| เผยแพร่ |
|---|
ปูปูตัน 1906 เหตุนองเลือดที่บาหลี บทเรียนราคาแพงของชาวดัตช์
เมื่อฮอลันดาเข้ามาบทบาทในการค้าเครื่องเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับจัดตั้งสถานีการค้าที่ปัตตาเวีย ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีบริษัทอีสต์อินเดียของฮอลันดาทำหน้าที่ควบคุมแหล่งเครื่องเทศมูลค่ามหาศาล จากหมู่เกาะต่าง ๆ รวมทั้งบาหลี
บาหลีในยุคอาณานิคมจึงเด็ดเดี่ยวและเผ็ดร้อนยิ่ง

ศาสตราจารย์ ดี. จี. อี. ฮอลล์ นักประวัติศาสตร์ กล่าวว่า “บาหลีเป็นดินแดนที่ให้บทเรียนราคาแพงแก่ฮอลันดา ในการที่ฮอลันดาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเอกราชของบาหลี โดยบาหลีมักจะก่อความยุ่งยากอย่างมากให้แก่ฮอลันดาเป็นครั้งคราว” (ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่ม 2)
เหตุการณ์ต่อสู้ครั้งสำคัญระหว่างฮอลันดา-บาหลี ก็คือ กรณีนองเลือด พ.ศ. 2449 หรือ ปูปูตัน ค.ศ. 1906
ธีรภาพ โลหิตกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2558 รวบรวมข้อมูลจากที่ต่าง ๆ มาต่อเป็นภาพให้เห็นว่า เหตุการณ์นองเลือดครั้งนั้นเป็นอย่างไร ขณะนั้นเกาะบาหลีมีการปกครองแบบนครรัฐ แต่ละเมืองมี รายา (Raja) ของตนเอง โดยมี เมืองเดนปาซาร์ เป็นเมืองหลัก ภายใต้การปกครองของ รายาบาดุง
บาหลีในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เขียนโดย อิเด อานัค อากุง กะเด อากุง (Ide Anak Agung Gde Agung) เอกสารหนึ่งที่ธีรภาพอ้างอิงบันทึกถึงเหตุการณ์ปูปูตัน พอสรุปได้ว่า
วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2449 ทหารฮอลันดา 3 กองพัน ยกพลขึ้นเกาะบาหลีที่ชายหาดซานูร์ มีคำสั่งให้ยิงทำลายตัวเมืองเดนปาซาร์ ขณะที่เรือรบซึ่งทอดสมออยู่ก็ยิงสนับสนุนด้วยปืนวิถีไกล มีเป้าหมายที่พระราชวังเดนปาซาร์ของรายาบาดุง ในที่สุดทหารฮอลันดาก็รุกคืบเข้ายึดตัวเมืองได้

เช้าวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2449 รายาบาดุงตระหนักว่า กองกำลังของพระองค์ไม่อาจต้านทานทหารฮอลันดาได้ แต่ด้วยพระราชศรัทธาในราชประเพณีโบราณที่ว่า ราชนิกุลบางหลีไม่เคยยอมจำนนต่อศัตรู
เพื่อรักษาพระเกียรติยศ พระองค์พร้อมด้วยข้าราชบริพาร, เจ้านายฝ่ายใน, พระบรมวงศานุวงศ์ที่รวมถึงผู้ชายและเด็ก ทั้งหมดตัดสินใจเลือกหนทางสู่ความตายอย่างมีเกียรติ ที่เรียกว่า “ปูปูตัน” (Puputan)
ดร. เอช.เอ็ม. แวน วีด (Dr. H.M. van Weede) ชาวฮอลันดาผู้อยู่ในเห็นเหตุการณ์วันนั้น บันทึกไว้ใน Indies Travel Memories (อ้างอิงจาก กบฏกริช บาหลี) ว่า
“…มันเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจในเช้าวันที่ 20 กันยายน 2449 สุลต่านและราชโอรสพร้อมด้วยเหล่าผู้ตามเสด็จต่างแต่งพระองค์ด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาด ส่วนใหญ่เป็นสีแดงหรือดำ ผ้าโพกศีรษะสีขาวของพวกเขาประพรมน้ำหอมหอมกรุ่น ทุกคนมีกริชซึ่งประดับประดาอัญมณีที่ด้าม และบางคนก็มีหอกเป็นศัสตราวุธ นางสนมบางคนอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขน เดินมุ่งตรงไปอย่างไม่เกรงกลัวภยันตรายใด ๆ…

…นายทหารชาวดัตช์และล่ามพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า ที่จะบอกให้ขบวนแถวของสุลต่านและผู้ตามเสด็จเหล่านั้นหยุดเดินมุ่งตรงเข้ามายังกองทหารของเรา แต่เปล่าประโยชน์ บัดนี้เขาได้ตระหนักแล้วว่า เขากำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มชนผู้ปรารถนาความตายโดยแท้
…กระสุนชุดแรกจากปืนไรเฟิลระเบิดออกไป เมื่อคนในขบวนแถววิ่งชูกริชหมายเข้าจ้วงแทงเหล่าทหาร ภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าขณะนั้นชวนให้ขนพองสยองเกล้า องค์สุลต่านและข้าราชบริพารแถวหน้าสุดทรุดตัวล้มลงกองกับพื้นถนน เหล่าสนมกำนัลในแอ่นอกถลาเข้ามารับกระสุน ราวกับปรารถนาความตายเป็นที่สุด
นางสนมบางคนโยนเหรียญทองและอัญมณีล้ำค่าให้ทหารดัตช์เป็นค่าจ้างที่ส่งดวงวิญญาณของเธอสู่สรวงสวรรค์ ใครยังไม่ถูกยิงตายก็เอากริชประดับเพชรนิลจินดาที่เคียนเอวมาจ้วงแทงตนเองตายอย่างน่าสยดสยอง และบ้างก็วิ่งไปนอนตายกองทับถมพระศพขององค์สุลต่าน*เอาไว้ไม่ให้ใครมาแย่งชิงเอาพระศพไปได้”
เมื่อเหล่าผู้นำบาหลีสิ้นชีพแล้ว ฮอลันดาได้รับชัยชนะและยึดครองบาหลี แต่ใช่ว่าจะสยบชาวบาหลีได้อย่างราบคาบ เมื่อผู้นำบาหลียอมตายเพื่อเกียรติยศ หรือ “ปูปูตัน” ตามมาในอีกหลายเมืองบนเกาะบาหลี
หลังปูปูตัน 1906 ประวัติศาสตร์ต้องบันทึกชัยชนะอัปยศของเจ้าอาณานิคมอีกครั้ง กับเหตุการณ์ปูปูตันครั้งใหญ่อีกครั้งในปี 1908 ที่มีผู้ตามเสด็จรายาคลุงคลุง ด้วยการชักกริชสู้กับปืนไฟของฮอลันดาจนตัวตาย
* ต้นฉบับในหนังสือ กบฏกริช บาหลี ใช้คำว่า สุลต่าน
อ่านเพิ่มเติม :
- สงคราม “อาเจะห์-ดัตช์” ชนพื้นเมืองไม่ยอมจำนน สู่ความขื่นขมของนักล่าอาณานิคม
- การต่อสู้ของซูการ์โน บุรุษกู้ชาติแห่งอินโดนีเซีย แต่ถูกกลบฝังให้ลืม
- “นุสันตารา” ชื่อเมืองหลวงใหม่อินโดนีเซีย แปลว่าอะไร?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ดี. จี. อี. ฮอลล์ เขียน, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อานันต์ กาญจนพันธ์ บรรณาธิการ. ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่ม 2, มูลนิธิโครงการตำรามนุษยศkสตร์และสังคมศาสตร์, 2522
ธีรภาพ โลหิตกุล. กบฏกริช บาหลี, สำนักพิมพ์มติชน, กรกฎาคม 2540
เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 6 สิงหาคม 2563





