“4 ยอดหญิงอัปลักษณ์” ใน ปวศ.จีน แต่ทำไมกลับมีชะตาชีวิตดีกว่า “4 ยอดหญิงงาม”

ภาพเขียนไซซี 1 ใน 4 ยอดหญิงงามของจีน (ภาพจาก หนังสือ百女圖 เขียนโดย 廬延光)

หากเล่าวถึง “4 ยอดหญิงงาม” ในประวัติศาสตร์จีน ผู้อ่านจำนวนไม่น้อย สามารถตอบได้ทันทีว่า  ได้แก่ ไซซี, หวางเจาจิน, เตียวเสียน และหยางกุ้ยเฟย แต่ถ้ากล่าวถึง “4 ยอดหญิงอัปลักษณ์” ในประวัติศาสตร์จีน อาจไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร

ทว่า “4 ยอดหญิงอัปลักษณ์” ที่ด้อยเรื่อง “รูปสมบัติ” แต่ “คุณสมบัติ” ของแต่ละนางนั้น ทำให้พวกเธอมีชะตาชีวิตที่ดี พบคู่ครองที่ดี และมีบั้นปลายที่สงบสุข จนไม่แน่ว่าคนสวยอย่าง “4 ยอดหญิงงาม” อาจอิจฉาในความอัปลักษณ์ของพวกเธอก็เป็นได้

4 ยอดหญิงอัปลักษณ์ในประวัติศาสตร์จีน ได้แก่ หมอหมู่, จงหลีชุน, เมิ่งกวง และหญ่วนซื่อ

หมอหมู่ ยอดหญิงอัปลักษณ์คนแรก ในหนังสือซื่อจื่อเจี่ยงเต๋อลุ่น-วิจารณ์คุณธรรมของสี่เมธี กล่าวว่า “หมอหมู่อัปลักษณ์ เกียรติคุณไม่สามารถปิดบังความอัปลักษณ์นั้นได้” ทว่าในกวีนิพนธ์ชุดจิ๋วจาง-เก้าบท บทสีหว่างญื่อ-เสียดายอดีต ของชีว์หยวนกล่าวว่า “ริษยาความหอมหวนดีงาม (ของหญิงงาม) หมอหมู่ใส่จริตคิดว่าตัวเองงาม”

หมอหมู่เลี้ยงไหม สาวใยไหมมาทอผ้าแล้วตัดเย็บเป็นอาภรณ์ ได้รับยกย่องจากคนรุ่นหลังว่าเป็น “ผู้เริ่มเลี้ยงไหม” หวงตี้ [บูรพกษัตริย์ในตำนานของจีน] ได้เธอเป็นชายา ต่อมาก็รบชนะเหยียนตี้ สังหารชืออิ๋ว เพราะมีหมอหมู่เป็นผู้ช่วยเหลือคนสําคัญ

จงหลีชุน สตรีในยุคจั้นกั่ว ประวัติศาสตร์บันทึกว่า “อายุ 40 แล้วยังไม่ได้แต่ง” รูปร่างอัปลักษณ์น่ากลัว กล่าวคือ หน้าผากยุบตาลึก ข้อใหญ่ จมูกรั้งเชิด ลูกกระเดือกโปน คออวบพอก ผมบาง ผิวดําราวกับลงรัก จงหลีชุนเป็นคนอําเภออู๋เอี๋ยน (ไร้เกลือ) แคว้นฉี นั่นเป็นที่ของคำพูดที่ว่า “สาวอู๋เอี่ยน” ที่สื่อความหมายว่า “สาวอัปลักษณ์”

แต่จงหลีชุนมีความรู้ความสามารถ และใส่ใจกิจการของบ้านเมือง เธอเคยไปเฝ้าฉีซวนหวางอ๋องแห่งแคว้นฉี ตําหนิข้อบกพร่องของพระองค์ต่อหน้า ฉีชวนหวางซาบซึ้งใจจึงตั้งเธอเป็นฮองเฮาอัครชายา

เมิ่งกวง บุคคลยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก พงศาวดารราชวงศ์ฮั่นยุคหลัง บทประวัติเหลียงหงบันทึกว่า “อัปลักษณ์หาที่เปรียบมิได้” บ้าง, “อ้วนใหญ่และดํา” บ้าง, “แรงมากสามารถยกครกหินขนาดใหญ่ได้” แต่นั่นก็ไม่ใช่มาตรฐานปกติในการเลือกคู่ของยุคนั้น

ต่อมามีคนมาทาบทามเพื่อสู่ขอเธอ แต่เมิ่งกวงตอบว่า “ต้องแต่งกับเหลียงหง” ซึ่งเป็นหนุ่มรูปงาม มากความสามารถ ผู้คนต่างหัวเราะเยาะว่าเธอไม่เจียมตัว

แต่เหลียงหงมองเห็นจริยาวัตรอันดีงามของเธอจึงสู่ขอมาเป็นภรรยา ต่อมาเมิ่งกวงติดตามเหลียงหงไปเร้นกายปลีกวิเวกอยู่ที่ภูเขาป่าหลิง ทุกวันเธอจะเตรียมอาหารไว้พร้อมสรรพ พอสามีกลับมาก็จะใช้สองมือยกถาดอาหารขึ้นเสมอคิว แล้วนําไปวางไว้ตรงหน้าเหลียงหงด้วยความอ่อนน้อมสูงสุด ต่อมากลายเป็นตำนาน สํานวน “ยกถาดเสมอคิ้ว” ที่โจษขานสดุดีกันไปทั่ว

หญ่วนซื่อ คนยุคราชวงศ์จิ้นตะวันออก เธออัปลักษณ์ขนาดที่ว่า คืนแรกที่สี่ว์อวิน-ปัญญาชนแห่งยุคที่แต่งงานกับเธอเห็นเธอครั้งแรกตกใจจนวิ่งหนีออกจากห้องหอก็แล้วกัน จนเพื่อนพูดเกลี้ยกล่อมสี่ว์อวิ่นจึงกลับเข้าห้องไป แต่ก็ไม่สามารถทนได้ คิดจะวิ่งออกมาอีก

หญ่วนซื่อดึงเสื้อเขาไว้แล้วพูดว่า “อันสตรีมีมาตรฐานวัดอยู่ 4 อย่าง คือ นารีลักษณ์ นารีพจน์ นารีกิจ และนารีธรรม ข้าพเจ้าบกพร่องแต่รูปลักษณ์เท่านั้น มาตรฐานวัดวิญญูชน 100 ข้อ ท่านมีข้อใดบ้าง?”

สี่ว์อวิ่นตอบว่ามีครบทุกข้อ

หญ่วนซื่อกลับค้านว่า “ร้อยมาตรฐานของวิญญูชน ข้อแรกคือคุณธรรม แต่ท่านกลับชอบรูปลักษณ์ไม่ชอบคุณธรรม” สี่ว์อวิ่นละอายมาก และตระหนักได้ว่านางไม่เหมือนกับหญิงทั่วไป คนทั้งสองจึงรักยกย่องกันสืบมาชั่วชีวิต

ขณะที่ 4 ยอดหญิงงามอย่างไซซี, หวางเจาจวิน, เตียวเสี้ยน และหยางกุ้ยเฟย  กลับต้องเป็นบรรณาการ เป็นเครื่องมือทางการเมืองให้กับผู้ชายเพราะความงามของพวกเธอ นี่ไม่ใช่วาสนาของคนอัปลักษณ์ แต่เพราะ”คุณสมบัติ” ของพวกเธอต่างหาก


ข้อมูลจาก

หลี่ฉวนจวินและคณะ (เขียน), ถาวร สิกขโกศล (แปล). 101 คำถามสามก๊ก, สำนักพิมพ์มติชน กรกฎาคม 2556

ถาวร สิกขโกศล. สี่ยอดหญิงงามผู้พลิกประวัติศาสตร์จีน, สำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์, 2544


เผยแพร่ข้อมูลในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 กรกฎาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป