สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงเล่า สมาชิกคณะราษฎรทูล “ไม่นึกว่าจะลําบาก..ถ้ารู้ยังงี้ก็ไม่ทํา”

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉายกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

“หม่อมเจ้ายุธิษเฐียร สวัสดิวัตน์ พระอนุชาและราชเลขานุการในพระองค์ ทรงเล่าถึงพระจริยาวัตรของสมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี ระยะที่มิได้ประชวรว่า พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ทรงตื่นบรรทมประมาณ 8 โมงเช้าและเสด็จเข้าบรรทมอีกประมาณ 4 ทุ่มเศษ โดยจะทอดพระเนตรรายการโทรทัศน์ทุกคืน

หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธ์ ทรงเล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณีทรงโปรดเพลงของไชคอฟสกี้, บัวร์ยัก, บรุนโน และที่ไครสเลอร์แต่งและสีไวโอลินเอง ส่วนทางด้านดนตรีไทยพระองค์จะทรงซอด้วงเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยเฉพาะเพลงราตรีประดับดาว

คุณมยุรี กฤดากรฯ นางสนองพระโอษฐ์ซึ่งคอยรับใช้สนองเบื้องพระยุคลบาทคู่กับหม่อมหลวงประอรมาลากุลมาร่วม 20 ปี กล่าวถึงสมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณีว่า ทรงมีน้ำพระทัยดีมากกับทุก ๆ คน ไม่เคยเห็นพระองค์ท่านทรงกริ้วใครเลย พี่ๆ และทุก ๆ คนรักพระองค์ท่านมาก

ใน “พระราชบันทึกทรงเล่า” สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ทรงกล่าวถึง สมาชิก “คณะราษฎร” บางคนที่เคยก่อการยึดอํานาจเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ว่า

“หลวงประดิษฐ์มนูธรรม พระยามานวราชเสวี เคยไปขอเฝ้าบอกว่า ข้าพระพุทธเจ้าตอนนั้นยังเด็ก คิดอะไรหัวมันรุนแรงเกินไป ไม่นึกว่าจะลําบากยากเย็นถึงเพียงนี้ ถ้ารู้ยังงี้ก็ไม่ทํา ฉันก็ไม่ว่าอะไรเขา เรื่องมันแล้วไปแล้ว ไม่เคยเก็บมาคิดอะไร..”

นี่คือน้ำพระทัยอันเปี่ยมเมตตาและพร้อมที่จะให้อภัยของสมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7

อ่านเพิ่มเติม“เข้าไปตายก็ไม่เป็นไร ต้องมีศักดิ์ศรีมีสัจจะ” สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ตรัสตอบร.7

สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณีทรงโปรดการกีฬาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์โดยเริ่มจากแบดมินตันเทนนิสและกอล์ฟ ทรงออกกําลังพระวรกายอยู่เสมอทั้งยังทรงโปรดธรรมชาติและชีวิตกลางแจ้งอย่างเป็นพิเศษ ทําให้พระองค์ทรงเป็นผู้มีพระพลานามัยแข็งแรง

แต่ด้วยธรรมชาติแห่งสังขารที่ต้องเสื่อมไปตามธรรมดา พ.ศ.2518 ขณะทรงมีพระชนมายุได้ 71 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณีทรงมีอาการประชวรด้วยพระโรคความดันโลหิตสูงและเส้นโลหิตในสมองตีบ ต้องทรงอยู่ภายใต้การดูแลของนายแพทย์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

พ.ศ.2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯตั้งคณะแพทย์โดยมีศาสตราจารย์ นายแพทย์วีกิจ วีรานุวัตต์ เป็นหัวหน้า เพื่อดูแลพระอาการ และหลังจากนั้นอีก 2 ปี คือใน พ.ศ.2526 ต้องเสด็จฯ ไปทรงรักษาในโรงพยาบาลอยู่ระยะหนึ่งจึงได้เสด็จฯ กลับมาประทับ ณ วังศุโขทัยตามเดิม

พระราชกรณียกิจ ระหว่างประชวร

ระหว่างที่ประชวรอยู่นี้ สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี ต้องทรงงดเสด็จฯออกงานต่าง ๆ และต้องทรงงดกีฬากอล์ฟซึ่งเคยทรงอยู่เป็นประจํา แต่ก็ทรงประกอบพระราชกรณียกิจบางประการอยู่บ้าง เช่น ทรงบําเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสงฆ์ในโอกาสต่าง ๆ พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันกอล์ฟ ทรงประกอบพิธีสมรสพระราชทานแก่ลูกหลานข้าราชบริพารซึ่งขอพระราชทานมา โปรดเกล้าฯให้บุคคลและคณะบุคคลเข้าเฝ้าฯเป็นครั้งคราว และยังโปรดทรงสวนอยู่เสมอ

พระราชกิจประจําวันในช่วงเวลาที่ทรงพระประชวรนี้เป็นไปดังที่ข้าราชบริพารผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทเล่าว่า ปกติจะตื่นบรรทมเวลา 08.00 น. และเสด็จเข้าเวลาประมาณ 22.00 น.

เสด็จพระราชดําเนินได้นิดหน่อยบนพระตําหนัก พอถึงเวลาเย็นก็จะทรงรถเข็นเปลี่ยนพระอิริยาบถทอดพระเนตรต้นไม้เป็นเวลาประมาณ 45 นาที เมื่อมีผู้เข้าเฝ้าฯ รับสั่งได้น้อยกว่าเดิมทั้งที่เคยรับสั่งเก่งกับผู้ใกล้ชิด

วันที่ 22 พฤษภาคม 2527 วันเสด็จสวรรคต

หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ กล่าวทางสถานีวิทยุ ททบ.เมื่อเช้าวันที่ 23 พฤษภาคม 2527 ว่า

“สองวันมานี้ทรงเจ็บแถบ ๆ พระนาภี หมอมาตรวจก็ลงความเห็นว่า ถุงน้ำดีอักเสบ ไม่มีพระอาการอะไรเป็นสิ่งบอกเหตุว่าจะทรงจากไปอย่างกะทันหันปัจจุบันทันด่วนอย่างนี้ พอหมอกลับไปแล้วก็บรรทมหลับ ครั้นตื่นบรรทมพยาบาลถวายน้ำส้ม ถวายน้ำซุป อาหารอ่อน ๆ ทรงอาเจียนออกมา พอทรงอาเจียนออกมาแล้วก็พับไป สิ้นพระชนม์ในตอนนั้นเลย”

สํานักพระราชวังแถลงในประกาศ “สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 สวรรคต” ว่า

“สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ประชวรสวรรคตด้วยพระหทัยวายโดยพระอาการสงบ วันที่ 22 พฤษภาคม 2527 เวลา 15 นาฬิกา 50 นาที ณ พระราชตำหนักวังศุโขทัย”

ทรงพระชนมายุ 79 พรรษา 5 เดือน 1 วัน


หมายเหตุ: คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “พระจริยาวัตรงามพร้อม ณ.สวนบ้านแก้ว” ในหนังสือ พระผู้เพิ่งจากไป ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป