8 ชุมชนเก่าแก่ที่สุดของกรุงเทพฯ อายุกว่า 500 ปี ในโคลงนิราศยุคต้นอยุธยา

บ้านเรือนแพริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบเรื่อง ชุมชนเก่าแก่ที่สุดของกรุงเทพฯ
บ้านเรือนแพริมแม่น้ำเจ้าพระยา

กรุงเทพฯ มีอายุ 243 ปี นับจากแรกสถาปนาเมื่อ พ.ศ. 2325 ถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2568 แต่ชุมชนเก่าแก่ที่สุดของกรุงเทพฯ มีอายุมากกว่า 500 ปี และเป็นไปได้ว่าอาจเก่าแก่กว่านั้นจนเกือบพันปีก็ได้

ชุมชนเก่าแก่ที่สุดของกรุงเทพฯ เท่าที่รู้ชื่อมีอยู่ 8 แห่ง คือ บางเขน บางกรูด บางพลู ฉมังราย บางระมาด บางฉนัง บางจาก บางนางนอง โดย 4 แห่งตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 3 แห่งอยู่ในคลองบางกอกน้อย-บางกอกใหญ่ และอีกแห่งอยู่ในคลองด่านไปทางบางขุนเทียน

ก่อนจะไปทำความรู้จักชุมชนเหล่านี้ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าบริเวณที่เป็นกรุงเทพมหานครที่ประกอบด้วยฝั่งกรุงเทพฯ และฝั่งกรุงธนบุรีนั้น จริง ๆ แล้วพัฒนามาจากย่านหนึ่งบริเวณดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งชาวไทยและชาวต่างชาติในอดีตรู้จักกันในชื่อ “บางกอก”

แต่เดิมบางกอกเป็นบริเวณที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลคดเป็นรูป โค้งเกือกม้า (Ox bow Lake) คือไหลลงมาจากทิศเหนือ แล้ววกไปทางตะวันตก (คลองบางกอกน้อย) พอถึงบางระมาดแล้ววกลงใต้ (คลองบางระมาด) ถึงวัดนวลนรดิศก็วกกลับมาทางตะวันออก (คลองบางกอกใหญ่) กระทั่งถึงวัดอรุณราชวรารามถึงวกลงใต้ไหลไปออกทะเลอ่าวไทย

แผนที่ ย่านเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา สายเก่า
แผนที่แสดงย่านเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา (เก่า) ผ่านบริเวณบางกอกก่อนขุดคลองลัด

พอถึง พ.ศ. 2065 สมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา โปรดฯ ให้ขุด คลองลัดบางกอก ตรงคอคอดที่แคบที่สุด ซึ่งปัจจุบันคือปากคลองบางกอกน้อยและปากคลองบางกอกใหญ่ เมื่อขุดเสร็จ กระแสน้ำบริเวณนี้ไหลแรงขึ้นเพราะมีทางน้ำใหม่ให้พุ่งตรงได้ คลองลัดจึงขยายใหญ่กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายใหม่ (สายปัจจุบัน) คือตั้งแต่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือสถานีรถไฟบางกอกน้อย ลงมาจนถึงวัดอรุณราชวราราม

ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่า ทางน้ำก็แคบลงจนกลายเป็นคลองบางกอกน้อย-บางกอกใหญ่

การที่แม่น้ำเจ้าพระยาเดิมไหลคดโค้งเป็นรูปเกือกม้า ทำให้สองฟากแม่น้ำกลายเป็นที่ดอนจากตะกอนซึ่งทับถมทุกปีในฤดูน้ำหลาก เกิดเป็นชุมชนเล็ก ๆ แล้วขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นย่าน “บางกอก” ที่ปัจจุบันอยู่สองฝั่งคอลงบางกอกน้อย-บางกอกใหญ่ และมีหลักฐานชัดว่าเป็น ชุมชนเก่าแก่ที่สุดของกรุงเทพฯ

เอกสารเกี่ยวกับแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่า และชุมชนดั้งเดิมของกรุงเทพฯ มีอยู่ในหนังสือ โคลงกำสรวลสมุทร วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น คือราว ๆ สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก่อนแผ่นดินสมเด็จพระไชยราชาธิราช หรือก่อนการขุดคลองลัด

โคลงกำสรวลสมุทรเป็นต้นแบบวรรณกรรม “โคลงนิราศ” ที่ครวญถึงคนรัก บรรยายการเดินทางตามลำน้ำเจ้าพระยา (สายเก่า) และพรรณนาถึงตำบลต่าง ๆ สองฟากแม่น้ำ คือตั้งแต่คลองบางกอกน้อยไปถึงคลองบางกอกใหญ่ เป็นหลักฐานชื่อบ้านนามเมืองกับสถานที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ในสมัยอยุธยา ซึ่งไม่ (น่า) มีเอกสารไหนให้ข้อมูลเก่ากว่านี้อีกแล้ว บ้านเมืองเหล่านั้น มีดังนี้

บางเขน

ไม่ใช่เขตบางเขนของกรุงเทพฯ ปัจจุบัน แต่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งซ้ายเหนือสะพานพระราม 6 ใต้วัดเขมาภิรตาราม (นนทบุรี) มีคลองแยกไปทางตะวันออก เรียก คลองบางเขน ภูมิประเทศแต่เดิมคงเป็นทุ่งโล่ง ดังกวีพรรณนาถึงว่า

๏ มาทุ่งทุเรศพี้   บางเขน

เขนข่าวอกนมเฉลา   ที่ตั้ง

ปืนกามกระเวนหัว   ใจพี่ พระเอย

ฤๅบ่ให้แก้วกั้ง   พี่คงคืนคง ฯ

บางกรูด

ทราบเพียงอยู่ใต้บางเขนลงมา แต่หาร่องรอยไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน สันนิษฐานว่าเคยมีป่ามะกรูดอยู่ เพราะกวีพรรณนาว่า

๏ เยียมาสมดอกแห้ง   ฤทัย ชื่นแฮ

เครงย่อมถงวลถงมอก   ค่ำเช้า

เยียมาเยียไกลกลาย   บางกรูด

ถนัดกรูดเจ้าสระเกล้า   กลิ่นขจร ฯ

บางพลู

อยู่ฝั่งขวาแม่น้ำ ใต้บางกรูด ถัดลงมาทางใต้สะพานพระราม 6 และใต้บางพลัด มีวัดบางพลูเป็นร่องรอย คงเคยเป็นถิ่นปลูกพลูไว้กินกับหมาก กวีพรรณนาถึงไว้ ดังนี้

๏ เยียมาพิเศษพี้   บางพลู

ถนัดเหมือนพลูนางเสวย   พี่ดิ้น

เรียมรักษเมื่อไขดู   กระเหนียก นางนา

รสรำเพยต้องมลิ้น   ลั่นใจลานใจ ฯ

แม่น้ำเจ้าพระยา
เปรียบเทียบแม่น้ำเจ้าพระยาก่อน พ.ศ. 2085 และหลัง พ.ศ. 2065 (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2546)

ฉมังราย

อยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำ ทางใต้สะพานซังฮี้ลงมา เรียกกันในภายหลังว่า สมอราย มีวัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) ตั้งอยู่ คำว่า ฉมังราย อาจเป็นคำภาษามอญ-เขมร กวีพรรณนาถึงว่าย่านนี้เป็นหลักแหล่งชาวประมง ดังว่า

๏ เรือมาเจียรเจียดใกล้   ฉมังราย

ฉมังนอกฉมังในใน   อกช้ำ

ชาวขุนสรมุทรหลาย   เหลือย่าน

อวนหย่อนหยั่งน้ำถ้า   ถูกปลา ฯ

บางระมาด

ปัจจุบันอยู่ในคลองบางกอกน้อย หรือแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเก่า) ที่คดเป็นโค้งเกือกม้าในอดีต ระมาด ในที่นี้เป็นคำเขมร แปลว่า แรด อาจจะเคยมีแรดอาศัยอยู่แต่โบราณ ต่อมากลายเป็นย่านเรือกสวนผักผลไม้ต่าง ๆ รวมถึงตลาดค้าขายสินค้า กวีจึงพรรณนาถึงว่า

๏ กล้วยอ้อยเหลืออ่านอ้าง   ผักนาง

จรหลาดเล็กคนหนา   ฝั่งเฝ้า

เยียมาลุดลบาง   ระมาด

ถนัดระมาดเต้นเต้า  ไต่เฉนียน ฯ

คลองบางระมาด
คลองบางระมาดถ่ายจากสะพานข้ามคลองข้างวัดอังกุลา (ร้าง)

บางฉนัง

ปัจจุบันเรียก บางเชือกหนัง อยู่ในคลองบางกอกน้อย และยังมีคลองบางเชือกหนังอยู่ฝั่งขวา ใต้คลองบางระมาด ฉนัง เป็นคำเขมร แปลว่า หม้อ ชุมชนนี้จึงอาจเป็นชุมชนช่างปั้นหม้อ แต่ก็มีสวนผลไม้ ดังกวีพรรรณาถึงชาวบ้านยังทำขนมและเอาผลหมากรากไม้มาขายด้วย ดังนี้

๏ มุ่งเห็นเดียรดาษสร้อย   แสนสวน

แมนม่วงขนุนไรเรียง   รุ่นสร้อย

กทึงทองลำดวนโร   รสอ่อน พี่แม่

ปรางประเหลแก้มช้อย   ซาบฟัน ฯ

๏ เยียมาแล้วไส้หย่อน   บางฉนัง

ฉนังบ่มาทันสาย   แสบท้อง

ขนมทิพ์พงารัง   รจเรข มาแม่

ยินข่าวไขหม้อน้อง   อิ่มเอง ฯ

๏ ด้าวหั้นอนกซื้อ   ขนมขาย

อรอ่อนเลวงคิด   ค่าพร้าว

หมากสุกชระลายปลง   ปลิดใหม่

มือแม่ค้าล้าวล้าว   แล่นชิงโซรมชิง ฯ

บางจาก

อยู่ฝั่งขวาแม่น้ำ ใต้บางเชือกหนัง ปรากฏในโคลงว่า

๏ มลักเห็นน้ำหน้าไน่   นัยย์ตา พี่แม่

เรียมตากตนติงกาย   น่าน้อง

ลันลุงพี่แลมา   บางจาก

เจียรจากตีอกร้อง   เรียกนางหานาง ฯ

บางนางนอง

ในโคลงเขียนคร่ำครวญว่า “นองชลเนตร” เป็นตอนกวีล่องเรือมาถึงคลองบางกอกใหญ่ เลี้ยวเข้าคลองด่าน (บริเวณวัดปากน้ำภาษีเจริญ) มุ่งไปทางบางขุนเทียน ผ่านตำบลบางนางนอน ซึ่งปัจจุบันมีวัดนางนอน ตั้งอยู่ริมคลอง ตามที่โคลงเล่าว่า

๏ เสียดายหน้าช้อยชื่น   บัวทอง กูนา

ศรีเกษเกษรสาว   ดอกไม้

มาดลบันลุนอง  ชลเนตร

ชลเนตรชู้ช้อยไห้   ร่วงแรงโรยแรง ฯ

บรรยากาศสองฝั่งคลองด่านย่านบางนางนองจึงเป็นสวนมาตั้งแต่สมัยนั้น เพราะเมื่อ 60-70 ปีก่อนบริเวณนี้ยังคงมีสวนหมากทั้งสองฝั่งคลอง

เหล่านี้จึงเป็นชุมชนยุคแรก ๆ ของกรุงเทพฯ เรือสำเภาจากต่างประเทศที่เข้ามาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาก็มาจอดแวะพักแรมย่านนี้ก่อนจะเข้าไปถึงพระนคร ยิ่งส่งเสริมให้ผู้คนมาตั้งหลักแหล่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเติบโตเป็นเมืองบางกอก เมืองธนบุรี และกรุงเทพฯ ในเวลาต่อมา

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

บางเชือกหนัง-บางระมาด ชุมชนเก่าแก่ที่สุดของกรุงเทพฯ มีอายุมากกว่า 500 ปี อยู่ในคลองบางกอกน้อย-บางกอกใหญ่. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม พ.ศ. 2546.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 ตุลาคม 2568