“เหาะเกินลงกา” สำนวนเปรียบเทียบดีจาก “รามเกียรติ์” แต่ว่าใครสั่งให้ใครเหาะ

“เหาะเกินลงกา” เห็นก็รู้ทันที่ว่าต้องมีที่มาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ แต่มีความหายอย่างไร ใครสั่ง ใครเหาะนั้น คงต้องอ่านที่อาจารย์ล้อม เพ็งแก้วท่านอธิบายไว้เขียนดังนี้

สำนวนเหาะเกินลงกานั้นสะท้อนถึงความแพร่หลายวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ในสังคมไทย

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เรื่องรามเกียรติ์นั้นมีอิทธิพลต่อศิลปวัฒนธรรมไทยมากที่สุดยิ่งกว่าวรรณคดีเรื่องใดๆ ชื่อต่างในเรื่องรามเกียรติ์ได้มาเป็นชื่อเมืองหลวง พระนามพระมหากษัตริย์ นามราชทินนามข้าราชการ และปรากฏอยู่ในรูปแบบศิลปะในสาขาประติมากรรม สถาปัตยกรรม มหรสพ เช่น โขน หนัง ละคร ฯลฯ

บางส่วนก็นำมาใช้เป็นสำนวนที่ทำให้เกิดความชัดเจนในการสื่อสารและได้รับความนิยมแพร่หลาย ดังเช่นสำนวน “เหาะเกินลงกา” นี้

สำนวนนี้มีที่มาจากตอนที่พระรามมอบหมายให้หนุมานสืบข่าวและถวายแหวนแก่นางสีดาที่กรุงลงกา เมื่อไปพักไพร่พลที่เขาเหมติรัน ได้พบนกสัมพาที ช่วยแก้ไขให้ขนมีขนดั่งเดิม

นกสัมพาทีจึงให้หนุมานขึ้นขี่หลัง บินขึ้นสู่เวหา และเมื่อใกล้เมืองก็ชี้เขานินทกาลาซึ่งเป็นเขากลางมืองให้เป็นที่หมาย หนุมานจึงเหาะตรงไปเลยไปถึงเขาโสฬสที่ปลายแดน ได้พบและลองเวทวิทยากับพระนารทฤาษีนี่คือที่มาของเหาะเกินลงกา

เมื่อใช้เป็นสำนวนก็หมายถึง “หลงเพราะเชื่อความสามารถของตนเกินไป”

สำหรับพระรามเมื่อหนุมานกลับมาทูลเรื่องราวที่ได้ถวายแหวนและทำอุบายเผากรุงลงกา พะรามก็ตำหนิว่า “ไม่ตามคำการให้เกินกู” จึงมีความหมายว่า “ทำนอกสั่ง” อีกอย่างหนึ่ง

โคลงสุภาษิตปนระจำภาพในพระอุโบสถวัดพระแก้ว อธิบายสำนนวนนี้ไว้ดังนี้

“ เหาะ รเห็จลิ่วล้ำ   ลงกา

เกิน กลับไปกลับมา  ไป่รู้

ลง ถามนักสิทธา      จึ่งทราบ ทางเฮย

กา- รอะไรถามผู้       แน่แท้ทางดีฯ”

ส่วนที่ว่าสำนวนเหาะเกินลงกาจะใช้เทียบกับสถานการณ์ในประเทศนี้ได้อย่างไร ตัวอย่างที่อาจารย์ล้อมท่านยกมานั้น สอดคล้องกับปีที่จัดพิมพ์หนังสือ ท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาตามอัธยาศัย



ข้อมูลจาก

ล้อม เพ็งแก้ว. เสนาะเสน่ห์สำนวนไทย, สำนักพิมพ์มติชน 2548


เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ:1 พฤศจิกายน 2561

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป