พระนางอเล็กซานดร้า กับพระสหายแอนนา วิรูโบวา พบรัสปูติน สู่จุดจบราชวงศ์โรมานอฟ

(ซ้าย) แอนนา วิรูโบวา [ภาพถ่ายช่วง 1940] (ขวา) รัสปูติน [ไม่ปรากฏข้อมูลผู้ถ่าย]

พระนางอเล็กซานดร้า ทรงเป็นราชินีหรือซารีนาของพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 ซาร์องค์สุดท้ายของมหาอาณาจักรรัสเซีย ก่อนจะล่มสลายเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบสังคมนิยมเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 พระนางถูกปลงพระชนม์พร้อมๆ กับพระสวามี พระโอรส พระธิดา และข้าราชบริพารจํานวนหนึ่ง โดยคณะปกครองท้องถิ่นคณะหนึ่งในคฤหาสน์อิปาติเยฟ เมืองเอกาเตรินเบิร์ก เขตไซบีเรีย

สําหรับพระนางอเล็กซานดร้า นอกจากโครงกระดูกส่วนหนึ่งที่ทางการขุดค้นขึ้นภายหลังเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นพระนางแล้ว ยังมีปลายนิ้วชี้นิ้วหนึ่งถูกตัดขาดตรงข้อที่ 2 เป็นนิ้วที่มีเล็บและหนังสมบูรณ์ น่าประหลาดแท้ๆ!

พระนางอเล็กซานดร้าทรงเป็นนักบันทึกและนักเขียนจดหมายตัวยง ทรงเริ่มเขียนจดหมายโต้ตอบกับซาร์นิโคลาสตั้งแต่เป็นคู่รักกัน เขียนถึงทุกครั้งที่แยกจากกันเป็นครั้งคราวกับบันทึกอนุทินสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อถูกรัฐบาลเนรเทศไปอยู่ไซบีเรีย พระนางบันทึกไว้จนวันสุดท้ายก่อนจะถูกปลงพระชนม์ไม่กี่ชั่วโมง (16 กรกฎาคม 1917) จดหมายและอนุทินเหล่านั้นเป็นประโยชน์ในเชิงประวัติศาสตร์ไม่น้อย แม้สิ่งที่ทรงเขียนและบันทึกถึงมีข้อความและคําคล้ายการเขียนส่งโทรเลขก็ตามคือเป็นข้อความสั้นๆ และเป็นตัวย่อ แถมมีเครื่องหมายขีดคั่นสั้นยาวเต็มไปหมด

หลังจากพระนางสิ้นพระชนมชีพแล้ว มีผู้พบจดหมายและบันทึกทั้งหมดเหล่านั้น จัดเรียงเรียบร้อยอัดแน่นอยู่ในกระเป๋าหนังสีดํานับได้ 630 ฉบับ แบ่งเป็น 230 ฉบับ เขียนขึ้นในห้วงสงครามรัสเซีย-เยอรมนี ปี 1914 เมื่อซาร์เสด็จไปทัพหน้า อีก 400 ฉบับ เขียนขึ้นในห้วงปี 1914-1916 สําหรับถ้อยคําสํานวนในจดหมายของพระนางถึงพระเจ้าซาร์ มีสีสันโรแมนติคผิดปกติ โรเบิร์ต แมสซี (Robert K. Massie) เจ้าของหนังสือ Nicholas and Alexandra ตั้งข้อสังเกตว่าพระนางน่าจะมีจิตใจปั่นป่วนผิดปกติอยู่ไม่ใช่น้อย

พระนางอเล็กซานดร้ามีศักดิ์เป็นพระเจ้าหลานของพระนางวิคตอเรียแห่งอังกฤษ พระมารดาคือเจ้าหญิงมารี (ราชธิดาองค์ที่ 3 ของพระนางวิคตอเรีย) ทรงสมรสกับแกรนด์ ดยุค หลุยส์แห่งแคว้นดาร์มสตัดท์ เยอรมนี เรียกเธอสั้นๆ ว่าอลิกซ์ (อลิซ ในภาษาอังกฤษ) สายเลือดครึ่งอังกฤษ ครึ่งเยอรมัน แต่ชาวรัสเซียเรียกเธอว่า “หญิงเยอรมัน” โดยมีสําเนียงส่อไปในเชิงลบด้วย

เจ้าหญิงอลิกซ์ทรงพระสิริโฉมน่ารัก มีลักยิ้มข้างหนึ่ง แต่มีเส้นพระเกศาออกไปทางสีแดง-ทอง ซึ่งชาวรัสเซียมีความเชื่อว่าไม่สู้เป็นมงคล ซาร์นิโคลาสถูกต่อต้านอยู่บ้างครั้งแรกที่ทรงติดพันเธอ แต่ทางราชสํานักรัสเซียมิได้ทัดทานอะไรมากนัก พิธีอภิเษกสมรสจึงถูกจัดขึ้นในที่สุดด้วยความเห็นชอบของทั้ง 2 ฝ่าย และพระนางวิกตอเรียในฐานะสมเด็จยาย

เมื่อทรงเป็นราชินีรัสเซีย พระนางอเล็กซานดร้าทรงต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสเตียนออร์โธดอกซ์ เปลี่ยนพระนามเป็นรัสเซียว่าแกรนด์ ดัชเชสส์ อะเล็กซานโดร เฟโดรอฟนา

ในสายตาชาวรัสเซีย (น่าจะเป็นในหมู่พระราชวงศ์และขุนนาง) ค่อนข้างมองอเล็กซานดร้าทางลบ เช่น แต่งตัวเชย งุ่มง่าม เต้นรําลีลา แข็ง สําเนียงฝรั่งเศสแปร่ง (ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่ใช้ในราชสํานัก) เป็นคนขี้อาย ขี้ตื่น พระพักตร์บึ้งและหยิ่ง ประสานกับความเป็น “เมียเยอรมัน” อเล็กซานดร้าจึงตกที่นั่งลําบากมากและลําบากมากขึ้นไปอีก เมื่อภาษารัสเซียของเธอเป็นแบบงูๆ ปลาๆ ด้วย เธอจึงค่อนข้างโดดเดี่ยว มีพระสหายสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้น คือแอนนา วิรูโบวา ซึ่งแม้จะเป็นลูกสาวขุนนางแต่ก็ไม่ได้เฉลียวฉลาดแยบยลอะไรนัก

บางทีจะเป็นเพราะแอนนานี่ก็ได้ ทําให้พระนางอเล็กซานดร้าได้พบรัสปูติน เรื่องมีอยู่ว่าแอนนาประสบอุบัติเหตุรถไฟตกราง และเธออยู่ในสภาพค่อนข้างแย่มาก ขณะที่พระนางและพระเจ้าซาร์เสด็จมาเยี่ยมแอนนา ถึงเตียงคนไข้ รัสปูตินก็เข้ามาเยี่ยมแอนนาด้วยเช่นกัน (ด้วยรู้จักกันมาก่อน) รัสปูตินใช้วิชาสะกดจิตแอนนาก็สามารถพูดและลุกขึ้นได้โดยพลันเป็นที่อัศจรรย์ เสร็จแล้วรัสปูตินก็ผลุนผลันเดินออกไป เพียงพ้นประตูรัสปูตินก็เกิดอาการเหงื่อท่วมตัวเป็นลมเป็นแล้งลงประหนึ่งว่าได้ใช้พลังทั้งหมดช่วยแอนนาจนดีเหมือนเดิม

ข้อสังเกตก็คือรัสปูตินเล่นละคร แต่ก็คุ้มค่า เพราะได้รับเชิญไปเป็นผู้รักษามกุฎราชกุมารอเล็กซิส ซึ่งกําลังป่วยเป็นเฮโมฟิเลีย (โลหิตไหลไม่หยุด) อยู่ในขณะนั้น และการรักษาโดยสะกดจิตของรัสปูตินได้ผลดีด้วย ทําให้ได้รับการโปรดปรานอย่างเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ดี รัสปูตินเป็นคนชั่วร้าย เขาอาศัยอํานาจของพระนางขจัดกวาดล้างบุคคลที่เกลียดชังและรู้ทันเขา เช่น พระเจ้าอาแกรนด์ ดยุค นิโคลาส ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ เขาใส่ความว่าจะแย่งบัลลังก์มกุฎราชกุมารอเล็กซิส กับใช้อํานาจของพระนางล้มสภาดูมา เพราะมีสมาชิกสภาดูมาบางคนคอยกีดกันเขา

บทบาทร้ายของรัสปูติน เป็นส่วนสําคัญส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ราชวงศ์โรมานอฟล่มสลาย พระนาง พระสวามี โอรสและธิดาถูกปลงพระชนม์ พร้อมข้าราชบริพารผู้จงรักภักดีอีกส่วนหนึ่งอย่างโหดเหี้ยม!

อ่านเพิ่มเติมจับไต๋ “แอนนา” ผู้อ้างเป็นเจ้าฟ้าหญิง “อนาสตาเซีย” หลังราชวงศ์โรมานอฟแห่งรัสเซียล่มสลาย


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป