หัวเมืองไทยสมัยรัชกาลที่ 4-5 ไม่นิยมใช้เงินบาท แต่นิยมใช้เงินตราต่างประเทศคู่กับเงินตราท้องถิ่น

เงินแถบ เงินเจียง และเหรียญเงินเม็กซิโก เงินตราท้องถิ่น และเงินตราต่างประเทศ ที่เคยใช้ในหัวเมืองไทย สมัยร.4-5
เหรียญรูปีอินเดีย เงินเจียง และเหรียญเงินเม็กซิโก (ภาพจาก : ธนกร การิสุข และศิลปวัฒนธรรม)

หัวเมืองไทยสมัยรัชกาลที่ 4-5 ไม่นิยมใช้เงินบาท แต่นิยมใช้เงินตราต่างประเทศคู่กับเงินตราท้องถิ่น

หลังการลงนามสนธิสัญญาเบาว์ริงในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อปี 2398 เศรษฐกิจของไทยก็เปลี่ยนจากระบบแลกเปลี่ยนด้วยสินค้า (Barter System) มาเป็นระบบแลกเปลี่ยนด้วยเงินตรา (Monetary System)

เงินตรากลายเป็นตัวกลางหลักสำหรับการซื้อขายสินค้า และการเก็บภาษีของรัฐที่เริ่มหันมาเก็บภาษีเป็นเงินตราแทนการส่งส่วยด้วยสิ่งของ

อย่างไรก็ดี แม้ระบบเศรษฐกิจไทยจะเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบแลกเปลี่ยนด้วยเงินตรา แต่ในสมัยรัชกาลที่ 4-5 ระบบนี้ก็ประสบปัญหา อันเนื่องมาจากไม่สามารถกำหนดสกุลเงินหลักอย่างเป็นทางการได้

แม้ราชสำนักกรุงเทพฯ จะจัดการให้ใช้เงินบาทเป็นหลัก แต่เงินบาทก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เพราะตามหัวเมืองแต่ละภาคนิยมใช้เงินตราต่างประเทศควบคู่ไปกับเงินตราท้องถิ่นซึ่งมีเสถียรภาพมากกว่า

ในภาคเหนือ ผู้คนนิยมใช้ เงินเจียง เงินท้อก เงินดอกไม้ และเงินตราต่างประเทศอย่างเงินแถบหรือเงินรูปีอินเดีย ซึ่งแพร่เข้ามาจากอินเดียและพม่าพร้อม ๆ กับกิจการค้าไม้ที่อังกฤษเป็นผู้สัมปทาน

เงินเจียง และเงินแถบ ที่เคยใช้ในหัวเมืองไทย ภาคเหนือ
(ซ้าย) เงินเจียง และ (ขวา) เหรียญเงินรูปีอินเดีย (ภาพจาก : ธนกร การิสุข)

ในภาคอีสาน ผู้คนนิยมใช้ เงินลาด เงินฮาง เงินฮ้อย และเงินตราต่างประเทศอย่างเงินหมัน (อีกชื่อคือ เงินหัวหนาม) เงินตราที่ฝรั่งเศสออกใช้ในอินโดจีน เงินตราชนิดนี้เข้ามาในอีสานพร้อม ๆ กับพ่อค้าที่ข้ามไปมาระหว่างอีสานและลาวซึ่งเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส

เงินฮ้อย และเงินหมัน เงินหัวหนาม หรือเหรียญเงินอินโดจีนฝรั่งเศส เงินที่ใช้ในหัวเมืองไทย ภาคอีสาน
(ซ้าย) เงินฮ้อย และ (ขวา) เหรียญเงินอินโดจีนฝรั่งเศส (ภาพจาก : ศิลปวัฒนธรรม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน)

ในภาคใต้ ผู้คนนิยมใช้ เงินอีแปะดีบุกเป็นเงินปลีก และใช้เงินตราต่างประเทศอย่างเหรียญไทร เหรียญโพกหัว หรือเหรียญเงินสเปน เหรียญไม้เท้าหรือเหรียญเงินฮ่องกง และเหรียญนกหรือเหรียญเงินเม็กซิโก ซึ่งเข้ามาพร้อมกับพ่อค้าที่มาทำการค้าในคาบสมุทรมลายู

อีแปะดีบุก และเหรียญนก ใช้ในหัวเมืองไทย ภาคใต้
(ซ้าย) อีแปะดีบุก และ (ขวา) เหรียญเงินเม็กซิโก (ภาพจาก : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา และศิลปวัฒนธรรม)

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เงินบาทไม่เป็นที่นิยม ก็ด้วยเหตุที่ปริมาณเหรียญเงินบาทที่หมุนเวียนในตลาดมีน้อยเกินไป อีกทั้งการขนส่งเหรียญจากกรุงเทพฯ ไปยังท้องถิ่นก็ยากลำบาก เพราะเหรียญมีน้ำหนักมากและระบบคมนาคมยังไม่สะดวก เงินตราท้องถิ่นที่สามารถผลิตขึ้นเองได้ และเงินตราต่างประเทศที่เดินทางมาพร้อมเหล่าพ่อค้าจึงเป็นที่นิยมมากกว่า

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน. “การค้าขายและเงินตราที่ใช้ในล้านนา ตอน เหรียญกษาปณ์ที่ใช้ในล้านนา.” กรมศิลปากร. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569. https://www.finearts.go.th/promotion/view/20338-การค้าขายและเงินตราที่ใช้ในล้านนา-ตอน–เหรียญกษาปณ์ที่ใช้ในล้านนา

ล้อม เพ็งแก้ว. บ้าหาเบี้ย. กรุงเทพฯ: มติชน, 2553.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 สิงหาคม 2569