“ครูบาคติใหม่” การอ้างอิงจากบารมีและศรัทธาของ “ครูบาศรีวิชัย”

ครูบาศรีวิชัย (พ.ศ. 2421-81)

คติความเชื่อหนึ่งในวัฒนธรรมด้านศาสนาท้องถิ่นล้านนาคือ ภาพของโพธิสัตว์ถูกแทนที่ด้วยลักษณะของพระสงฆ์ที่ปฏิบัติตามฐานคติความเชื่อทางวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัดพระสงฆ์ผู้มีบารมีเหล่านั้นจะถูกขนานนามว่า “ตนบุญ”

“ตนบุญแห่งล้านนา” คือ การเรียกขานอย่างยกย่องแก่ครูบาศรีวิชัย (พ.ศ. 2421-81) พระสงฆ์ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของภาคเหนือทั้งทางการเมืองและการศาสนา

ครูบาศรีวิชัยเดินทางกลับจากในการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ (ภาพจากประวัติย่อและผลงานของครูบาศรีวิชัย : สำนักพิมพ์ช้างเผือก)

ดังนั้นใน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ครบ 80 ปี การมรณภาพของครูบาศรีวิชัย และ 140 ปี ชาตกาลของท่าน จึงเป็นวาระที่สำคัญสำหรับผู้คนในภาคเหนือ หลายหน่วยงานได้จัดกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมทางวิชาการ เพื่อร่วมรำลึกถึงครูบาศรีวิชัย

ขณะเดียวกันก็พบว่า “พระสงฆ์” จำนวนหนึ่งที่พยายามเชื่อมโยงและอ้างอิงตัวเองกับภาพลักษณ์ครูบาศรีวิชัยเป็นภาพลักษณ์ของตัวเอง ที่รู้จักกันทั่วไปในภาคเหนือว่า “ครูบาอุ๊กแก๊ส” หรือ “ครูบาคติใหม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ณัฐพงศ์ ดวงแก้ว ได้ศึกษาค้นคว้าทำเป็นวิทยานิพนธ์ชื่อ “การศึกษากระแส ‘ครูบาคติใหม่’ ในภาคเหนือของไทย พุทธทศวรรษ 2530-2550เมื่อนำมาปรับเป็นบทความชื่อ 140 ปีชาตกาลครูบาศรีวิชัย : จากครูบาศรีวิชัยสู่กำเนิด ‘ครูบาคติใหม่ ในปัจจุบัน เผยแพร่ในนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เนื้อหาจึงเข้มข้นและหนักแน่นในหลักฐาน

บทบาทสำคัญของครูบาศรีวิชัยที่สร้างศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนล้านนาที่ผ่านมา ผู้เขียน (ณัฐพงศ์ ดวงแก้ว) สรุปเป็น 2 ประเด็นสำคัญ คือ

  1. บทบาทในทางพุทธศาสนาและความเชื่อท้องถิ่น ครูบาศรีวิชัยท่านมีวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัดกว่าพระสงฆ์ทั่วไป เช่น การฉันอาหารมื้อเดียวและเว้นการฉันเนื้อสัตว์ ให้ความสำคัญกับการถือสันโดษและศีลวินัย การก่อสร้างและบูรณะพุทธสถานที่สำคัญๆ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือมากมาย (เช่น พระธาตุดอยสุเทพ-เชียงใหม่ พระธาตุดอยตุง-เชียงราย พระธาตุหริภุญชัย-ลำพูน ฯลฯ) ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นลักษณะเด่นที่ทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อตัวครูบาศรีวิชัย ซึ่งสัมพันธ์กับแนวคิดเรื่องการกำเนิดตนบุญหรือพญาธรรมิกราช ที่เชื่อกันว่าจะลงมาช่วยค้ำจุนพระพุทธศาสนา
  2. บทบาทในทางการเมือง แรงศรัทธาของประชาชนที่มีต่อครูบาศรีวิชัยจำนวนมาก เกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนของอำนาจรัฐ ที่พยายามผนวกอาณาจักรล้านนาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยาม และคณะสงฆ์กลาง ในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงมีการออกพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 โดยกำหนดให้พระสงฆ์ฝ่ายปกครองต้องได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง เปลี่ยนโครงสร้างการปกครองสงฆ์ท้องถิ่นใหม่ พระอุปัชฌาย์ที่สามารถบวชให้กับผู้คนได้ต้องแต่งตั้งจากส่วนกลาง นั่นทำให้ครูบาศรีวิชัยเป็นอุปัชฌาย์เถื่อนในทันที
ครูบาศรีวิชัยคณะลูกศิษย์และประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธาที่แผ้วถางป่าดง (ภาพจากประวัติย่อและผลงานของครูบาศรีวิชัย : สำนักพิมพ์ช้างเผือก)

เพราะสยามเองก็ว่าด้วยบารมีของท่านจะทำให้เกิดการซ่องสุมผู้คน ตั้งตนเป็นผีบุญต่อสู้กับอำนาจรัฐเช่นที่เกิดในพื้นที่อีสาน และด้วยลักษณะของการเป็นตนบุญของครูบาศรีวิชัยจึงทำให้ท่านถูกเพ่งเล็งจากรัฐบาลสยาม จนต้องอธิกรณ์ข้อกล่าวหาว่า อ้างตนเป็นผู้วิเศษด้วยมนต์คาถาพยายามตั้งตนเป็นผีบุญ ซ่องสุมผู้คนและไม่ยอมปรองดองกับคณะสงฆ์

ด้วยคุณูปการที่โดดเด่นของครูบาศรีวิชัยในอดีต ทำให้ท่านเป็นตัวแทนพลังทางสังคมของวัฒนธรรมล้านนาในการต่อรองอำนาจรัฐ และกลายเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญทางพุทธศาสนาแบบล้านนาสู่การเป็นตัวอย่างให้พระสงฆ์ในปัจจุบันที่พยายามปฏิบัติตามภาพลักษณ์ของครูบาศรีวิชัย

การค้นคว้าของ ณัฐพงศ์ ดวงแก้ว พบว่า ตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา เริ่มมีการก่อตัวของคติความเชื่อเรื่องครูบาในแบบใหม่เกิดขึ้น จากกระแสการผลิตซ้ำและการสร้างภาพลักษณ์แบบครูบาศรีวิชัย

ความเป็นครูบาศรีวิชัยถูกนำมาลอกเลียนแบบเพื่อเป้าหมายใหม่ ด้วยวิธีการคัดลอกและสร้างภาพลักษณ์ จะมีหลักๆ ด้วยกัน 4 ประการ คือ การให้ภาพลักษณ์ของการเป็นตนบุญผู้วิเศษ การให้ภาพลักษณ์การเป็นพระนักพัฒนา การให้ภาพลักษณ์ของการเป็นพระผู้ธำรงรักษาความเป็นจารีตล้านนา และการให้ภาพลักษณ์ในการแต่งกาย

พระสงฆ์ในปัจจุบันหลายรูปพยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ของตนเองเข้ากับครูบาศรีวิชัย ด้วยการคัดลอกลักษณะคุณสมบัติครูบาศรีวิชัยสู่ครูบาคนใหม่

เช่น การกล่าวถึงมุขปาฐะของครูบาศรีวิชัยที่เคยกล่าวไว้ว่า “หากน้ำปิงไม่ไหลย้อนขึ้นทางเหนือ  จะไม่ขอกลับไปเหยียบแผ่นดินเชียงใหม่” มีพระสงฆ์บางรูปใช้เชื่อมโยงตนเองกับครูบาศรีวิชัยในลักษณะว่าครูบาศรีวิชัยกลับมาเกิดใหม่ เพราะวันเกิดของพระสงฆ์รูปนั้น (20 กุมภาพันธ์ 2508) ตรงกับวันมรณภาพของครูบาศรีวิชัย (20 กุมภาพันธ์ 2481) [อ่านเพิ่มเติม: ไขปริศนาวันเวลาที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยมรณภาพ 20 กุมภาพันธ์, 21 กุมภาพันธ์ หรือ 22 มีนาคม?] โดยนำเอาเรื่องการสร้างเขื่อนภูมิพลที่แล้วเสร็จในปี 2507 ทำให้แม่น้ำปิงไหลท่วมย้อนกลับไปทางเหนือได้ เป็นเหตุผลให้การกลับชาติมาเกิดจึงเป็นปี 2508

ภาพการเลียนแบบลักษณะการแต่งกายของครูบาศรีวิชัย

นอกจากนี้ยังมีการสร้างภาพทดแทนลักษณะครูบาศรีวิชัย ทั้งทางรูปธรรมและนามธรรมแทน เช่น หนังสือ เพลง อนุสาวรีย์ ภาพถ่าย เครื่องราง เป็นต้น

การผลิตซ้ำของสิ่งเหล่านี้เป็นการตอกย้ำความคงอยู่ ทั้งตัวตน ชื่อเสียง ของครูบาศรีวิชัย

วันนี้แม้ครูบาศรีวิชัยมรณภาพกว่า 80 ปี หากความเคารพศรัทธาของผู้คนทั้งในอดีตยังไม่จางหาย ครูบาศรีวิชัยยังมีอิทธิพลและเป็นตัวแทนของการสู้เพื่อธำรงรักษาจารีตสงฆ์ล้านนา  เป็นตัวแทนความหมายของการเป็น “ครูบา” ในการรับรู้ของผู้คนในปัจจุบัน นั่นแสดงให้เห็นว่าสังคมล้านนายังคงมีความคิดที่ผูกติดกับจารีตเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าครูบาศรีวิชัยยังคงเป็นผู้กุมความศรัทธาของวัฒนธรรมล้านนา และนี้คือ “ครูบาแบบคติใหม่” ซึ่งเป็นบางส่วนในการให้ความหมายของครูบาคติใหม่ สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2562

ปกศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2562

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 12 มกราคม พ.ศ.2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป