กำเนิด “พฤฒสภา” สภาที่ 2 ของไทยก่อนเป็นวุฒิสภา เลือกตั้ง-นับกันยันสว่าง แต่อายุแสนสั้น

(ซ้าย) นายวิลาศ โอสถานนท์ ประธานพฤฒสภา ระหว่าง 3 มิ.ย. 2489 - 24 ส.ค. 2489 (ขวา) พระที่นั่งอภิเศกดุสิต ที่ประชุมพฤฒสภา [ภาพจาก หนังสือ รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี]

คณะราษฎรกระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อพ.ศ. 2475 และมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเป็นฉบับแรก อันนำมาสู่การเปิดประชุมสภาสมัยแรก ซึ่งยังคงมีสภาเดียว พร้อมทั้งแต่งตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวขึ้น ภายหลังประเทศไทยมีแยกออกเป็น 2 สภาครั้งแรกคือเมื่อ พ.ศ. 2489 โดยมีสภาผู้แทนราษฎร และพฤฒสภา

ก่อนหน้าประเทศไทยจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 ไทยมีสภาผู้แทนราษฎรมาตลอด กระทั่งการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 ในวันที่ 10 พฤษภาคม ไทยจึงมีระบบ 2 สภาเป็นครั้งแรกตามการกำหนดรูปแบบในรัฐธรรมนูญ

สำหรับประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรกนั้นเป็นที่ทราบกันแล้วว่าคือ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี กระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2489 ประเทศไทยจึงมีการเลือกตั้งสมาชิกพฤฒสภาเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ โดยใช้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นที่ทำการองค์การเลือกตั้งสมาชิกพฤฒสภา เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้ง ตั้งแต่การรับสมัคร ทำบัญชีสมัคร นับคะแนน ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์ บรรยายในหนังสือ “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี” ว่า การเลือกตั้งเริ่มตั้งแต่ 9.00 น. เริ่มนับคะแนนจนเสร็จสิ้นในวันนั้น “ปฏิบัติงานทั้งกลางวันและกลางคืน” จนรุ่งสว่างจึงเสร็จสิ้น

รายชื่อสมาชิกพฤฒสภามีทั้งหมด 80 ท่าน ช่วงแรกยังไม่ได้มีการแต่งตั้งประธานพฤฒสภา และใช้พระที่นั่งอภิเศกดุสิตเป็นที่ประชุมพฤฒสภา การประชุมพฤฒสภาครั้งแรกที่พระที่นั่งอภิเษกดุสิตมีขึ้นในวันที่ 3 มิถุนายน ที่ประชุมเลือกนายวิลาศ โอสถานนท์ เป็นประธานพฤฒสภา และนายไต๋ ปาณิกบุตร เป็นรองประธานพฤฒสภา

ภายหลัง (มียศเป็นพันตรี) วิลาศ โอสถานนท์ ประธานพฤฒสภา ลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2489 เพราะโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อมา ที่ประชุมได้เลือกให้พลเรือตรี กระแส ประวาหะนาวิน (ภายหลังเป็น พลเรือตรี พระยาศรยุทธเสนี) เป็นประธานพฤฒสภา ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2489 ถึง 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2490

พลเรือตรี พระยาศรยุทธเสนี มีชื่อเดิมว่า “กระแส” ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานนามสกุลว่า “ประวาหะนาวิน” เมื่อครั้งที่แต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวกันในช่วงแรกหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองก็มีชื่อพลเรือตรี พระยาศรยุทธเสนี อยู่ด้วย

หลังจากที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2475 พลเรือตรี พระยาศรยุทธเสนี ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 และยังเคยได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรแทนเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี

เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2490 พลเรือตรี พระยาศรยุทธเสนี ยังก่อตั้งพรรคการเมืองโดยใช้ชื่อว่า “พรรคกสิกร” แต่พรรคการเมืองนี้ยกเลิกไปในช่วงเกิดรัฐประหาร พ.ศ. 2494 เมื่อมีประกาศยกเลิกกลุ่มการเมือง

ย้อนกลับมาถึงเรื่องพฤฒสภากันต่อ รัฐธรรมนูญที่เป็นผลให้ต้องมี 2 สภาอย่างรัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ. 2489 มีห้วงบังคับใช้ไม่นานนัก ภายหลังถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร และมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 จึงเริ่มใช้ชื่อ “วุฒิสภา” ตั้งแต่นั้น ส่วนคำว่า “พฤฒสภา” เป็นอันสิ้นสุดการใช้งานแค่พ.ศ. 2490 นั้นเอง

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 โปรดเกล้าฯ ตั้งสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 100 คน และวันที่ 24 พ.ย. ที่ประชุมวุฒิสภาเลือก เจ้าพระศรีธรรมาธิเบศ เป็นประธานวุฒิสภา พระยาอภิบาลราชไมตรี เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และพลโท พระยาสีหาราชเดโชชัย เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 2

เจ้าพระศรีธรรมาธิเบศ เป็นหนึ่งในสภาร่างรัฐธรรมนูญ และได้รับเลือกเป็นประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คณะได้จัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 ออกประกาศใช้ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2492 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทยที่บัญญัติเกี่ยวกับนโยบายของรัฐไว้ด้วย



อ้างอิง

ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์.  รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (2475-2517). พิมพ์ครั้งที่ 2. รัฐกิจเสรี, 2549

สมาชิกพฤฒสภา. สถาบันพระปกเกล้า. ออนไลน์. เข้าถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2562. <http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=สมาชิกพฤฒสภา>

พระยาศรยุทธเสนี. สถาบันพระปกเกล้า. ออนไลน์. เข้าถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2562. <http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=พระยาศรยุทธเสนี#cite_note-2>

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป