดอยากแต่กลับไม่สนใจ นี่เรียกว่าเป็นการทําบุญอย่างนั้นหรือ ท่านจะหน่วงเหนี่ยวจนเสียโอกาสไม่ได้อย่างเด็ดขาด มิฉะนั้น ท่านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

หนีรั่วสุ่ย ได้รับจดหมายจากเหยาซุ่ยก็สำนึกได้ ระดมชาวบ้านปราบตั๊กแตน ไม่กี่วันก็คุมสถานการณ์ได้ แต่ละท้องที่รายงานจำนวนตั๊กแตนที่กำจัดได้เข้ามาที่เมืองหลวง

แต่ขุนนางที่มีแนวคิดแบบหนีรั่วสุ่ย ไม่ได้มีเพียงคนเดียว

หากยังมี “หลูหวายเซิ่น” อีกคน หลูหวายเซิ่น เตือนเหยาซุ่ยว่า การกระทำของเขาเป็นการล่วงเกินสวรรค์เบื้องบน เหยาหวายสุ่ยจึงเตือนเขาว่า “หากการกำจัดตั๊กแตนจะนำภัยพิบัติมาละก็ ข้าจะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

ด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของเหยาซุ่น มาตรการต่างๆ จึงมีการปฎิบัติใช้อย่างจริงจังและได้ผล ในที่สุด ปัญหาตั๊กแตนระบาดที่ชานตงก็สามารถแก้ไขได้สำเร็จ

 


ข้อมูลจาก

หสี่เฉวียน เขียน, เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย แปล. ประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อ, สำนักพิมพ์มติชน มกราคม 2556


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 มีนาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป