“บัวคลี่” เหยื่อของการชิงดีชิงเด่นระหว่าง “พ่อ” กับ “ผัว”

ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพขุนแผนฆ่านางบัวคลี่ จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่ระเบียงคดรอบวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี เขียนโดย เมืองสิงห์ จันทร์ฉาย เมื่อ พ.ศ.2548

คนไทยที่เรียนหนังสือในเมืองไทยคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก “ขุนแผน” พระเอกเจ้าเสน่ห์ ไอดอลชายไทยในอดีต ที่เรียกได้ว่าตรงกับอุดมคติชายไทยขนานแท้ มีชีวิตโลดโผน รูปงาม ฝีมือรบชั้นยอด แถมยังมีเมียอีกหลายคน (คงเป็นความใฝ่ฝันของชายอีกหลายคนในยุคปัจจุบัน)

“พระพันวษา” ภาพเขียนจากภาพยาซิกาแร็ตชุดขุนช้างขุนแผนที่พิมพ์เป็นแผ่นเล็กๆ บรรจุอยู่ในซองบุหรี่ยี่ห้อ EAGLE ออกจำหน่ายเมื่อปี พ.ศ. 2468

จะว่าไปเรื่องของขุนช้าง-ขุนแผนนั้นก็ยังมีการถกเถียงเหมือนกันว่ามีที่มาที่ไปยังไง อย่างสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเชื่อว่าเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นเรื่องจริง สมัยต้นกรุงศรีอยุธยา ขณะที่สุจิตต์ วงษ์เทศ ให้ความเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องจริงแต่เป็นเรื่องแต่งเพื่อยกย่องสมเด็จพระพันวษา ส่วนคริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร เชื่อว่า มีเค้าโครงของเรื่องจริงปรากฏอยู่ในส่วนที่เป็นเหตุการณ์ฆ่านางวันทอง

แต่ไม่ว่า เรื่องราวของขุนช้างขุนแผนจะเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องแต่งมากน้อยเพียงใด มันก็เป็นเครื่องสะท้อนสภาพสังคมที่เสภาเรื่องนี้ค่อยๆ ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ยุคอยุธยามาจนถึงกรุงเทพฯ และน่าจะหนักไปทางกรุงเทพฯ มากกว่า หากอิงตามความเห็นของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่กล่าวว่า “เรื่องนี้ถูกใช้สำหรับขับเสภามาแต่ปลายอยุธยา แต่เรารู้โครงเรื่องและตัวอย่างเสภาจากอยุธยาน้อยมาก ขุนช้างขุนแผนฉบับที่เรารู้จักทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นฉบับที่ถูกชำระแล้วหรือยังไม่ถูกชำระ ล้วนเป็นงานสมัยรัตนโกสินทร์ทั้งสิ้น”

และตอนหนึ่งที่คงจะสะเทือนใจผู้อ่านหลายๆ คน คือตอนที่ ขุนแผนฆ่านางบัวคลี่ ก่อนควักลูกในไส้ออกมาทำกุมารทอง ซึ่งคนสมัยนี้ได้ฟังคงเห็นว่า ขุนแผนพระเอกในอุดมคติทำไมถึงอำมหิตได้ถึงขนาดนั้น และเชื่อว่า ผู้ฟังสมัยก่อนหากเป็นชาวพุทธ (ที่เคร่งครัด) ก็คงรู้สึกได้ไม่ต่างกัน (แต่หากเคร่งครัดเฉพาะเรื่องพิธีกรรม และชอบหาเหตุให้ละเว้นศีลได้เสมอ ก็คงไม่รู้สึกรู้สาอะไร)

แต่ก่อนจะไปถึงข้อสรุปนั้น เราน่าจะต้องไปดูถึงที่มาที่ไปของการสังหารบัวคลี่ของขุนแผนกันเสียหน่อย

นางบัวคลี่ปรากฏตัวขึ้นมาในช่วงที่ขุนแผนกำลังออกแสวงหากุมารทอง เมื่อขุนแผนได้เห็นนางบัวคลี่เข้าก็ถูกใจ และเห็นลักษณะตรงตามตำรา หากมีลูกคนหัวปีจะเป็นเด็กผู้ชาย พูดง่ายๆ ว่าขุนแผนเห็นแล้วว่าตัวเองจะหากุมารทองได้จากไหนทันทีที่ได้เห็นนางบัวคลี่

จากนั้นขุนแผนจึงทำทีไปตีสนิทกับหมื่นหาญพ่อของนางบัวคลี่ ขอฝากตัวรับใช้เพื่อหาโอกาสเข้าใกล้นางบัวคลี่ เบื้องต้นหมื่นหาญก็ประทับใจในความสามารถของขุนแผนจนยอมยกลูกสาวให้ แต่อยู่ๆ ไป ขุนแผนก็ทำทีกระด้างกระเดื่องขึ้นมา พยายามท้าทายอำนาจของหมื่นหาญ ดูหมิ่นว่าทหารของหมื่นหาญไม่มีน้ำยา หมื่นหาญส่งคนไปทำร้ายขุนแผนก็ทำอะไรขุนแผนไม่ได้สุดท้ายจึงตัดสินใจวางแผน “ฆ่า” ขุนแผน โดยใช้ให้ลูกสาวของตัว คือนางบัวคลี่ ไปวางยาสังหาร “ผัว” ตัวเอง ซึ่งนางก็ไม่ขัดขืน ห้ามปราม เพราะเห็นว่า “เป็นเวรตนคนจะตายให้หน่ายผัว เชื่อคำพ่อตัวทุกสิ่งสรรพ์”

ฝ่ายขุนแผนได้โหงพรายกระซิบแผนร้ายให้ฟัง ก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น ก่อนจะกินข้าวก็โยนให้กากินก่อน กากินเข้าไปตายโหง จึงเชื่อแน่ว่า นางบัวคลี่วางแผนจะฆ่าตัว จึงเคียดแค้นวางแผนจะฆ่านางบัวคลี่ แต่ก่อนหน้านั้นก็เอ่ยปากขอให้นางบัวคลี่ยกลูกในท้องให้เป็น “กรรมสิทธิ์” ของตัว ซึ่งเมื่อได้ฤกษ์ก็ถือมีดเข้าไปฆ่านางบัวคลี่ขณะที่นางยังหลับ แม้จะมีความลังเลเล็กน้อยแต่ก็เดินหน้าตามแผน และได้ฆ่าลูกตัวเองมาทำกุมารทองสมใจอยาก ดังกลอนว่า

หยิบเอามีดคร่ำด้ามกัลปังห

ตรงมาถึงตัวเจ้าบัวคลี่

แหวกม่านตลบมุ้งขึ้นทันที

อัจกลับริบหรี่เห็นรำไร

ยืนขึ้นบนเตียงเข้าเคียงข้าง

พินิจนางนิ่งนอนถอนใจใหญ่

กูไม่รู้เลยว่าร่างมันร้างใจ

จะฆ่าผัวเสียได้ช่างไม่คิด

แล้วชักมีดตั้งท่าง่าขยับ

ใจกลับมืดอ่อนสะท้อนจิต

แล้วกลับนึกขึ้นถึงนางวางยาพิษ

เอาชีวิตเสียเถิดอย่าไว้มัน

เอามีดคร่ำตำอกเข้าต้ำอัก

เลือดทะลักหลวมทะลุตลอดสัน

นางกระเดือกเสือกดิ้นสิ้นชีวัน

เลือดก็ดั้นดาดแดงดังแทงควาย

แล้วผ่าแผ่แล่แล่งตลอดอก

แหวะหวะฉะรกให้ขาดสาย

พินิจแน่แลเห็นว่าเป็นชาย

ก็สมหมายดีใจไม่รั้งรอ

อุ้มเอาทารกยกจากท้อง

กุมารทองมาเถิดไปกับพ่อ

หยิบเอาย่ามใหญ่ใส่สวมคอ

เอาผ้าห่อลูกชายสะพายไป”

จะเห็นได้ว่านางบัวคลี่เองคงอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เมื่อถูกพ่อขอให้ร่วมมือฆ่าผัวก็ไม่กล้าปฏิเสธ และเห็นว่าเป็น “เวร” เป็นกรรมจึงยอมทำตามที่พ่อบอก “ทุกสิ่งสรรพ์”

ด้านขุนแผนเองเมื่อรู้ว่า เมียจะฆ่าตัวก็ไม่ถามไถ่ว่าเหตุใด แถมยังใช้เป็นเหตุอ้างเพื่อฆ่านางเอาลูกเพื่อมาทำเป็นกุมารทอง “สมใจหมาย” ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลสำคัญเหนือสิ่งอื่นก็ได้ เพราะหากขุนแผนต้องการแก้แค้นจริง หมื่นหาญน่าจะเป็นเป้าหมายมากกว่าตัวนางบัวคลี่เสียอีก แต่กลายเป็นนางบัวคลี่กับลูกเท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อ เมื่อได้ลูกไปทำกุมารทองแล้ว ขุนแผนก็หนีไป ครั้งได้มีโอกาสเผชิญหน้ากับหมื่นหาญและเอาชนะหมื่นหาญได้ ขุนแผนก็หาได้เอาชีวิตของหมื่นหาญไม่

ด้วยเหตุนี้ นิพัทธ์ แย้มเดช ผู้เขียนบทความ “ขุนแผนฆ่านางบัวคลี่ ความผิดของใคร : นางบัวคลี่ใจทมิฬ หรือขุนแผนใจชั่ว?” จึงได้ให้ความเห็นไว้ว่า

นางบัวคลี่อ่อนต่อโลกเกินไป ไร้เดียงสาต่อระบบการแสวงหาอำนาจของชาย นางไม่รู้เท่าทันอำนาจการช่วงชิงความเป็นลูกผู้ชายระหว่างพ่อกับผัว นางอยู่แต่ในกรอบจารีตที่แช่แข็งความคิดและการกระทำ ในแง่ความอ่อนโอนผ่อนตามอำนาจของผู้ชายผู้เป็นทั้งพ่อและผัว นางบัวคลี่จึงไม่ต่างอะไรกับวัวป่าที่ถูกเชือดฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และผู้ที่ฆ่าวัวป่าก็คือหมื่นหาญผู้เป็นพ่อของนางเอง และขุนแผนผู้เป็นผัวที่นางต้องปรนนิบัติดูแล”


อ้างอิง: “ขุนแผนฆ่านางบัวคลี่ ความผิดของใคร : นางบัวคลี่ใจทมิฬ หรือขุนแผนใจชั่ว?”. โดย นิพัทธ์ แย้มเดช. ใน นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2559

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป