“ขนมไทย” สมัยสุโขทัย เกือบ 800 กว่าปีก่อน เป็นอย่างไร คนกินอะไรบ้าง?

ภาพถ่าย คน สุโขทัย จับ ปลา ในช่วง ฤดูปลาขึ้น วิถีชีวิตคนสุโขทัย ประกอบเรื่อง ปลา ที่ชาวอยุธยากิน ขนมไทย สมัยสุโขทัย
ภาพถ่ายเก่าบรรยากาศการจับปลาใน “ฤดูปลาขึ้น” ที่สุโขทัย

ปกติแล้วเมื่อพูดถึง “ขนมไทย” คนจะนึกถึง ขนมไทยสมัยอยุธยา ซึ่งมี “ท้าวทองกีบม้า” เป็นผู้รังสรรให้คนไทยรู้จักขนมแบบใหม่ ๆ ที่ได้อิทธิพลมาจากโปรตุเกสอีกทีหนึ่ง เช่น ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง 

ขณะเดียวกัน ขนมไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก็ได้รับการพูดถึงอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นยุคแห่งอาหารคาวหวานจากฝีมือ “ชาววัง” ที่ทำอย่างประณีต

แต่น้อยนักที่จะพูดถึง “ขนมไทย” สมัยสุโขทัย

ภาพจำลองเหตุการณืที่พ่อขุนรามคำแหงประทับเป็นประธานพิธีสลักศิลาจารึกในกรุงสุโขทัย จัดแสดงอยู่ในห้องประวัติศาสตร์ชาติไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ขนมไทย สมัยสุโขทัย

ถ้าพูดถึงขนมไทยสมัยสุโขทัย มีข้อมูลบอกว่า ขนมสมัยนี้จะเป็นขนมที่ใช้เพื่อพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อเป็นหลัก

อย่าง “ไตรภูมิพระร่วง” อันเป็นวรรณคดีมรดกสมัยนี้ ก็กล่าวถึงขนมชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันคนก็ยังคงกินอยู่ทั่วไป ก็คือ “ขนมต้ม” ซึ่งขนมต้มโบราณของยุคนี้จะทำจากแป้งข้าวเหนียวปั้นก้อนใส่ไส้น้ำตาลอ้อย จากนั้นนำไปต้มให้สุก จะเอาไว้บูชาเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของพราหมณ์

ขนมต้ม

ทั้งนี้ในหนังสือนพมาศหรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ วรรณกรรมที่แต่งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ทว่ามีเนื้อหากล่าวถึงประเพณีสมัยสุโขทัย ก็ได้กล่าวถึงพูดถึงขนมไทยที่ใช้ในพระราชพิธีพรุณศาสตร์ หรือพิธีขอฝน ที่นอกจากจะใช้ข้าวเปลือก ข้าวเหนียว ถั่ว งา และมะพร้าว มาประกอบพิธีแล้ว 

ยังใช้เครื่องกระยาบวช นามว่า “ข้าวมธุปายาส” ซึ่งทำจากข้าว น้ำผึ้ง น้ำอ้อย กะทิ และนมสด ไปกวน และมีข้าวยาคู ที่ใช้วิธีการกวนเช่นกัน มีถั่ว งา ข้าวที่ตั้งท้อง ขัณฑสกร และน้ำตาลกรวด เป็นส่วนผสมหลัก

ข้าวมธุปายาส ภาพจาก ข่าวสด

นอกจากนี้ ยังมีขนมอื่น ๆ ที่ทำจากข้าวเป็นหลัก เช่น ข้าวเม่า แบ่งแยกย่อยได้ว่าข้าวเม่าราง ข้าวเม่าบด, ข้าวตอก เอาเป็นทำเป็นข้าวตอกน้ำกะทิบ้าง ข้าวตอกตั้งบ้าง, ข้าวหลาม, ข้าวต้มมัด เป็นต้น

ข้าวต้มมัด อาหารสำรับพิธีกรรมเขมร
ข้าวต้มมัดของไทย ที่มีลักษณะคล้าย “อ็อนซอม” อาหารเขมร (ภาพ : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)

จากข้อมูลนี้เองจึงทำให้พอทราบได้ว่าขนมสมัยสุโขทัยก็มีอยู่บ้าง ล้วนแต่ทำง่าย หาวัตถุดิบไม่ยาก เช่น แป้ง น้ำตาล มะพร้าว ใช้การต้มและกวนเป็นหลัก ทั้งนี้ยังมีผลไม้สำหรับรับประทานแทนขนมอีกด้วย 

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

https://so02.tci-thaijo.org/index.php/cultural_approach/article/view/254859/173844


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 เมษายน 2569