เปิดปม 6 ชาวจีนผู้รอดชีวิตจากไททานิก สู่หนังสารคดี The Six ไฉนพวกเขาไม่ค่อยถูกพูดถึง

ภาพวาดเหตุการณ์เรือไททานิก จมลงในวันที่ 14 เม.ย. 1912 ไม่ปรากฏปีที่วาด (ภาพถ่ายโดย AFP)

ชะตากรรมของเรือไททานิกยังคงติดตรึงในความทรงจำของคนจำนวนมาก เหตุการณ์เรืออับปางในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย ในขณะเดียวกัน ผู้รอดชีวิตหลักร้อยรายซึ่งหลงเหลือในเวลาต่อมา โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนมักจะจดจำได้แต่บุคคลมีชื่อเสียงอย่างเช่นมาร์กาเร็ต “มอลลี” บราวน์ น้อยคนนักจะรับรู้ว่าในบรรดาผู้รอดชีวิตจากเรืออับปางมีชาวจีนจำนวนหนึ่งรวมอยู่ด้วย

คลิกอ่านเพิ่มเติม : “มาร์กาเร็ต บราวน์” ตำนานสตรีผู้รอดจากไททานิก ชีวิตที่ดิ้นรนจนกลายเป็นเศรษฐินี

เหตุการณ์เรือไททานิกอับปางเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1912 ในค่ำคืนเหนือท้องทะเลเวิ้งว้าง บนเรือโดยสารลำยักษ์อันโอ่อ่าหรูหราเป็นประวัติศาสตร์ เรือไททานิกที่ออกเดินทางจากเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ มีจุดหมายปลายทางที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างทางกลับประสบอุบัติเหตุชนภูเขาน้ำแข็งและค่อยๆ จมลง

จากการสอบสวนพบว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ไม่ต่ำกว่า 1,500 ราย มีผู้รอดชีวิตหลักร้อยราย ข้อมูลจากบางแห่งระบุว่าราว 710 คน เรื่องราวเกี่ยวกับผู้รอดชีวิตถูกหยิบยกมาผลิตเป็นหนังสือ เก็บรวบรวมข้อมูลในทางประวัติศาสตร์ หรือถูกจัดเก็บในสื่อประเภทต่างๆ

ขณะที่เรือกำลังจมลง ผู้โดยสารเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถลงเรือชูชีพได้ และน้อยกว่านั้นคือเรือชูชีพที่หันกลับมาในบริเวณจุดที่เรือจมซึ่งพบกับผู้รอดชีวิตที่ใช้แผ่นไม้กระดานช่วยเอาชีวิตรอดมาได้ ผู้ชายซึ่งได้ใช้แผ่นไม้กระดานรายนี้เองเป็นหนึ่งใน 6 ชาวจีนซึ่งรอดชีวิตจากเรือไททานิก

ข้อมูลเรื่องชาวจีนนี้ถูกขุดค้นโดยอาร์เธอร์ โจนส์ (Arthur Jones) และสตีเว่น แชวนเคิร์ต (Steven Schwankert) ผู้ร่วมสร้างภาพยนตร์สารคดี The Six ทั้งนี้ แชวนเคิร์ต เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ที่มีพื้นเพจากนิวเจอร์ซีย์ ในสหรัฐฯ แต่ไปพำนักในจีนนานกว่า 22 ปี

แชวนเคิร์ต ให้สัมภาษณ์กับ Washington Post โดยเล่าว่า ในช่วงที่เขากำลังค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับไททานิกสำหรับมาทำโปรเจคต์ แม้ว่าเขารู้ดีว่า เรื่องราวเกี่ยวกับไททานิกล้วนถูกหยิบยกมาพูดถึงกันเรียบร้อยหมดแล้ว สิ่งที่เขาค้นพบอย่างหนึ่งมีเพียงการเอ่ยถึงผู้รอดชีวิตชาวจีน 6 รายแบบคร่าว ๆ เท่านั้น

เมื่อเขาพยายามค้นคว้าเพิ่มเติมก็ยังไม่พบข้อมูลที่เขาต้องการ ไม่นานนัก เขาจึงเริ่มโน้มน้าวให้โจนส์ มาทำโปรเจคต์ชื่อ The Six เกี่ยวกับชาวจีนที่รอดชีวิตจากเรือไททานิกโดยเฉพาะ

อันที่จริงแล้ว หลักฐานในเบื้องต้นที่พวกเขานำมาใช้อ้างอิงคือ รายชื่อของชาวจีนบนตั๋วผู้โดยสารชั้น 3 ที่ขึ้นเรือไททานิกไปด้วย 8 ราย รายชื่อบนตั๋วเขียนชื่อชาวจีนเป็นภาษาอังกฤษเรียงกัน 8 รายติดกัน ได้แก่ Ah Lam, Fang Lang, Len Lam, Cheong Foo, Chang Chip, Ling Hee, Lee Bing และ Lee Ling

จากการค้นคว้าข้อมูลเอกสารอย่างยาวนาน ผู้ร่วมผลิตภาพยนตร์สารคดีต่างมั่นใจว่า กลุ่มชาวจีนนี้รู้จักกันมาก่อนจากการทำงานเป็นลูกเรือด้วยกันหลายลำในบริเทน ขณะที่เกิดการสไตร์คงานด้านถ่านหินทำให้คนกลุ่มนี้ถูกต้นสังกัดเคลื่อนย้ายโดยให้ไปขึ้นเรือชื่อ Annetta ที่ท่าเรือขนส่งสินค้าในนิวยอร์ก ซึ่งเรือลำนี้จะนำพวกเขาไปที่คิวบาต่อไป ซึ่งแชวนเคิร์ต เชื่อว่า สาเหตุที่คนกลุ่มนี้โดยสารเรือไททานิกก็เพราะเพื่อไปทำงานกระทั่งการเดินทางเกิดอุบัติเหตุขึ้น

รายงานข่าวเผยว่า พวกเขาโดยสารบนเรือไททานิกด้วยตั๋วชั้นที่ถูกที่สุด ซึ่งอัตราผู้รอดชีวิตในผู้โดยสารประเภทนี้ในกลุ่มคนที่ไม่ใช่ชาวบริติชอยู่ที่เพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และน่าเสียดายอีกว่าข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเอาตัวรอดของกลุ่มชาวจีนนี้ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือยังไม่เคยถูกค้นพบ (ในอดีตมีสื่อกล่าวหาว่าชาวจีนใช้วิธี “ลักลอบ” ขึ้นเรือชูชีพ ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงข้อกล่าวหาต่อชาวจีนในช่วงท้ายต่อไป) และเชื่อว่าเป็นไปได้ยากมากที่จะรู้ข้อมูลส่วนนี้

เอกสารที่ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีค้นพบคือข้อมูลที่ระบุว่า ขณะที่เรือชูชีพซึ่งตัดสินใจหันกลับไปสำรวจจุดที่เกิดเหตุการณ์เพื่อค้นหาผู้ที่เป็นไปได้ว่าอาจรอดชีวิต เป็นเรือชูชีพลำนี้เองที่พบชายชาวจีนรายหนึ่งเกาะบนชิ้นส่วนไม้กระดานที่ลอยบนผิวน้ำ

ส่วนชาวจีนอีก 5 รายลงเรือชูชีพจึงรอดชีวิต รายงานข่าวเผยว่า มี 4 รายที่อาศัยเรือชูชีพลำที่ 9 ซึ่งเป็นลำสุดท้ายที่ถูกหย่อนลงมาจากเรือไททานิก โดยเรียกเรือชูชีพลำนี้กันว่า “Collapsible C”

จากคำให้การของ Joseph Bruce Ismay ผู้บริหารกลุ่ม White Star Line ซึ่งเป็นผู้ถือครองเรือไททานิก และมักถูกจดจำว่าเป็น “ผู้เอาตัวรอด” จากเรือไททานิก ทั้งที่เขาเป็นเจ้าของเรือที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสารจำนวนมาก เขาให้ข้อมูลว่า บนเรือชูชีพที่เขาโดยสาร “มีชาวจีน 4 รายอยู่บนเรือด้วย” ข้อมูลนี้สอดคล้องกับคำให้การของ George T. Rowe เจ้าหน้าที่พลาธิการของไททานิก (quartermaster) ซึ่งอยู่บนเรือชูชีพ “Collapsible C” เช่นเดียวกัน

เมื่อเรือ RMS Carpathia ที่รับผู้รอดชีวิตจากไททานิกมาถึงนิวยอร์กเมื่อวันที่ 18 เมษายน 1912 กลุ่มชาวจีนทั้ง 6 รายยังไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาได้ สืบเนื่องจากกฎหมายกีดกันชาวจีนที่เรียกกันว่า Chinese Exclusion Act ซึ่งบังคับใช้เมื่อปี 1882 พวกเขาถูกบังคับให้ขึ้นเรือ Annetta ซึ่งได้ออกเดินทางในวันต่อมา

ด้วยการปฏิบัติเช่นนี้ทำให้ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีตีความภาพกว้างว่า นี่คือสิ่งที่ผู้รอดชีวิตชาวจีนถูกปฏิบัติหลังเพิ่งเอาตัวรอดมาได้ กฎหมาย Chinese Exclusion Act ถือเป็นกฎหมายเดียวในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่มีเนื้อหากีดกันการอพยพของเพื่อนมนุษย์โดยชี้วัดการแบ่งแยกจากลักษณะทางเชื้อชาติ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดียังเน้นย้ำว่า ผู้รอดชีวิตรายอื่นผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ Ellis Island หรือได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์สืบเนื่องจากภาวะที่พวกเขาได้รับ แต่ชาวจีนไม่ได้รับการปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น

ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีให้ความเห็นว่า การปฏิบัติต่อชาวจีนหรือชนกลุ่มน้อยจากเอเชียในสมัยนั้น พวกเขาได้รับการปฏิบัติค่อนข้างไม่เหมาะสม หลักฐานอย่างหนึ่งที่พวกเขาหยิบยกมากล่าวถึงคือการรายงานข่าวในหน้าสื่อสิ่งพิมพ์ยุคนั้น

ตัวอย่างหนึ่งคือเนื้อหาบทความใน Brooklyn Daily Eagle ฉบับวันที่ 19 เมษายน 1912 บทความมีพาดหัวเรื่องว่า “Heroism of Anglo-Saxon Sailors Stands Out in Disaster” หรือ “วีรกรรมของลูกเรือแองโกล-แซ็กซอนโดดเด่นขึ้นมาในห้วงโศกนาฏกรรม” เนื้อหากล่าวถึงผู้โดยสารชาวจีนในโทนแบบแทบไม่ใช่มนุษย์ เนื้อหาใช้คำว่า “They were creatures on their way to New York…” หรือ “พวกเขาเป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เดินทางไปนิวยอร์ก”

ที่ผ่านมา ชาวจีนกลุ่มนี้ถูกกล่าวหาว่า พวกเขาแอบขึ้นเรือชูชีพของไททานิก ซ่อนบนเรือชูชีพ หรือแซงคิวด้วยการสวมเสื้อผ้าสตรีเพื่อปลอมแปลงปิดบังตนเอง เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกขานเด็กและสตรีให้ลงเรือชูชีพก่อนก็แสดงตัวตอบรับ

อย่างไรก็ตาม แชวนเคิร์ต กล่าวว่า เขาไม่พบหลักฐานว่าคนกลุ่มนี้เบียดแย่งที่นั่งบนเรือชูชีพลำสุดท้ายจากเด็กและสตรี ซึ่งเรือ “Collapsible C” ก็ไม่ได้มีผู้โดยสารเต็มความจุเมื่อเรือลำอื่นมาพบเรือชูชีพจากไททานิก

ในสารคดี พวกเขายังจำลองเรือชูชีพลำดังกล่าวขึ้นตามขนาดจริงเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ชาวจีนที่รอดชีวิตจะ “หลบซ่อน” มาในเรือ ซึ่งการทดลองบ่งชี้ว่า มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ชาย 4 รายจะซ่อนในเรือชูชีพ โดยเฉพาะต้องซ่อนแบบตลอดคืนด้วย

ผู้ร่วมผลิตภาพยนตร์สารคดี The Six และทีมงานที่ช่วยกันสืบค้นข้อมูลอีก 6 รายใช้เวลาร่วม 2 ปีในการค้นหาตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับชาวจีน 6 รายนี้ และพวกเขาสามารถสอบค้นไปพบทายาทจำนวนหนึ่งของชาวจีน 6 ราย โดยในตอนต้นของคลิปตัวอย่างของหนังสารคดี (คลิปตัวอย่างอยู่ด้านบน) ทายาทรุ่นหลังของผู้รอดชีวิตเผยว่า มารดาของเขาไม่เคยรู้เรื่องสามีเป็นผู้รอดชีวิตจากเรือ

สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เมื่อนึกถึงไททานิก หลายคนจะนึกถึงภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันที่กำกับโดยเจมส์ แคเมรอน (James Cameron) ซึ่งในภาพยนตร์มีทั้งข้อเท็จจริงผสมกับตัวละครที่แต่งเติมสีสันให้เรื่องราว รายงานข่าวเผยว่า อันที่จริงแล้วช่วงถ่ายทำหนัง “ไททานิก” แคเมรอน ถ่ายฉากชาวจีนที่เกาะแผ่นไม้กระดานได้รับการช่วยเหลือจากผิวน้ำไว้ แต่ซีนนี้ถูกตัดจากภาพยนตร์ไป ผู้ที่สนใจสามารถค้นหาคลิปซีนนี้ได้จากเว็บไซต์ YouTube

สำหรับภาพยนตร์สารคดี The Six มีเจมส์ แคเมรอน นั่งแท่น executive producer และเป็น contributor ด้วย รายงานข่าวเผยว่า ภาพยนตร์สารคดีความยาว 97 นาทีจะเปิดตัวในโรงภาพยนตร์ที่จีนวันที่ 16 เมษายน ช่วงไล่เลี่ยกับวาระครบรอบ 109 ปีเหตุการณ์เรือไททานิกอับปาง ขณะที่เวอร์ชั่นสำหรับฉายทางโทรทัศน์จะมีความยาว 60 นาที


อ้างอิง:

Amy B Wang. “Why you’ve never heard of the six Chinese men who survived the Titanic”. Washington Post. Online. Published 19 APR 2018. Access 30 MAR 2021. <https://www.washingtonpost.com/news/retropolis/wp/2018/04/19/why-youve-never-heard-of-the-six-chinese-men-who-survived-the-titanic/>

Patrick Frater. “True Story of China’s Titanic Survivors, Executive Produced by James Cameron, Heads to Cinemas”. Variety. Online. 24 MAR 2021. Access 30 MAR 2021. <https://variety.com/2021/film/asia/chinese-titanic-survivors-james-cameron-the-six-1234937031/>


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 มีนาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป