ฮาวทูทิ้ง เกือบร้อยปีก่อน รัฐขนขยะทิ้งสระในสวนลุมพินี ฝรั่งย้ายหนี-ถม 2 ปีกว่าจะเต็ม

ดัดแปลงจากภาพการ์ตูนล้อเลียนกองขยะเหม็นเน่า หนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ วันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2464 และภาพสื่อของภาพยนตร์ "ฮาวทูทิ้ง" จาก Facebook/happyoldyearmovie

ปัญหามลภาวะทางอากาศเป็นปัญหาสำคัญในช่วงนี้ของกรุงเทพฯ ในอดีตกรุงเทพฯ ก็ประสบกับปัญหามลภาวะทางอากาศ?

นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม 2562 บทความ “นาสิกประสาตภัย” : ประวัติศาสตร์ของกลิ่นเหม็นในเมืองกรุงเทพฯ โดย ผศ.ดร.นิภาพร รัชตพัฒนากุล ได้นำเสนอข้อมูลประวัติศาสตร์ “ความเหม็น” ของกลิ่นต่างๆ ที่ล่องลอยอยู่ในกรุงเทพฯ “กลิ่นเหม็น” ของพระนครในเวลานั้นล่องลอยมาจากต้นตอใดกันบ้าง

หนึ่งในกลิ่นต่างๆ คือ “กลิ่น” จากขยะและน้ำเสีย

ขยะและน้ำเสียเป็นปัญหาที่สำคัญของกรุงเทพฯ ข้อมูล พ.ศ. 2441 บันทึกไว้ว่า ใน 1 วันเจ้าหน้าที่เหล่านี้สามารถรวบรวมขยะได้ประมาณ 13 ตัน และจากบันทึกในอีก 20 ปีต่อมา ราว พ.ศ. 2460-65 หลังจากขยายเขตสุขาภิบาลครอบคลุมพื้นที่สำเพ็ง เยาวราช ปริมาณขยะที่เก็บได้ต่อวันเพิ่มขึ้นเป็น 155 ตัน ขยะเหล่านี้จะถูกนำไปถมตามคูคลองหรือพื้นที่ที่เป็นหลุมบ่อหรือที่ลุ่มที่ต่ำในแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยต่างๆ

การทำลายขยะด้วยวิธีการนำไปถมตามจุดต่างๆ ในพระนครนั้นเป็นวิธีการที่เจ้าหน้าที่สุขาภิบาลชาวต่างชาติไม่เห็นด้วย แต่จากเหตุผลการขาดแคลนงบประมาณและความต้องการถมที่ลุ่มที่ต่ำภายในพระนครทำให้ยังคงใช้วิธีการนี้ต่อไป แต่เมื่อชุมชนที่อยู่อาศัยขยายตัวออกไป การนำขยะไปเทถมไม่ว่าจะที่ไหนล้วนแต่รบกวนราษฎรที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้นๆ เช่น เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 2460 ขยะที่รวบรวมได้จากตอนเหนือของพระนครถูกนำไปถมบริเวณถนนราชดำเนิน ส่วนขยะจากตอนกลางของพระนครเอาไปถมที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และขยะจากตอนใต้ของพระนครเอาไปถมที่วัดดอน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชุมชนในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก

เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต หนึ่งในผู้เดือดร้อน “จมูกส่วนน้อย” จากกลิ่นเหม็นจากขยะ

ตัวอย่างเช่น เมื่อ พ.ศ. 2470 ฝรั่งที่อาศัยอยู่บริเวณถนนวิทยุเดือดร้อนเข้าชื่อกันแจ้งว่ากรมนคราทรได้ขนขยะไปเทที่สระใหญ่ในสวนลุมพินีริมถนนวิทยุด้านตะวันออกตอนเหนือ น้ำในสระเน่าเหม็นมีลูกน้ำอยู่เต็ม โดยปิดทางน้ำไว้ไม่ให้ไหลลงคลองอย่างเก่า แล้วสระนี้ใหญ่มากเอาขยะมาถม 2 ปีกว่าจะเต็ม พวกฝรั่งจึงย้ายหนีไปหลายคนรวมทั้งเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิตตัวแทนผู้เขียนจดหมายร้องเรียนก็ต้องย้ายออก

เมื่อถามไปยังกรมนคราทรได้รับคำอธิบายว่าเป็นส่วนหนึ่งของเยเนอราลแปลน (general plan) เพื่อสร้างสนามโปโล แต่เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิตสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะไม่มีที่ทิ้งขยะ เพราะที่ดินในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อหน้าฝนรถเข้าไปไม่ได้ ต่อมามีจดหมายชี้แจงมาจากเสนาบดีมหาดไทยบอกว่า

ได้พิจารณาเป็นอย่างดีแล้วถึงได้เอาขยะไปทิ้งที่สวนลุมพินี แล้วคนที่โดนกลิ่นเหม็นจากลมขยะก็ถือว่าเป็นจมูกส่วนน้อย แต่บังเอิญเป็นจมูกเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต และฝรั่ง…

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยคลิกที่ลิงก์ “นาสิกประสาตภัย” : ประวัติศาสตร์ของกลิ่นเหม็นในเมืองกรุงเทพฯ จากช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลที่ 7 อันมีทั้งขยะ น้ำเสีย และสิ่งปฏิกูล

อ่านเนื้อหาฉบับสมบูรณ์จากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนมกราคม 2562


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป