อ็องรี มูโอต์ นักสำรวจชาวฝรั่งเศสบันทึกประสบการณ์กิน “ทุเรียน” เมืองจันท์

(ภาพจาก https://www.khaosod.co.th)

แม้ทุเรียนจะได้ชื่อว่า “ราชาแห่งผลไม้” แต่ไม่ใช่ว่า จะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน ปัญหาใหญ่ของทุเรียนคือ “กลิ่น” กลิ่นหอมชวนหลงใหลสำหรับ “ติ่งทุเรียน” กลายเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ของอีกหลายคน บางคนแค่ได้กลิ่นก็แทบจะสิ้นใจ

วิธีง่ายในการทดสอบอานุภาพของ “กลิ่น” ทุเรียน โดยเฉพาะท่านที่รักชอบการกินทุเรียน อาจไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ ลองให้คนอื่นกินทุเรียนในห้องแอร์ โดยที่ท่านไม่ได้กินดูสักครั้งเถิด จะกระจ่างทันที

กลิ่นทุเรียนนี่เอง ที่ทำให้ทุกวันนี้ตลาดส่งออกทุเรียนเป็นประเทศในเอเชีย เพราะชาวตะวันตกยอมแพ้ให้กับ “กลิ่น” ของมัน แต่ก็ใช่ว่า “ฝรั่ง” ทุกคนจะมีปัญหาเรื่องนี้

เพราะขณะที่ลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสที่เข้ามาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โอดครวญว่า “ทุเรียน (Tourien) เป็นผลไม้ที่มีผู้ชอบบริโภคกันมากในชมพูทวีป ข้าพเจ้ารู้สึกว่าทนไม่ไหวเพราะกลิ่นอันเลวร้ายของมัน”

แต่อ็องรี มูโอต์ นักสำรวจ นักธรรมชาติวิทยา และนักโบราณคดี ชาติเดียวกับเขา ที่เดินทางเข้าในเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 บันทึกถึงประสบการณ์ในการกินทุเรียนครั้งแรกๆ ที่เขาเองก็ไม่ปลื้ม แต่สุดท้ายกลับกลาย “ติ่งทุเรียน” ไปอีกคนว่า [จัดย่อหน้าใหม่เพื่อวะดวกในการอ่าน]

“ผลไม้แถบหัวเมืองนี้รสชาติดีและมีมากมาย อาทิ มะม่วง มังคุด สับปะรด ซึ่งมีกลิ่นหอมหวานละลายในปาก ยังมีอีกชนิดหนึ่ง เป็นผลไม้ชั้นดีกว่าชนิดไหนๆ เท่าที่ข้าพเจ้าจะจินตนาการได้ตั้งแต่ก่อนจะได้ชิมรส

เจ้าทุเรียนราชาแห่งผลไม้นั่นเอง

ชื่อเสียงดังว่านี้ฟังดูเหมาะเจาะมาก แต่ถึงอย่างไรถ้าจะให้ปักใจชอบละก็ อาจต้องใช้เวลากันสักหน่อย

ก่อนอื่นต้องเอาชนะความขยะแขยงเมื่อได้กลิ่น โดยเฉพาะถ้าเรายังไม่เคยกิน ตอนแรกๆ กลิ่นทุเรียนทําให้ข้าพเจ้าเตลิดหนีไปเสียไกลที่เดียว

ครั้นได้ลองชิมครั้งแรก พลันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ที่กําลังเน่าเปื่อย ต้องลองพยายามใหม่จนครั้งที่สี่ที่ห้า ถึงรู้สึกว่ากลิ่นนั้นเปลี่ยนไป กลายเป็นหอมหวนชวนชื่นใจเป็นที่สุด

ทุเรียนผลใหญ่สุดมีขนาดประมาณสองในสามของลูกขนุน เปลือกหนามีหนามแหลมคล้ายๆ กัน เป็นเครื่องป้องกัน การถูกกัดเจาะจากกระรอกและสัตว์ฟันแทะอื่นๆ

เมื่อผ่าออก ข้างในจะมีเนื้ออยู่ราว 10 พู แต่ละพูมีเม็ดทุเรียนขนาดใหญ่กว่าผลอินทผลัม หุ้ม ด้วยเนื้อครีมสีขาว บางครั้งก็สีเหลือง รสชาติสุดวิเศษ ธรรมชาติช่างหลอกล่อให้ตายใจอะไรเช่นนี้

เช่นว่าเวลาชิม เราต้องกล้ำกลืนความขยะแขยงไปเสียเท่าไหร่

และยิ่งหากกินบ่อยเกิน หรือถ้าลืมตัวหลงกินเข้าไปมากเกินปริมาณที่พอเหมาะในครั้งเดียว ด้วยผลไม้ชนิดนี้มีฤทธิ์ร้อน อย่างยิ่ง หากกินมากไป

วันรุ่งขึ้นจะมีผื่นแดงขึ้นตามตัว และมีตุ่มขึ้น เหมือนเม็ดสิว ละม้ายคนเป็นโรคหัดยังไงยังงั้น

ผลไม้ชนิดนี้ถ้าเก็บจากต้นก่อนกําหนดจะไม่อร่อย เพราะเมื่อสุกงอมได้ที่แล้ว จะหล่นจากต้นเอง และต้องรีบกินทันทีที่ปอกเปลือก ไม่เช่นนั้นจะเสียเร็ว แต่ถ้าเก็บไว้ทั้งลูก จะอยู่ได้นานเกือบ 3 วัน

ที่เมืองบางกอก ทุเรียนราคาลูกละ 1 สลึง แต่ด้วยราคานี้ ที่เมืองจันทบูรซื้อได้ถึง 9 ลูก” [เน้นโดยผู้เขียน]

แต่ถ้าทุเรียน ไม่มีกลิ่น เวลากินคงไม่ “ฟิน” เสน่ห์ของทุเรียนเองก็คงลดลงไป และติ่งทุเรียนคงเศร้า


ข้อมูลจาก

มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ (เขียน), สันต์ ท.โกมลบุตร (แปล), จดหมายเหตุ ลาลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม, สำนักพิมพ์ศรีปัญญา, พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2557

อ็องรี มูโอต์ (เขียน) กรรณิการ จรรย์แสง (แปล), บันทึกการเดินทางของอ็องรี มูโอต์ ในสยาม กัมพูชา ลาว และอินโดจีนตอนกลางส่วนอื่นๆ, สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2558


เผยแพร่ข้อมูลครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 20 เมษายน 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป