ลอบเล่น “บ่อน” ในวังหน้าจนเป็นหนี้ ย่องขึ้นตำหนักเจ้าหญิงลักทองมาขาย

ภาพถ่ายทางเครื่องบิน บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร โรงละครแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เรื่องนี้มีอยู่ใน ประกาศพระราชบัญญัติฝ่ายพระบวรราชวัง เรื่องเล่นเบี้ยในพระบวรราชวัง ว่า พระองค์เจ้าหญิงสุด พระราชธิดาในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ เสด็จไปงานพระเมรุพระศพสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสฯ ทรงใช้ให้ข้าหลวงไปเอาหมากพลูเสวยที่ตำหนักในพระบวรราชวัง (วังหน้า) เมื่อข้าหลวงมาถึงตำหนักก็พบว่า หน้าต่างเฉลียงตำหนักเปิดแย้มอยู่ จึงสงสัยว่ามีคนร้ายลอบเข้ามาในตำหนัก จึงนำความกลับไปกราบทูลพระองค์เจ้าหญิงสุดที่พระเมรุ

เมื่อพระองค์เจ้าหญิงสุดเสด็จกลับตำหนักในวันต่อมา ทรงตรวจข้าวของในตำหนัก พบว่า ทองรูปพรรณหายไปหลายอย่าง คิดเป็นทองคำกว่า 18 ตำลึง ทรงสงสัยว่าอาจเป็นคนในวังสมคบกับคนนอกวังเข้ามาขโมย

ต่อมา มีการตั้งคณะตุลาการขึ้นมาเพื่อสืบหาชำระความเอาตัวคนร้ายมาลงโทษ กระทั่งสืบทราบว่า อีปริก ภรรยานายนุด ซึ่งเป็นคนนอกวัง คบหากับหม่อมหุ่นและหม่อมนวม ในวังหน้า ซึ่งตั้งบ่อนไพ่และบ่อนถั่วเล่นในวังหน้ามาหลายครั้ง เล่นพนันเสียทรัพย์จนเป็นหนี้

อีปริก หม่อมหุ่น และหม่อมนวม จึงขโมยทรัพย์สินของพระองค์เจ้าหญิงสุด แบ่งทองคำเหล่านั้นเป็นสี่ส่วน ให้อีปริกส่วนหนึ่ง ให้หม่อมหุ่นส่วนหนึ่ง ให้หม่อมนวมส่วนหนึ่ง อีกส่วนให้นางดวงแก้ว มารดาของหม่อมหุ่น ซึ่งได้เข้ามาเยี่ยมหม่อมหุ่นในเวลานั้นพอดี

ภาพบรรยากาศเล่นการพนันสมัยรัชกาลที่ 5 จัดฉากถ่ายภาพโดยชาวต่างชาติ (ภาพจาก “หนังสือสังคมไทยสมัยรัชกาลที่ ๕” กรมศิลปากร)

แต่ก่อนนั้นวังหน้าเล่นพนันกันคึกคัก คนนอกวังเข้าไปอาศัยอยู่ก็มาก ที่เป็นนักเลงก็มี เป็นคนทุจริตก็มี ทำการคบหาคนในวังหน้า เล่นเพื่อน ตั้งบ่อนถั่ว บ่อนแปดเก้า เล่นหวย การพนันต่าง ๆ จนเสียทรัพย์ เกิดเป็นโจรผู้ร้ายมาช้านาน แม้มีการตั้งท้าวสัตยานุรักษ์ เป็นเจ้าพนักงานคอยควบคุมดูแลแล้ว แต่เรื่องเหล่านั้นก็ยังไม่หมดไป ดังมาเกิดกรณีขโมยทองพระองค์เจ้าหญิงสุดนี้จนเป็นที่ระคายเบื้องพระยุคลบาทอีกครั้ง

ดังนั้น จึงมีพระบวรราชโอการประกาศ “…ห้ามมิให้พระองค์เจ้าหม่อมเจ้า เจ้าจอม หม่อมพนักงาน ท้าวนางจ่าโขลน ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย แลข้าเจ้าบ่าวนายที่อยู่ในพระบวรราชวังคบหากันตั้งบ่อนโป บ่อนถั่ว บ่อนกำตัด บ่อนเล่นแปดเก้า แทงหวยแลเล่นการพนันต่าง ๆ ซึ่งจะให้เสียทรัพย์สิ่งสินแก่กัน นอกจากสงกรานต์ 4 วัน ตรุสจีน 3 วันเปนอันขาดทีเดียว…”

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำบัญชีคนในวังหน้าให้เป็นระบบระเบียบเสียใหม่ ป้องกันคนนอกเข้ามากระทำเรื่องเสียหาย เช่น ทำบัญชีบันทึกข้าหลวงในตำหนักนี้มีกี่คน เป็นใครบ้าง จะมาค้างแรมก็ต้องจดบัญชีไว้ เป็นต้น

 


เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 5 สิงหาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป