ทุบทุกสถิติ! สมัยรัชกาลที่ 3 “จับพระสึก” กว่า 500 รูป 

พระสงฆ์ คณะสงฆ์ สังฆเภท คณะสงฆ์ลังกา ป่าแดง vs ป่ามะม่วง-สวนดอก จับพระสึก
ภาพพระสงฆ์ในจิตรกรรมฝาผนังภายในหอพระไตรปิฎก วัดบวรนิเวศวิหาร

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งที่ทรงใส่พระราชหฤทัย และมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง หากมุมหนึ่งในรัชสมัยของพระองค์ก็มีการ “จับพระสึก” จำนวนกว่า 500 รูป

พระราชศรัทธาในพระศาสนา

เมื่อใกล้เสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 3 ทรงเป็นห่วงพระราชกิจเกี่ยวกับ “พระศาสนา” ดังปรากฏในพระราชปรารภตอนหนึ่งว่า

“ด้วยเงินในท้องพระคลังทั้งข้างหน้าข้างในมีอยู่สัก 40,000 ชั่งเศษ ขอไว้ให้ข้า 10,000 ชั่ง จะใช้ในการพระราชกุศลซึ่งยังค้างอยู่นั้น…ทองคำก็มีอยู่กว่า 200 ชั่ง ขอแบ่งไว้ให้ข้าเป็นส่วนพระราชกุศลสำหรับปิดวัดวาอารามที่ยังค้างอยู่นั้นให้สำเร็จก่อน…”

ด้วยตลอดรัชกาล ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพระศาสนาด้านต่างๆ ด้วยทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช่น

วัดเฉลิมพระเกียรติฯ นนทบุรี
ภาพวาดแสดงอาณาบริเวณวัดเฉลิมพระเกียรติฯ (ภาพจาก “สมเด็จพระมหาเจษฎาธิบดินทร์”)

“การสร้างและปฏิสังขรณ์วัด” วัดที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเช่น วัดเฉลิมพระเกียรติ ที่นนทบุรี, วัดเทพธิดาราม, วัดราชนัดดา ฯลฯ และทรงปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดอรุณราชวราราม ฯลฯ

การ “สังคายนาพระไตรปิฎก” ต่อจากรัชกาลที่ 1 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระไตรปิฎกใหม่ เช่น ฉบับอักษรรามัญ, ฉบับลายกำมะลอ สำหรับวัดราชโอรส ฯลฯ ทั้งยังทรงสนับสนุนให้มี “การเรียนการสอนพระปริยัติธรรม” มากขึ้น ทรงให้ขยายการศึกษาพระปริยัติธรรมออกเป็น 4 ขั้น (ขั้นเปรียญจัตวา, เปรียญตรี, เปรียญโท และเปรียญเอก)

“การปรับปรุงการปกครองคณะสงฆ์” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดแบ่งคณะสงฆ์เป็น 4 คณะใหญ่ คือ คณะเหนือ, คณะใต้, คณะกลาง และคณะอรัญวาสี ทั้งยังมีการตั้งและการเลื่อนสมณศักดิ์ โดยพิจารณาจากความรู้ในพระปริยัติธรรม, ความสามารถในการบริหารคณะสงฆ์ ฯลฯ

หากเมื่อมี “พระสงฆ์” กระทำผิดพระวินัย พระองค์ก็ทรงไม่ละเลยเช่นกัน

จับพระสึก
จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร

จับพระสึก

พ.ศ. 2385 พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 บันทึกว่า

“เดือน 1 เดือน 2 เดือน 3 เกิดชำระความพระสงฆ์ ที่ประพฤติอนาจารมิควร ได้ชำระสึกเสียก็มาก ประมาณ 500 เศษ ที่หนีไปก็มาก พระราชาคณะเป็นปาราชิกก็หลายรูป” 

ปฏิบัติการจับพระสึกจำนวนกว่า 500 รูปดังกล่าว นอกจากพระสงฆ์ทั่วไป ส่วนหนึ่งยังเป็น “พระราชาคณะ” สำหรับมีความผิดมีตั้งแต่ประพฤติอนาจาร (ความประพฤติไม่ดีไม่งาม ไม่เหมาะสมแก่บรรพชิต) และปาราชิก (อาบัติหนักของพระสงฆ์ ได้แก่ เสพเถุน, ลักทรัพย์, ฆ่ามนุษย์ และอวดอุตตริมนุสสธรรม)

แต่ด้วยเป็นเรื่องมัวหมองที่สั่นคลอนพระศาสนาและศรัทธาของศาสนิกชน พระราชพงศาวดารจึงบันทึกไว้สั้นๆ เพียงเท่านี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

วราภรณ์ จิวชัยศักดิ์. “พระบาทสมเด็จพระเจ้านั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการฟื้นฟูสถาบันสงฆ์” ใน, วารสารไทยศึกษา. ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 กุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2556.

เจ้าพระยาทิพากรวงศ์. พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2, องค์การค้าคุรุสภา พ.ศ. 2504.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์, พิมพ์ครั้งที่ 35 กุมาพันธ์ 2564.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 กรกฎาคม 2568