คลอง “แสนแสบ” ชื่อนี้มาจากไหน หรือจะมาจากยุง ?

ภาพจาก "ห้องสมุดภาพศิลปวัฒนธรรม"

“คลองแสนแสบ” เมื่อคนส่วนใหญ่ได้ยินชื่อนี้ ก็จะนึกถึงนวนิยายชื่อดังของไม้ เมืองเดิม อย่างเรื่อง “แผลเก่า” หรือบทเพลงอมตะของชาลี อินทรวิจิตร ที่ชื่อเพลงว่า “แสนแสบ” คลองแห่งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ฉากในวรรณกรรมหรือเนื้อร้องในบทเพลงเท่านั้น แต่เป็นคลองที่มีอยู่จริง และมีความสำคัญต่อการคมนาคมของชาวบ้าน รวมทั้งชื่อของคลองแห่งนี้ยังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ

ชื่อของคลองแสนแสบสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากความเจ็บแสบของชาวบ้านที่ถูกยุงกัด เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ราบลุ่มอุดมด้วยทุ่งหญ้า มีน้ำขังเจิ่งนองตลอดปี จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างดี มีรายงานของนักสำรวจชาวอังกฤษ ที่ชื่อว่า ดี.โอ.คิง. (D.O.King) ได้กล่าวถึงคลองแสนแสบนี้ว่า

“…คลองนี้มีความยาว 55 ไมล์ เชื่อมนครกรุงเทพฯ กับแม่น้ำบางปะกง ผ่านบริเวณที่ราบชนบท ซึ่งใช้สำหรับการปลูกข้าว โดยเฉพาะคนพื้นเมืองเป็นคนเชื้อสายมาเลย์ เช่นเดียวกับชาวสยามอื่นๆ พื้นบ้านของคนเหล่านี้ทำด้วยไม้ไผ่ยกขึ้นสูงจากพื้นประมาณ 4 ฟุต เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นผ้ารัดเอวธรรมดาๆ และไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม มือข้างหนึ่งจะต้องใช้ปัดยุงเสมอ…”

ส. พลายน้อย มีความคิดเห็นที่มาของชื่อคลองแสนแสบที่ต่างออกไป ในบทความ “แสนแสบ บางกะปิ” ดังนี้ “…คำแสนแสบน่าจะหมายถึงแม่น้ำ ลำคลอง หรือห้วยหนองคลองบึง หรือทะเลสาบ และเพี้ยนมาจาก แส-สาบ ปรีดา ศรีชลาลัย อ้างว่าสมัยหนึ่งเคยเรียกทะเลว่า เส หรือ แส เช่น หลงเส หรือเสหล่ง เท่ากับเสหลวง พงศาวดารเชียงแสนเรียกว่า หนองแส ที่ “แส-สาบ” กลายเป็น “แสนแสบ” มีตัวอย่างคำ แม้เป็นแม้น แสจึงเป็นแสน ปลาบเป็นแปลบ ฉะนั้นสาบจึงเป็นแสบได้”

และมีนักภาษาศาสตร์บางท่านสันนิษฐานว่า ชื่อคลองแสนแสบมาจากภาษามลายูว่า Su-ngai Senyap อ่านว่า สุไหง เซนแญป ซึ่งแปลว่า คลองเงียบสงบ ซึ่งตรงกับลักษณะของกระแสน้ำครองนี้ ผู้ที่เรียกสุไหง เซนแญป คือชาวไทรบุรี ระยะหลังถูกเปลี่ยนเป็นแสนแสบ เพราะว่าคนไทยเรียกแบบเดิมไม่ถนัด

อย่างไรก็ตามประวัติความเป็นมาของชื่อคลองแสนแสบ ส่วนใหญ่เกิดจากข้อสันนิษฐานทั้งสิ้น และยังคงรอหลักฐานใหม่ๆ ที่จะมายันยืนความเป็นมาของชื่อนี้ให้ชัดเจน

ภาพจาก “ห้องสมุดภาพศิลปวัฒนธรรม”

อ้างอิง
บทความ “พระบารมีแห่ง “สยามบรมราชกุมารี” ฟื้นวิญญาณ-คืนชีวิต “คลองแสนแสบ” ถึงเวลาแล้วที่คนกรุงเทพฯต้องหันหน้าเข้าครอง” โดย พงษ์ศักดิ์ ไพรอังกูร. ศิลปวัฒนธรรม ปีที่16 ฉบับที่2 ธันวาคม 2537
บทความ “แสนแสบ บางกะปิ” โดย ส. พลายน้อย. ศิลปวัฒนธรรม ปีที่16 ฉบับที่2 ธันวาคม 2537
ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. (2551). ชื่อบ้านนามเมืองในกรุงเทพ. กรุงเทพฯ : มติชน

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป