พบ “หม้อไหม้ 3 พันปี” นักโบราณคดีคาด อาจเกิดจากการมีปากเสียงในครอบครัว

หม้อดินที่มีเศษอาหารไหม้ก้นหม้อ ภาพจาก Museum Silkeborg, Denmark

แม่บ้าน (หรือพ่อบ้าน) ยุคปัจจุบันต้องมักทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งหุงข้าว อุ่นอาหาร ซักผ้า รีดผ้า จนบางครั้งอาจหลงลืมไปว่าทำอะไรค้างคาเอาไว้อยู่บ้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาหม้อไหม้ ผ้าไหม้ขึ้นมาบ้าง

พฤติกรรมเช่นนี้อาจจะมีมานานแล้วนับพันปี เมื่อนักโบราณคดีได้พบหลักฐานเป็นหม้อในยุคสัมฤทธิ์ (2500-800 ปีก่อนคริสตกาล) ที่มีซากอาหารไหม้ติดอยู่ จากการขุดค้นในจัตแลนด์ (Jutland) ประเทศเดนมาร์ก

“เราเจอหม้อดินในที่ที่เคยเป็นหลุม ซึ่งกรณีอย่างนี้พบไม่บ่อยนักเพราะว่ามัน [หม้อที่เจอ] อยู่ในสภาพที่ดีมากๆ ซึ่งลำพังแค่นี้ก็น่าตื่นเต้นมากแล้ว” Kaj F. Rasmussen ภัณฑารักษ์ และนักโบราณคดีจากพิพิธภัณฑ์ Silkeborg กล่าว ทั้งนี้จากรายงานของ Science Nordic

แต่สิ่งที่ทำให้นักโบราณคดีจากเดนมาร์กรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นไปอีกก็คือสารสีขาว-เหลืองที่ไหม้และเกาะเป็นชั้นอยู่ในหม้อ

“ปกติแล้ว ซากไหม้สีดำติดอยู่ในหม้อที่คุณพบส่วนใหญ่จะเป็นพวกข้าวโพดหรือธัญพืช แต่คราวนี้กลับเจอคราบไหม้สีขาว-เหลืองที่เราไม่เคยเจอมาก่อน”

นักวิเคราะห์สามารถระบุได้แพียงว่า สารสีขาว-เหลืองดังกล่าวเป็นสารที่ถูกเผาไหม้เป็นฟองและกลายสภาพจนมีลักษณะแวววาวเหมือนแก้ว ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งนำ้ตาล และไขมัน

Rasmussen จึงสันนิษฐานว่า สารต้องสงสัยชนิดนี้น่าจะเป็นคราบไขมันที่เป็นผลมาจากการทำชีสแบบนอร์วีเจียน แต่คนทำเกิดทำผิดพลาดก้นหม้อไหม้ขึ้นมา จนคนทำต้องรีบเอาหม้อไปทิ้ง

“มันอดไม่ได้ที่จะคิดว่า คนๆ นี้อาจจะรู้สึกผิดเพราะมันไหม้แบบสุดๆ และกลิ่นมันคงจะแย่มากๆ…มันอาจทำให้เกิดปากเสียงเล็กๆ ในครอบครัว และคุณยังอาจจิตนาการต่อไปได้อีกว่า เขาคงจะรีบมากๆ ในการเอาหม้อนี่ไปทิ้ง!”

อ้างอิง: “Burnt cheese casts light on 3,000 year-old family drama”. Science Nordic. <http://sciencenordic.com/burnt-cheese-casts-light-3000-year-old-family-drama>

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป