
| ผู้เขียน | ธนกร การิสุข |
|---|---|
| เผยแพร่ |
ไทย-ไต้หวัน มิตรสัมพันธ์วางรากฐานพัฒนา “โครงการหลวง” ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2510
ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสาธารณรัฐจีน หรือที่ปัจจุบันเรียกกันลำลองว่า “ไต้หวัน” มาอย่างยาวนาน
ความสัมพันธ์ไทย-ไต้หวันมีหลากหลายด้าน โดยเฉพาะด้านความร่วมมือทางสังคม เศรษฐกิจ และการพัฒนา
ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ ความร่วมมือไทย-ไต้หวันในการวางรากฐานและพัฒนาโครงการหลวง ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2510
ในปี 2512 หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริจัดตั้งโครงการหลวงแล้ว ดร.เซน ชางฮวน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐจีนประจำประเทศไทยในขณะนั้นได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ รัชกาลที่ 9 และเกิดความสนใจและต้องการสนับสนุนโครงการหลวงที่เพิ่งก่อตั้ง
หลังจากนั้นหนึ่งปี ดร.เซนได้แจ้งไปยังรัฐบาลจีนไต้หวันเพื่อขอให้ส่งพันธุ์ไม้และผู้เชี่ยวชาญมาปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการหลวง

รัฐบาลจีนไต้หวันเห็นว่าโครงการฟาร์มของคณะกรรมการส่งเสริมอาชีพทหารผ่านศึกไต้หวัน (ฟาร์มฟูซูซาน) กำลังประสบความสำเร็จในการปลูกไม้ผลเขตหนาว จึงได้ส่งนายซุง ซินยุน รองผู้จัดการฟาร์มฟูซูซาน มาสำรวจเบื้องต้น
จากนั้นรัฐบาลจีนไต้หวันก็ได้ส่งพันธุ์ไม้ผลมาให้กับโครงการหลวงหลายชนิด เช่น สาลี่ แอปเปิล ท้อ พลัม บ๊วย ลิ้นจี่ ฯลฯ
ข้อมูลของคณะกรรมการส่งเสริมอาชีพทหารผ่านศึกไต้หวันระบุว่า ช่วงปี 2514-2527 รัฐบาลจีนไต้หวันได้ส่งพันธุ์ไม้ผลมาให้กับโครงการหลวงมากกว่า 55,480 ต้น
นอกจากนี้ ไทยและไต้หวันยังได้ร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการเกษตรระหว่างกัน เจ้าหน้าที่ของโครงการหลวงตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงระดับปฏิบัติการหลายคนได้ไปดูงานที่ไต้หวันหลายครั้ง
หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานโครงการหลวงในขณะนั้นเคยมีรับสั่งชื่นชมรัฐบาลไต้หวันระหว่างการเสด็จเยี่ยมชมกิจการด้านการเกษตรของคณะกรรมการส่งเสริมอาชีพทหารผ่านศึกไต้หวันว่า
“ก่อนที่จะมาเยือน เรามีความฝันว่าจะมีสวนผลไม้เขตหนาวที่งอกงามให้ผลดีตามเขตภูเขาของประเทศไทยในวันหนึ่งข้างหน้า แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็ได้พบว่าความฝันนั้นได้เป็นความจริงอยู่ที่นี่แล้ว และหวังว่าทางเขตภูเขาภาคเหนือของประเทศไทย ก็คงจะประสบผลสำเร็จดังเช่นที่นี่ในวันหนึ่งข้างหน้า”

เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญจากไต้หวันที่เดินทางมาดูงานในประเทศไทย โดยเฉพาะการปลูกไม้ผลเมืองร้อนและกล้วยไม้
ในปี 2518 หลังจากที่ประเทศไทยยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐจีนแล้ว ทั้งไทยและไต้หวันก็ยังคงร่วมมือเพื่อการพัฒนาโครงการหลวงเรื่อยมา ข้อมูลจากหนังสือ “12 ปีแห่งการบุกเบิกพัฒนาพื้นที่สูงภาคเหนือของประเทศไทย” กล่าวถึงเหตุผลของการรักษาความสัมพันธ์และการร่วมมือระหว่างไทยและไต้หวันนี้ว่า
“เพราะทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันนั้นเป็นความทรงจำฉันท์มิตรอย่างแท้จริงไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น”
อ่านเพิ่มเติม :
- บันทึกทูตไทย พ.ศ. 2492 รัฐบาลก๊กมินตั๋งแพ้พรรคคอมมิวนิสต์ เพราะอะไร
- ทำไมก๊กมินตั๋งล้มไม่เป็นท่า ในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจีนปี 1948
- “ทูตไทย” คนสุดท้ายที่สาธารณรัฐจีน ทำไมเป็นข้าราชการอายุ 64 ปี
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
มูลนิธิโครงการหลวง. “ความเป็นมา.” สืบค้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569. https://royalproject.org/page/history/
สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย. “ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักงานฯ กับไทย.” สืบค้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569. https://www.roc-taiwan.org/th_th/post/59.html
Vocational Assistance Commission for Retired Servicemen. 12 ปีแห่งการบุกเบิกพัฒนาพื้นที่สูงภาคเหนือของประเทศไทย. Taipei: Veterans Printing Works, n.d..
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 กรกฎาคม 2569




