13 พฤษภาคม 1981 หนุ่มเติร์กอ้างตัวเป็น “พระเยซู” ใช้ปืนบุกทำร้าย “พระสันตะปาปา”

สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 (กลาง) ขณะในพรกับศาสนิกชน ก่อนถูกยิงเพียงไม่กี่วินาที เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1981 ในจตุรัสเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน (AFP PHOTO VATICAN POOL)

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1981 (พ.ศ.2524) สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ประมุขแห่งศาสนจักรคาทอลิกในสมัยนั้นได้ออกพบปะศาสนิกนับหมื่นที่มารอเฝ้าพระองค์ตามธรรมเนียมทุกๆ สัปดาห์ในจตุรัสเซนต์ปีเตอร์ นครวาติกัน

พระองค์ปรากฎกายต่อผู้ศรัทธาบนรถเปิดประทุนจับมือทักทาย และอุ้มเด็กๆ ขณะที่รถเคลื่อนตัวไปรอบๆ จตุรัส ทันใดนั้นเองกระสุน 2 นัดได้พุ่งเข้าใส่พระองค์ ทำให้พระองค์ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณท้อง แขนขวา และมือซ้ายโดยฝีมือของเด็กหนุ่มจากตุรกี

อาการบาดเจ็บของพระองค์เข้าขั้นสาหัส ต้องเข้ารับการผ่าตัดเป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมง 25 นาที แต่คณะแพทย์ก็ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดและช่วยชีวิตของพระองค์ได้สำเร็จ

ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชายวัย 23 ปี ชาวตุรกีนามว่า เมห์เม็ต อาลี อักจา (Mehmet Ali Agca) ที่พกพาอาวุธปืนบราวนิงแบบอัตโนมัติขนาด 9 มิลลิเมตร แฝงตัวเข้ามากับศาสนิกชน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวเขาไว้ได้ไม่นานหลังเกิดเหตุ โดยเชื่อว่าเขาลงมือด้วยตัวคนเดียว

รายงานของอนาโตเลีย (Anatolia) สื่อตุรกีอ้างโดยนิวยอร์กไทม์ระบุว่า อักจา เป็นผู้ต้องโทษในคดีฆาตกรรมบรรณาธิการของสื่อตุรกีซึ่งหลบหนีออกจากเรือนจำในปี 1979 สื่อตุรกีกล่าวหาว่า ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 1979 อักจาได้เขียนจดหมายไปยังหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง กล่าวว่า เขาหนีออกจากเรือนจำเพื่อที่จะไป “ฆ่าโป๊ป” ซึ่งขณะนั้นพระองค์อยู่ระหว่างเสด็จเยือนตุรกี

หลังถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่า อักจา บอกพวกเขาว่า “ชีวิตของผมไม่มีความสำคัญ” เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบกระดาษจดข้อความหลายชิ้นเขียนเป็นภาษาตุรกี หนึ่งในนั้นมีข้อความระบุว่า “ผมจะฆ่าโป๊ปเพื่อประท้วงระบอบจักรวรรดินิยมของโซเวียตและสหรัฐฯ และต่อต้านการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นในเอลซัลวาดอร์ และอัฟกานิสถาน”

ระหว่างการพิจารณาคดี อักจา ได้กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ทูตระดับสูงของโซเวียตในบัลแกเรียได้ว่าจ้างให้กลุ่มหมาป่าสีเทา (Gray Wolves, กลุ่มหัวรุนแรงชาตินิยมชาวเติร์ก) สังหารสมเด็จพระสันตะปาปาชาวโปแลนด์

อักจาอ้างว่า เขาได้พบกับเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซียในกรุงโซเฟียในเดือนกรกฎาคม 1980 แต่ภายหลังเขาได้กลับคำให้การโดยอ้างว่า เขาเพียงแกล้งให้สหรัฐฯ ตกใจเล่นเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านั้นเขายังเคยอ้างว่าตัวเองเป็น “พระเยซู” และกล่าวว่า โลกกำลังใกล้ถึงจุดจบ อีกด้วย

ศาลตัดสินให้เขารับโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการอภัยโทษโดยประธานาธิบดีอิตาลีด้วยความสนับสนุนจากวาติกันในเดือนมิถุนายม ปี 2000 ที่ถือเป็นปีอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ ก่อนถูกส่งตัวไปรับโทษต่อตามคำพิพากษาของศาลตุรกี

ด้านศาลตุรกีได้พิจารณาถึงโทษที่เขาได้รับมาแล้วในอิตาลีมา บวกด้วยผลตามกฎหมายนิรโทษกรรมของตุรกีที่ออกในปี 2000 ทำให้เขาได้รับโทษต่อในตุรกีอีกเพียง 5 ปี 6 เดือนและ 27 วัน ก่อนถูกปล่อยตัวในปี 2006 ท่ามกลางการประท้วงจากครอบครัวของนักข่าวชาวตุรกีที่ถูกฆ่าตาย

 


อ้างอิง:

1. Apple Jr.,R.W. “Pope is Shot in Car in Vatican Square; Surgeons Term Condition; Turk, an Escaped Murderer, Is Seized ‘Guarded’; Made Threat in ’79.” The New York Times, 14 May 1981. Web. 13 May 2016. <http://www.nytimes.com/1981/05/14/world/pope-shot-car-vatican-square-surgeons-term-condition-turk-escaped-murderer.html>

2. Tagliabue, John. “Agca Says He Heard Soviet Aide Paid Money to Have Pope Killed.” The New York Times, 12 Jun. 1985. Web. 13 May 2016. <http://www.nytimes.com/1985/06/12/world/agca-says-he-heard-soviet-aide-paid-money-to-have-pope-killed.html>

3. Stanley, Alessandra. “Italians Grant Pardon to Turk Who Shot Pope.” The New York Times, 14 Jun. 2000. Web. 13 May 2016. <http://www.nytimes.com/2000/06/14/world/italians-grant-pardon-to-turk-who-shot-pope.html>

4. Arsu, Sebnem. “Istanbul Prison Releases Turk Who Shot Pope.” The New York Times, 13 Jan. 2006. Web. 13 May 2016. <http://www.nytimes.com/2006/01/13/world/europe/istanbul-prison-releases-turk-who-shot-pope.html>


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2560

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป