พัฒนาการ “กรุงเทพฯ” เมืองหลวงที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก

บริเวณ "ปทุมวัน"ย่านการค้าชื่อดังในอดีต ในภาพเป็นวัดปทุมวนารามเมื่อ ปี พ.ศ. 2400 (ภาพจากประชุมภาพประวัติศาสตร์ แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)

กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศ ตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงมีพระราชดำริว่า กรุงธนบุรี เมืองหลวงเดิมตั้งอยู่ในที่คับแคบ ไม่ต้องด้วยหลักพิชัยสงคราม ทั้งทรงโปรดเกล้าให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมเวียง

โดยพระองค์จึงพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า“กรุงรัตนโกสินทร์อินท์ อโยธยา” ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแก้นามพระนครเป็น “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินท์ มหินทอยุธยา”  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนคำว่า “บวร” เป็น “อมร” เปลี่ยนคำว่า “มหินทอยุธยา” โดยวิธีการสนธิศัพท์เป็น “มหินทรายุธยา” เปลี่ยนการสะกดคำ “สินท์” เป็น “สินทร์” และเติมสร้อยนามต่อ จึงมีชื่อเต็มว่า “กรุงเทพ มหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศมหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์”

ส่วนการปกครองนั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ทดลองนำเอาระบบคณะกรรมการมาใช้กับรูปแบบการปกครองเมืองหลวงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงได้โปรดเกล้าให้ยกเลิก และก็ได้เปลี่ยนฐานะกรมเวียงมาเป็นกระทรวงเมือง จนเปลี่ยนมาเป็นกระทรวงนครบาลตามลำดับ โดยมีเสนาบดีเป็นผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบในการปกครองกรุงเทพมหานครและธนบุรี รวมทั้งหัวเมืองใกล้เคียง ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครเขื่อนขันธ์ สมุทรปราการ ธัญญบุรี และมีนบุรี ซึ่งรวมเรียกทั้งหมดว่า “มณฑลกรุงเทพมหานคร” มีผู้บัญชาการมณฑลเทศาภิบาล

ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำริให้มีทดลองใช้ การปกครองแบบ “สุขาภิบาล” เพื่อเป็นพื้นฐานของการปกครองตนเองของประชาชนในอนาคต พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงนครบาลมารวมกับกระทรวงมหาดไทย และมีการแต่งตั้งตำแหน่ง “สมุหพระนครบาล” ทำหน้าที่ปกครองดูแลรับผิดชอบมณฑลกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนั้นประกอบด้วยจังหวัดพระนครธนบุรี นนทบุรี และสมุทรปราการ

ต่อมาปี 2458 ได้ยกเลิกมณฆลกรุงเทพมหานคร กระทรวงนครบาลออก “ประกาศกระทรวงนครบาล เรื่อง กำหนดเขตท้องที่การปกครองกรุงเทพมหานคร” (21 ตุลาคม 2458) แยกจังหวัดพระนครธนบุรี เป็น จังหวัดพระนคร และจังหวัดธนบุรี

จนปี 2476 ได้มีพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารราชการแห่งราชอาณาจักรสยามขึ้น มีผลให้มณฑลเทศาภิบาลต้องยกเลิกไป การบริหารราชการของแต่ละจังหวัดจึงขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยโดยตรงทุกจังหวัด

พ.ศ. 2514 จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 24 ลงวันที่ 21 ธันวาคม พุทธศักราช 2514 ให้รวมจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งจังหวัดและเรียกว่า “นครหลวงกรุงเทพธนบุรี”

ต่อมาในปี 2515 คณะปฏิวัติออกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 335  (13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองนครหลวงกรุงเทพธนบุรีใหม่อีกครั้ง สาระสำคัญ คือ ให้รวมกิจการปกครองทั้งหมดในเขตนครหลวงกรุงเทพธนบุรี เป็นหน่วยการปกครองเดียวกัน คือ “กรุงเทพมหานคร”, ให้จัดระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครเสียใหม่ โดยรวมการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน แต่ยังคงมีฐานะเป็นจังหวัด, ให้มีผู้ว่าราชการและรองผู้ว่าฯ เป็นข้าราชการการเมือง แต่งตั้งและถอดถอนโดยคณะรัฐมนตรี

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 ซึ่งมีผลให้ กรุงเทพมหานครมีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนครหลวง และให้แบ่งเขตพื้นที่ปกครองของกรุงเทพมหานครออกเป็นเขตและแขวงตามลำดับ มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 1 คน และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อีก 4 คน และให้มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้ง

นี้เป็นครั้งแรกที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีนายธรรมนูญ เทียนเงิน เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง  อย่างไรก็ตามหลังจากปี 2518 ปรากฎว่ายังมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ไม่ได้มาจวบจนปัจจุบันถึง 5 คน

ข้อมูลจาก

ประวัติการก่อตั้งกรุงเทพมหานคร ศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร http://www.bangkok.go.th/info สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2562

กรุงรัตนโกสินทร์ ศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร http://www.bangkok.go.th/info สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2562

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร https://th.wikipedia.org/wiki/ สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2562


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ: 10 กันยายน 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป