กว่า “ภาษาอังกฤษ” จะเป็นภาษากลางของโลก ปัจจัยใดบ้างที่หนุนจนใช้แพร่หลาย

ครูชาวจีนเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษบนกระดานในคลาสที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อ เมษายน 2002 ภาพจาก LIU JIN / AFP

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ถูกใช้ในการสื่อสารข้ามชาติมากที่สุดภาษาหนึ่ง  แต่สมัยก่อนอังกฤษเองก็เคยตกอยู่ใต้อิทธิพลทางภาษาของวัฒนธรรมอื่น ด้วยคนที่มีการศึกษา และนักการศาสนาในอดีตล้วนใช้ภาษาละตินเป็นสื่อกลาง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงบรรดานักวิทยาศาสตร์ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการด้วย

แต่การใช้ภาษาสื่อกลางที่ขัดกับภาษาของคนท้องถิ่นก็สร้างความลำบากในการสื่อสารมาก จึงมีความพยายามทำให้ภาษาท้องถิ่นกลายเป็นภาษามาตรฐานที่คนในประเทศทุกระดับและวิชาชีพสามารถสื่อสารกันได้โดยง่าย การทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาเขียนมาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งพระคัมภีร์ไบเบิลของกษัตริย์เจมส์ถือเป็นหนึ่งในก้าวย่างสำคัญของการทำให้ภาษาอังกฤษมีความแพร่หลายแทนที่ภาษาละตินที่ใช้กันมาแต่เดิม

ส่วนการก้าวขึ้นมาเป็นภาษากลางในระดับนานาชาติของอังกฤษได้ ประกอบด้วยปัจจัยหลายประการตั้งแต่การทำสงครามทำให้ดินแดนอาณานิคมต้องใช้ภาษาอังกฤษ ในด้านการค้าและการทูต ชาติที่ต้องการเข้าหาอังกฤษก็จำเป็นต้องสื่อสารกับพวกเขาได้ การอพยพก็เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะรัฐชาติใหม่หลายประเทศใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักก็เพราะผู้ที่อพยพเข้าไปตั้งหลักแหล่งยุคแรกเป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษ

นอกจากอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ทำให้ภาษาอังกฤษมีอิทธิพลสูงผ่าสองนชาติมหาอำนาจคืออังกฤษ และสหรัฐฯ แล้ว อิทธิพลทางวัฒนธรรมก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางของโลก เหมือนกับที่ภาษาละตินเคยเป็นภาษากลางในยุโรป เพราะตอนนี้องค์ความรู้สำคัญๆ ล้วนเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ในด้านศิลปวัฒนธรรมก็เช่นกัน วรรณกรรมยุคเก่ายุคใหม่ หรือสื่อบันเทิงต่างๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษก็ได้รับความนิยมเหนืองานที่ใช้ภาษาอื่นๆ

โอกาสที่ภาษาอื่นๆ ที่จะขึ้นมาทาบรัศมีภาษาอังกฤษเพื่อเป็นภาษากลางของโลกจึงเป็นเรื่องยากไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เช่น ภาษาจีน ซึ่งปัจจุบันก็เป็นภาษาที่คนใช้มากที่สุดในโลกอยู่แล้ว เพียงแต่มิได้เป็นที่แพร่หลายในระดับนานาชาติ แต่เมื่อพิจารณาถึงศักยภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของจีนแล้ว อนาคตก็ไม่แน่ว่าคนอาจจะหันมาใช้ภาษาจีนเป็นภาษากลางของโลกแทนภาษาอังกฤษก็ได้


แก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในระบบออนไลน์เมื่อ 11 กรกฎาคม 2561

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป