| ผู้เขียน | สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
“มนตร์” (มาจากคำสันสกฤตว่า มนฺตฺร ส่วน “มนต์” มาจากภาษาบาลีว่า มนฺต) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า คำศักดิ์สิทธิ์ คำสำหรับสวดเพื่อเป็นสิริมงคล เช่น สวดมนต์ คำเสกเป่าที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ เช่น ร่ายมนตร์ เวทมนตร์ แล้วมนต์ของพราหมณ์ที่ใช้สวดเพื่อเป็นสิริมงคลมีกี่แบบ?
ผศ. คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ผู้ล่วงลับ เล่าไว้ในหนังสือ “ภารตะ-สยาม? ผี พราหมณ์ พุทธ?” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า
ในอินเดีย หากใช้คำว่า “มนตร์” อย่างเคร่งครัด จะหมายถึง “บทสวดในคัมภีร์พระเวท” เท่านั้น แต่ถ้าแปลโดยพยัญชนะจะหมายความว่าปรึกษาหารือก็ได้ คำสั่งก็ได้
แต่โดยทั่วไปแล้ว ทั้งอินเดียและไทยใช้มนตร์ในความหมายที่กว้างขวางคือ “ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์

นักการศาสนาฮินดูมักนิยมตีความ “มนฺตฺร” ว่า ประกอบด้วย 2 คำ คือ “มน” แปลว่าใจ และ “ตฺร” จากราก “ไตฺร” ซึ่งเป็นกิริยาศัพท์ที่หมายถึงรักษา ปกป้อง
มนตร์ จึงมีความหมายอย่างสวยงามว่า “เครื่องปกป้องจิตใจ” คือท่องบ่นไว้ย่อมช่วยรักษาปกป้องใจไม่ให้ตกต่ำหรือเศร้าหมอง
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ใช้มนตร์ในกิจพิธีทางศาสนาทุกรูปแบบ ซึ่งการใช้มนตร์ก็คือการสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มนตร์จึงไม่ใช้การพูดแบบธรรมดา แต่ต้องมีทำนอง หรือมีลักษณะสวดขับ (chant) ที่มีพัฒนาการกลายเป็นเพลงดนตรี
“มนตร์ของพราหมณ์” มีกี่แบบ?
ผศ. คมกฤช บอกว่า ในอินเดียมีการแบ่งมนตร์อย่างง่ายที่สุดเป็น 2 แบบ คือ มนตร์ภาษาถิ่นอื่นๆ และมนตร์ในภาษาสันสกฤต
มนตร์ในภาษาถิ่น โดยมากเป็นมนตร์ของชาวบ้านซึ่งไม่รู้ภาษาสันสกฤตอันเป็นภาษาหลวง เป็นมนตร์ที่ชาวบ้านเรียนหรือสอนกันเอง ใช้ในพิธีกรรมของชาวบ้านและเทพท้องถิ่น อาจมีภาษาสันสกฤตปนบ้างแเล็กน้อย
นอกจากชาวบ้านจะใช้ภาษาถิ่นเพราะไม่รู้ภาษาสันสกฤต อีกเหตุผลคือเรื่องชนชั้นทางภาษา เพราะถือกันว่า ภาษาสันสกฤตหวงไว้สำหรับชนชั้นสูง ไม่ให้ชาวบ้านใช้ เหตุนี้จึงมีนักปราชญ์หรือนักบุญที่พยายามแต่งคำสวดขับในภาษาถิ่นให้ชาวบ้านท่องจำ นานเข้าด้วยความไพเราะ ทำให้แม้แต่พราหมณ์เองก็ยังนำไปใช้
“อย่างบท ‘หนุมานจาลีสา’ ในภาษาอวธี (ฮินดีโบราณ) ที่ชาวอินเดียเหนือชอบมากๆ หรือ ‘ติรุมุไร’ และ ‘ติรุปาไว’ ในภาษาทมิฬของนักบุญอัณฑาลอันโด่งดังทางภาคใต้ของอินเดียที่สืบเนื่องมายังสยาม จนทุกวันนี้พราหมณ์สยามยังใช้สวดขับในพระราชพิธีตรีปวาย-ตรียัมปวาย” ผศ. คมกฤช เล่า
ส่วน มนตร์ในภาษาสันสกฤต แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ มนตร์พระเวท (ไวทิกมนตร์) มนตร์จากปุราณะ (เปาราณิกมนตร์) มนตร์ตันตระ (ตันตริกมนตร์) และมนตร์สันสกฤตที่นักบวชนักปราชญ์ประพันธ์ขึ้นใหม่
นอกจากความต่างเรื่องที่มาของมนตร์แต่ละประเภท มนตร์ของพราหมณ์ข้างต้นยังมีความต่างด้านความเชื่อ ศักดิ์ และวิธีการใช้อีกด้วย

ไวทิกมนตร์ นักปราชญ์ถือว่าเป็นมนตร์ที่มีศักดิ์สูงสุด เพราะเป็นมนตร์จากพระเวท เป็นมนตร์ที่ใช้สวดท่องได้เฉพาะพราหมณ์และพวกทวิชา (วรรณะสูงทั้งสาม) เท่านั้น โดยมีกฎเกณฑ์และระเบียบการใช้ชัดเจน ที่สำคัญมนตร์ของพระเวทแต่ละบทจะกำหนดทำนองไว้ เรียกว่า “สวระ” จะท่องทำนองแบบไหนต้องต่อจากครูเท่านั้น เพราะแต่ละสำนักมีรายละเอียดสวระต่างกัน
เปาราณิกมนตร์ มาจากคัมภีร์ปุราณะ คือเทวตำนาน แม้จะเป็นสันสกฤตแต่ไม่มีข้อห้ามเท่าไวทิกมนตร์ และไม่สงวนไว้สำหรับวรรณะสูง มนตร์ชนิดนี้จึงแพร่หลายมากสุด
ตันตริกมนตร์ ซับซ้อนที่สุด เพราะมีต้นกำเนิดมาจากความเชื่อและวัฒนธรรมแบบชาวบ้าน คือ “ตันตระ” ที่เข้ามาสู่ระบบภาษาสันสกฤต ตันตริกมนตร์เป็นมนตร์ “ลึกลับ” ที่ถ่ายทอดกันเฉพาะครู-ศิษย์ มีระบบที่ต่างจากมนตร์ 2 แบบข้างต้น เพราะมีการใช้ “พีชพยางค์” หรือตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพีชพยางค์คือหน่วยเล็กสุดของมนตร์ ไม่มีการแปล และไม่มีความหมายตามหลักภาษา
“ระบบตันตระถือว่า ‘พีชมนตร์’ เหล่านี้สร้างความสั่นสะเทือนและมีผลโดยตรงต่อจิตใจ จนอาจทำให้บรรลุ ‘สิทธิอำนาจ’ บางอย่าง เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์ ไปจนถึงการบรรลุความหลุดพ้น
และในทางกลับกันก็เชื่อว่าหากใช้หรือท่องบ่นผิดวิธีก็อาจทำให้เกิดอันตรายหรือโทษภัยได้ การจะใช้มนตร์ตันตริกจึงต้องได้รับการอภิเษก (empowerment) จากครูเสียก่อนและอยู่ในความดูแลของครู” ผู้เชี่ยวชาญศาสนาพราหมณ์-ฮินดู บอกในหนังสือ
เป็นเกร็ดความรู้เรื่องมนตร์ของพราหมณ์ ที่ ผศ. คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง อธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายขึ้น
อ่านเพิ่มเติม :
- ทำไมชาวฮินดูในอินเดียเรียกศาสนาตัวเองว่า “สนาตนธรรม” ไม่ใช่พราหมณ์-ฮินดู?
- “พระตรีมูรติ” ภาวะรวมร่าง 3 มหาเทพ กับเทวรูปหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่คนไปขอพรความรัก
- ทำไมคนไทยต้องเรียกแทนตัวว่า “ลูกช้าง” จนเกิดประโยค “ช่วยลูกช้างด้วย”?
- “อาจารย์ตุล” ในความทรงจำ “ศาสวัต บุญศรี” 25 ปีของความเป็นกัลยาณมิตร
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง. ภารตะ-สยาม? ผี พราหมณ์ พุทธ?. กรุงเทพฯ: มติชน, 2560
สั่งซื้อเซ็ตหนังสือรวมผลงาน “คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง” 3 เล่ม คือ ภารตะ-สยาม มูฯ ไทย ไสยฯ อินเดีย, ภารตะ-สยาม? ผี พราหมณ์ พุทธ? (พิมพ์ครั้งที่ 3 ปกใหม่) และ ภารตะ-สยาม ศาสนาต้อง (ไม่) ห้ามเรื่องการเมือง (พิมพ์ครั้งที่ 3 ปกใหม่) ได้ที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 เมษายน 2568





