มกรคายนาค พุทธศิลป์แห่งดินแดนล้านนาไทย

มกรคายนาค บันไดหอพระวัดพระแก้ว สปป.ลาว (ภาพจาก https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_716687)

ในแถบอุษาคเนย์ทั้งไทย ลาว เขมร และพม่า ต่างมีคติความเชื่อเกี่ยวกับการบูชางู โดยเฉพาะงูใหญ่อย่างพญานาค ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา ซึ่งรูปร่างพญานาคตามอุดมคติของชาวบ้านในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน ในดินแดนล้านนาพญานาคมีปากคล้ายจระเข้ บ้างมีเขี้ยวยาวโค้ง เรียกกันว่ามกรคายนาค (อ่านว่า มะกะระ หรือ มะกอน) เป็นสัตว์จินตนาการในป่าหิมพานต์

มกรเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์เชิงเขาพระสุเมรุ ลักษณะภายนอกจะผสมระหว่างจระเข้กับพญานาค กล่าวคือ มีลำตัวยาวเหยียดคล้ายพญานาค แต่มีขายื่นออกมาจากลำตัว และส่วนหัวที่คายพญานาคออกมานั้นเป็นปากจระเข้ คนโบราณจึงมักนำมกรไปเฝ้าอยู่ตามเชิงบันไดวัด และที่สำคัญคือมีคนจำนวนไม่น้อยสับสนคิดว่า ตัวมอม เป็นสัตว์ชนิดเดียวกับตัวมกร หรือ เหราที่เฝ้าอยู่ตรงราวบันไดศาสนสถานในภาคเหนือ แต่หากพิจารณาลักษณะภายนอกของมกรแล้วจะพบว่ามีลักษณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

มกรคายพญานาคเจ็ดเศียร เชิงบันไดวัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ภาพโดย Thanyakij จาก th.wikipedia.org/wiki/มกร

มกรมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งซึ่งมีมาแต่โบราณว่าเหรา (เหรา) เหราในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแมงดาทะเล แต่เป็นสัตว์ในจินตนาการ มีหน้าที่เฝ้าศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อาทิ พระธาตุ โบสถ์ และวิหาร ที่สื่อว่าเป็นเขาพระสุเมรุ ตามคติจักรวาลวิทยาแบบไตรภูมิ ดังนั้น จึงต้องมีสัตว์ในป่าหิมพานต์เฝ้าอยู่เชิงเขาพระสุเมรุไม่ให้คนขึ้นไปรบกวนทวยเทพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนสวรรค์ ส่วนคำว่ามกรนั้น เข้าใจว่าคงได้รับอิทธิพลมาจากมังกรของจีน เพราะเราเคยเห็นแต่พญานาคที่ไม่มีขา พอเห็นตัวที่มีหัวเป็นพญานาคหรือสำรอกพญานาคและมีขาด้วยก็เลยเรียกตามจีนไป

ราม วัชรประดิษฐ์ วิเคราะห์ว่า “พญานาคเปรียบเสมือนตัวแทนของกลุ่มเมือง หรือชนเผ่าทางตอนเหนือของประเทศไทย ที่เรียกสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันว่าโยนก  ซึ่งเมืองโยนกเชียงแสนเดิมมีพระเจ้าสิงหนวัติกุมาร ต้นตระกูลของพระเจ้าพรหมมหาราชปกครองอยู่ ก็มีตำนานเกี่ยวพันกับพญานาค 

กล่าวกันว่ามีพญานาคมาสร้างเมืองชื่อโยนกนาคพันธ์สิงหนวัติ หรือโยนกนาคนคร และเมื่อเมืองนี้ล่มจมหายเพราะผู้คนพากันกินปลาไหลเผือก ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวแทนของพญานาค ส่วนสัตว์น่ากลัวเช่นจระเข้ เหราจะเป็นตัวแทนของพวกพยู หรือพุกาม อันได้แก่พม่า ดังนั้น การที่พบศิลปะแบบมกรคายนาคในแถบดินแดนภาคเหนือนั้นพอจะอนุมานได้ว่าเป็นการแสดงออกถึงการหลุดพ้นจากอิทธิพลของงานศิลปะและการเมืองของพุกามหรือพม่า ที่ครอบงำล้านนาอยู่เป็นเวลานานกว่าสองร้อยปี 

ศิลปกรรมมกรคายนาคนั้นมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยสังเกตุได้จากตัวพญานาค ในสมัยราชวงศ์มังราย พญานาคมีกระบังหน้าขนาดใหญ่ สวมกรองศอ ซึ่งสืบมาจากศิลปะบายนของเขมรอีกทอดหนึ่ง ครั้นพม่าเข้ามาปกครองดินแดนล้านนา มกรคายนาคก็มีลักษณะเป็นศิลปะแบบพม่า เป็นปูนปั้นทาสีขาว และพญานาคจะทรงเครื่องแบบพม่า

มกรคายนาคยังคงยึดถือเป็นศิลปกรรมเนื่องในพุทธศาสนามาจนปัจจุบัน มกรคายนาคปรากฏอยู่ทั่วในวัดหลายแห่งทางภาคเหนือหลายแห่ง อาทิ วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดบุพพาราม จังหวัดเชียงใหม่ วัดศรีคิรินทราราม จังหวัดแพร่ วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง เป็นต้น 


อ้างอิง :

ราม วัชรประดิษฐ์. มกรคายนาค (พญานาค). คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง. ข่าวสด

วชรธร สิมกิ่ง. (2560). มกร นาค พญาลวง. เชียงใหม่ : ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป