กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงรอดถูกวางยา? ไม่ทรงเล่าให้พระธิดาเพราะกลัวเกลียดกันถึงลูกหลาน

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

การใช้ชีวิตอยู่ในราชสำนักในไทยได้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทและเป็นที่โปรดปรานเป็นพิเศษใช่ว่าจะเป็นเพียงเรื่องมงคลแก่ชีวิตเท่านั้น บางแง่มุมอาจทำให้ต้องระวังตัวมากขึ้นไปด้วย หากพิจารณาจากบันทึกเหตุการณ์ที่หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ทรงนิพนธ์บันทึกเรื่องราวครั้งสมเด็จกรมพระยาเทววงษ์ และสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ถูกเชิญไปดินเนอร์แล้วพบเหตุการณ์ที่อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นการ “วางยาพิษ”

หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นพระอนุวงศ์ฝ่ายในที่มีโอกาสถวายการรับใช้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าเป็นฝ่ายในที่รู้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ ในราชสำนักพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวอันแวดล้อมไปด้วยข้าราชบริพารและพระราชวงศ์

ม.จ.พูนพิศมัย ทรงบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่พบเห็นในงานนิพนธ์หลายชิ้น ข้อมูลที่บอกเล่าในงานนิพนธ์ยังเป็นแหล่งอ้างอิงเปรียบเทียบเหตุการณ์ต่างๆ ได้พอสมควร เช่นเดียวกับงานนิพนธ์เรื่อง “พระราชวงศ์จักรี” ที่มีเนื้อหาตอนหนึ่งบอกเล่าเรื่องราวในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเกี่ยวเนื่องกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดา

เนื้อหาส่วนหนึ่งในบทนิพนธ์ในตอน “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6” บอกเล่าสภาพความสัมพันธ์ในสังคมข้าราชบริพารได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งยังน่าหวาดเสียวเล็กน้อย เมื่อม.จ.พูนพิศมัย ทรงเล่าถึงเรื่อง “สมเด็จกรมพระยาเทววงษ์” (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4) และเสด็จพ่อ (กรมดำรงฯ) ถูกเชิญไปดินเนอร์แล้วประสบเหตุที่เชื่อว่าเป็นการวางยาพิษ

(จากซ้าย) สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา และหม่อมเจ้าหญิงพัฒนายุ
ดิศกุล ถ่ายที่เมืองบันดุง วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2477

ม.จ.พูนพิศมัย ทรงเล่าว่า คืนหนึ่ง “สมเด็จกรมพระยาเทววงษ์ฯ” เสด็จไปดินเนอร์องค์เดียว ถึงเวลาดื่มให้พร ท่านทรงเห็นของขุ่นๆ อยู่ก้นถ้วยเหล้า จึงทรงหยุดดื่ม และแค่จิบๆ

เนื้อหาส่วนนี้ไม่ได้ลงรายละเอียดชัดเจนว่าเป็นงานอะไร และจัดเมื่อใด แต่ระบุว่า งานนี้เผอิญถวายถ้วยงาพิเศษกลับมาวังด้วย ท่านจึงทรงเทออกตรวจดูกับพระยาพิพัฒน์โกษา (Xavier : เซเรสติโน ซาเวียร์ เชื้อสายโปรตุเกสแต่เกิดในไทย จบการศึกษาจากอังกฤษและกลับมารับราชการกระทรวงการต่างประเทศ) จึงเห็นว่าที่ขุ่นคือแก้วบดละเอียด ท่านทรงพระสรวลว่ายังไม่ถึงที่ตาย แต่เรื่องนี้ทำให้พระยาพิพัฒน์โกษา โกรธมาก ขอให้กราบบังคมทูล แต่ “สมเด็จกรมพระยาฯ” ไม่ยอมทรงทูล

พระยาพิพัฒน์ฯ จึงเขียนจดหมายส่วนพระองค์กราบทูลด้วยพระองค์เอง เนื้อหาในจดหมายเล่ารายละเอียดเพิ่มเติมว่า อีก 2 วันจะเลี้ยงเสด็จพ่อ (กรมดำรงฯ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีลายพระราชหัตถ์ด่วนมาถึงกรมพระยาดำรงราชานุภาพให้ระวังตัว

เมื่อถึงวันได้รับเชิญไปเสวยก็ทรงจิบแล้วนำถ้วยนั้นกลับมา หลังจากนั้นมา กรมพระยาดำรงราชานุภาพไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้ต่อม.จ.พูนพิศมัย แต่ท่านทรงทราบเรื่องจากโอรสของสมเด็จกรมพระยาเทววงษ์ฯ (หม่อมเจ้าอนันตนรไชย เทวกุล โอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ)

ม.จ.พูนพิศมัย ทรงนิพนธ์เหตุการณ์หลังจากไปเสวยไว้ว่า

“วันหนึ่งเมื่อกำลังจัดมิวเซียม เราเดินตามเสด็จพ่อไปที่ห้องของพระสาสนาต่างๆ, เห็นในตู้หนึ่งมีถ้วยงาก้นถ้วยด่างขาววางอยู่กับถ้วยอื่นๆ ข้าพเจ้ายืนอยู่ตรงนั้นนานก็เพอินเห็นเข้า, และพูดกับน้องขึ้นว่า-‘แน่ะ ถ้าจะถ้วยใบนั้นเอง!’ เสด็จพ่อทรงได้ยิน, ก็หันมาถามว่า-‘เธอว่าถ้วยอะไร?’

ข้าพเจ้ารู้เรื่องมาจากลูกสมเด็จกรมพระยาเทววงษ์ฯ แต่ไม่เคยได้ยินเด็จพ่อตรัสเล่าเรื่องนี้เลย, จึงเดาได้ว่าท่านปิด! ก็หัวเราะทูลตอบไปว่า-‘หม่อมฉันรู้แล้วจากชายเติม (หม่อมเจ้าอนันตนรไชย เทวกุล โอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ)’

ท่านเลยหันไปสั่งหลวงบริบาลฯ Curator (หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ หรือป่วน อินทุวงศ์ บรรณารักษ์หอพระสมุดสำหรับพระนครและภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานพระนคร) ว่า ‘เก็บถ้วยใบนั้นเสียเถิด, เพราะไม่สำคัญอะไร’ กลับมาถึงบ้านแล้ว, เราจึงพูดกันต่อไปว่าไม่นึกเลยว่าเป็นเรื่องจริง. เสด็จพ่อก็ตรัสว่า-‘พ่อไม่เล่าให้ลูกฟัง, ก็เพราะกลัวว่าจะไปเกลียดชังกันต่อไปถึงลูกหลาน, ให้เป็นเวรเป็นกรรมเปล่าๆ. พ่อก็ไม่เจ็บไม่ปวด และไม่ตาย, เรื่องมันแล้วมาแล้วก็ให้แล้วกันไปเถิด.’

ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นเด็จพ่อทรงเกลียดชังใครตั้งแต่เกิดมา, แม้คนที่รู้กันดีอยู่ว่าเกลียดท่านๆ ก็เข้าไปนบนอบแสดงไมตรีจากพระทัยจริงๆ จนบางครั้งเราเด็กๆ เดือดร้อนทนไม่ได้, แต่ท่านตรัสอธิบายว่า-‘เวรย่อมระงับด้วยการไม่มีเวร'”


อ้างอิง:

พูนพิศมัย ดิศกุล, หม่อมเจ้า, พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น สมัยรัชกาลที่ 6). กรุงเทพฯ : มติชน, 2561


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป