พระพุทธสำคัญของล้านช้าง? ที่สยามเชิญมาประดิษฐานในประเทศ

(จากซ้าย) พระแซกคำ, พระแสน (เมืองมหาชัย), พระฉันสมอ

พระพุทธรูปสำคัญในไทย จำนวนหนึ่งเชิญมาแต่เขตล้านช้างคือเมืองเวียงจันท์ และเมืองอื่นทางตะวันออกหลายองค์ เป็นพระพุทธรูปสร้างที่อื่น ตกไปอยู่ในอาณาเขตล้านช้าง โดยประวัติบ้าง สร้างขึ้นในเขตล้านช้าง แต่เมื่อยังเป็นประเทศศรีสัตนาคนหุตบ้าง พระพุทธรูปที่สร้างทางเขตล้านช้างมักเรียกกันว่าฝีมือช่างลาวพุงขาว

นอกจาก พระแก้วมรกต (เดิมประดิษฐานอยู่ล้านนา ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาเชิญไปล้านช้าง) และพระบาง (ภายหลังเชิญกลับล้านช้าง) ที่เชิญมาสยามในสมัยกรุงธนบุรีแล้ว ช่วงรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 ยังเชิญพระพุทธปสำคัญจากล้านช้างอีกหลายองค์มาประดิษฐานในไทย ดังนี้

พระเสริม พระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของเมืองเวียงจันท์ คราวปราบกบฏเวียงจันท์สมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ทำลายเมืองเวียงจันท์เสีย สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพย์ ซึ่งเสด็จเป็นจอมพลขึ้นไปในคราวนั้น จึงโปรดเชิญพระเสริมมาไว้ที่วัดโพธิชัย แขวงเมืองหนองคาย ซึ่งตั้งเป็นเมืองใหญ่แทนเมืองเวียงจันท์

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเชิญพระเสริมลงมาอยู่เทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ 4 เดิมทรงจะให้ประดิษฐานเป็นพระประธานวัดบวรสุทธาวาส แต่เมื่อทอดพระเนตรพระเนตรเห็นโปรดพระลักษณะ ให้ประดิษฐานไว้บนพระแท่นเศตวฉัตรในท้องพระโรง เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เชิญพระเสริมไปตั้งเป็นพระประธานในวิหารวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ

พระแซกคำ พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร สร้างในสมัยพระเจ้าติโลกราชล้านาน อัญเชิญมาเวียงจันท์ พร้อมกับพระฉันสมอและพระบาง เมื่อคราวสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพย์ ขึ้นไปปราบกบฏ ภายในบรรจุพระบรมารีริกธาตุ จำนวน 100 องค์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระยาราชมนตรี (ภู่) ไปตั้งเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดคฤหบดี กรุงเทพฯ

พระฉันสมอ พระพุทธรูปศิลปะจีน สร้างเป็นปางฉันสมอตามพุทธประวัติ เชิญมาจากเวียงจันท์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้เจ้าจอมน้อย (สุหรานากง) เพื่อนำไปประดิษฐานในพระมณฑปวัดอัปสรสวรรค์ กรุงเทพฯ

พระใส พระพุทธรูปศิลปะล้านช้าง ตามตำนานว่าสร้างพร้อมกับพระเสริมและพระสุก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เชิญจากเมืองหนองคาย มาประดิษฐานที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ ตั้งแต่ พ.ศ. 2401

พระแสน (เมืองมหาชัย) เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์บูชาขอฝนได้ เชิญมาจากถ้ำในแขวงเมืองมหาชัย เมืองเวียงจันท์ในคราวเดียวกับที่เชิญพระใสกับพระเสริมลงมา โปรดให้ประดิษฐานร่วมกับพระเสริมและพระใส ที่วัดปทุมวนาราม มาจนปัจจุบัน

พระแสน (เมืองเชียงแตง) พระพุทธรูปสำคัญที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพย์ เชิญมาจากเมืองเชียงแตง เวียงจันท์ คราวไปปราบกบฏ ประดิษฐานอยู่ที่บุษบกเบื้องหน้าพระพุทธปฏิมากรพระประธาน ในพระอุโบสถวัดหงส์รัตนาราม กรุงเทพฯ

พระอินทรแปลง หรือพระอินแปง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้อัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันท์ เมื่อ พ.ศ. 2041 เดิมทรงพระราชดำริจะเชิญไปประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดมหาพฤฒาราม แต่ภายหลังโปรดให้เชิญไปประดิษฐานไว้ในพระวิหารวัดเสนาสน์ พระนครศรีอยุธยา

พระอรุณ หรือพระแจ้ง เชิญมาจากเมืองเวียงจันท์เมื่อ ปีมะเมีย พ.ศ. 2401 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เชิญไปประดิษฐานไว้ในพระวิหารวัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ ด้วยทรงพระราชดำริว่าพระนามพ้องกับวัดนั้น

ซึ่งพระพุทธรูปล้านช้างส่วนใหญ่มักพระราชทานแยกย้ายไปประดิษฐานไว้ตามพระอารามต่างๆ มักอยู่นอกกำแพงพระนคร ด้วยขณะนั้นผู้คนยังกังวลกับรังเกียจตามคติชาวล้านช้าง เช่น ปีใดฝนแล้ง ก็มักโทษกันว่าเพราะเชิญพระล้านช้างเข้ามาเป็นต้น

คลิกอ่านเพิ่ม : ผีรักษาพระพุทธรูปไม่ถูกกัน พระพุทธรูปก็ประดิษฐานร่วมกันไม่ได้?!?


ข้อมูลจาก

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ตํานานพระพุทธรูปสําคัญ, วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร พิมพ์ถวายเป็นมุทิตาสักการะ ในวโรกาสพระราชพิธีศุภมงคลเฉลิมพระชนมพรรษ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2558


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2564