สมัยอยุธยาไม่มี ไม้ตรี ( ๊ ) ไม้จัตวา ( ๋ ) และวรรณยุกต์ไม่ได้แปลว่าผันเสียง

ในตำราภาษาไทยเราไม้เอก (  ่ ) คือเครื่องหมายผันเสียง มีคู่กันมากับไม้โท (  ้ ) แต่สมัยอยุธยา มี 2 อันเท่านี้ในสมัยนั้น และเรียก “พิน”

ไม้เอกเรียก “พินเอก”
ไม้โทเรียก “พินโท”

ดังปรากฏดังตำราจินดามณี : –

    “เปนเสมียนรอบรู้               วิสัญช์
พินเอกพินโททัณฑ                ฆาตคู้
ฝนทองอีกฟองมัน                 นฤคหิต 
แปดสิ่งนี้ใครรู้                      จึงให้เป็นเสมียน”

มาในสมัยรัตนโกสินทร์มีเพิ่มเข้ามาอีก 2 อัน คือ ไม้ตรี (  ๊ ) ไม้จัตวา (  ๋ ) ดังปรากฏในคัมภีร์จินดามณีที่ชำระใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ :-

       อักษรทั้งสามหมู่              กำหนดรู้ซึ่งวาจี
สูงต่ำผันพาที                         แต่สามเสียงสำเนียงหัน
       หมู่กลางนั้นผันห้า            เพราะจัตวาไม้ตรีอัน
กอบกับประดับกัน                  จึงแบ่งเบญจบรรหาร”

มาสมัยหลังนี้เราเรียก “วรรณยุกต์” ก็เพราะในมูลบทบรรพกิจท่านจัดไว้ในหมู่วรรณยุกต์

วรรณยุกต์ ไม่ได้แปลว่าผันเสียง แต่แปลว่าประกอบอักษร มูลบทกล่าวว่า :-

“วรรณยุกต์ทั้ง 13 คือ ไม้เอก, ไม้โท, ไม้ตรี, ไม้จัตวา, กากบาท,-ตีนกา, ฝนทอง, ฟองมัน, วิสัญชนี, ทัณฑฆาต, ไม้ไต่คู้, นิคหิต-นฤคหิต, โคมูตร, มุสิกทันต์-ฟันหนู, หางกังหัน-หันอากาศ-ไม้ผัด”

จะเห็นว่าเครื่องหมายผันเสียงมีอยู่ 4 ไม้เท่านั้นในบรรดาวรรณยุกต์ 13 ซึ่งเป็นเครื่องหมายอื่น ๆ รวมทั้งวิสัญชนีคือ สระ ะ


(คัดลอกส่วนหนึ่งจากบทความ “ไม้เอก ( ่ ) คืออะไร” เขียนโดย ภาษิต จิตภาษา ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ธันวาคม 2551)

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป