19 ก.พ. 1473 กำเนิด “โคเปอร์นิคัส” ผู้เสนอ “โลกไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล” สะเทือนศาสนจักร

ภาพวาด โคเปอร์นิคัส ในปี 1580 ไม่ปรากฏผู้วาด (ภาพจาก wikimedia.org)

ในวงการดาราศาสตร์ ต่างยกย่องให้นิโคลัส โคเปอร์นิคัส เป็นบิดาแห่งดาราศาสตร์สมัยใหม่ ผู้ปฏิวัติแนวคิด “จักรวาล” ในช่วงศตวรรษที่ 16 กับข้อเสนอว่า “ดวงอาทิตย์คือศูนย์กลางของระบบสุริยะ” ส่วนโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ล้วนโคจรรอบดวงอาทิตย์ทั้งสิ้น

แนวคิดของเขาจะเป็นที่ต่อต้านจากศาสนจักรโรมันคาทอลิกในขณะนั้นด้วยเหตุที่ว่า แนวคิดของเขาขัดกับความเชื่อในพระคัมภีร์ แต่ปัจจุบันแนวคิดของเขาได้รับการพิสูจน์และเป็นที่ยอมรับของสังคม

นิโคลัส โคเปอร์นิคัส เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ปี 1473 ที่เมืองโทรู ซึ่งอยู่ตอนกลางของแม่น้ำวิสทูลา ในโปแลนด์ พ่อของเขาเป็นพ่อค้าและเจ้าหน้าที่ประจำท้องถิ่น เมื่ออายุได้ 10 ขวบ พ่อของเขาเสียชีวิตลง

ลุงของโคเปอร์นิคัส ผู้เป็นพระอธิการได้อุปการะโคเปอร์นิคัส และช่วยเหลือให้ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยคราคูฟ เขาศึกษาศิลปศาสตร์รวมถึงดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ จากนั้นก็เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยปาดัว

ในปี ค.ศ. 1503 โคเอร์นิคัส ได้รับปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเฟอร์รารา เขากลับไปที่โปแลนด์ และได้กลายเป็นผู้ดูแลโบสถ์และแพทย์ ในเวลาว่างของเขา นิโคลัส อุทิศตัวให้กับการแสวงหาความรู้ทางวิชาการรวมถึงงานด้านดาราศาสตร์

ในปีค. ศ. 1514 ชื่อเสียงของเขาในฐานะนักดาราศาสตร์ส่งผลให้ได้เป็นที่ปรึกษาของผู้นำคริสตจักรที่พยายามปฏิรูปปฏิทินจูเลียน

ผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขาในฐานะผู้ปฏิวัติความเชื่อของคริสตจักรคือหนังสือ “เด ริโวลูทิโอนิบุส ออร์เบียม โคเอเลสทิอุม” (De revolutionibus orbium coelestium) หรือ “หนังสือ 6 เล่ม เกี่ยวกับการหมุนของวัตถุทรงกลมบนท้องฟ้า” เป็นผลงานที่ได้เผยแพร่ในปี 1543 ปีที่เขาได้เสียชีวิตลง

เดิมทีในช่วงศตวรรษที่ 16 แนวคิดเรื่องจักรวาลวิทยาของทางยุโรป โลกถือว่าเป็นศูนย์กลางของจักรวาลที่อยู่กับที่ โดยมีท้องฟ้าและกลุ่มดาวต่างๆ โคจรรอบโลก อีกทั้งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว คือสิ่งที่สวรรค์เป็นผู้จัดเรียงมันขึ้นเป็นวงกลม แนวคิดนี้เป็นสิ่งนักปรัชญาโบราณหรือแม้แต่อริสโตเติลให้การสนับสนุนและยอมรับมัน รวมทั้งทางศาสนจักร

กระทั่งผลงานชิ้นดังกล่าวได้ปรากฏต่อสาธารณะชน ซึ่งเป็นสิ่งที่หักล้างกับความเชื่อแบบเดิมในเรื่องจักรวาล แน่นอนว่าย่อมต้องมีกระแสต่อต้านแนวคิดของหนังสือเด ริโวลูทิโอนิบุส จากพวกที่ยึดถือความเชื่อเดิม โดยเฉพาะทางศาสนจักรที่กำหนดให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือต้องห้าม เนื่องจากเป็นสิ่งที่บิดเบือนและตรงกันข้ามกับหลักคำสอนของคริสตจักรนิกายโรมันคาทอริก เห็นได้จากในปี 1545 พระสันตะปาปาพอลที่สาม ได้เรียกประชุมสภาแห่งแทรนต์เพื่อหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปศาสนจักร และเพิ่มมาตราการปราบปรามพวกนอกรีต

การตีพิมพ์บทบัญญัติของสภาจึงเริ่มขึ้นในสมัยสันตะปาปาพิอุสที่สี่ การตีความหมายของคำสอนทางศาสนาถูกจำกัดให้เป็นงานของสงฆ์ตามสมณศักดิ์ และทางศาสนจักรไม่ต้องการให้ความคิดของนักเทววิทยาสมัครเล่นคนหนึ่งมาสร้างความปั่นป่วน (รวมถึง นิโคลัส โคเปอร์นิคัส) จึงทำให้วาติกันสั่งห้ามหนังสือของโคเปอร์นิคัส

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะการที่ว่าติกันในขณะนั้นอยู่ในช่วงปฏิรูปปฏิทินเป็นระบบเกรกอเรียนในปี 1582 เพื่อกำหนดวันอีสเตอร์ จำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์ ซึ่งในหนังสือเด ริโวลูทิโอนิบุส ก็มีข้อมูลการสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

กระทั่งในปี 1616 เด ริโวลูทิโอนิบุส เป็นหนังสือต้องห้ามที่กำกับไว้ว่า “จนกว่าจะมีการแก้ไข” จนเมื่อผ่านไป 4 ปีก็มีการประกาศว่ามีการแก้ไขสิบจุด อย่างเช่น ชื่อของหนังสือเล่มที่ 1 บทที่ 11 “คำอธิบายโดยละเอียดถึงการหมุนสามทบของโลก” ถูกแก้เป็น “สมมติฐานเกี่ยวกับการหมุนสามทบของโลกและคำอธิบายโดยละเอียด” เป็นต้น

แม้ว่าหนังสือเด ริโวลูทิโอนิบุส ของโคเปอร์นิคัส จะเป็นสิ่งที่ถูกกีดกันและดัดแปลงจากศาสนจักร แต่เด ริโวลูทิโอนิบุส ก็เป็นหนังสือที่สำคัญเกี่ยวกับดาราศาสตร์ของมนุษย์ เช่นเดียวกับการอภิปรายเกี่ยวกับระบบสำคัญสองระบบของโลกของกาลิเลโอ ซึ่งทำให้ทางศาสนจักรถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หนังสือต้องห้ามก็เริ่มค่อยๆ หายไปจากรายชื่อ “หนังสือต้องห้าม” 



อ้างอิง :

โอเวน กิงเกอริช, นรา สุภัคโรจน์ แปล. โคเปอร์นิคัส ผู้ปฏิวัติดาราศาสตร์. กรุงเทพฯ: มติชน, 2552

History.com Editors. Copernicus born. Online. 9 FEB 2010. <https://www.history.com/this-day-in-history/copernicus-born>

Brecher, Kenneth. De revolutionibus. Britannica. Online. <https://www.britannica.com/topic/Copernicus-anniversary-40058>

Copernicus (1473-1543). BBC. Online. <http://www.bbc.co.uk/history/historic_figures/copernicus.shtml>

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป