เจ้าพระยาพระคลัง(หน) อ่านหนังสือหลอก ร.1

แสดงการเขียนหนังสือให้เจ้านาย ภาพถ่ายราวยุค 2400 หรือราวสมัย ร.4-ต้น ร.5 จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ BW-1251-002

วันหนึ่ง ร.1 ทรงมีพระราชดำรัสให้เจ้าพระยาพระคลัง(หน บุญ-หลง) มหากวี และขุนนางใหญ่ร่างสาส์นตราฉบับหนึ่ง

เจ้าพระยาพระคลังหนรับรับสั่งแล้วก็ไปลืมเสีย

ต่อมาอีกสองสามวัน ร.1 ตรัสเตือนว่าโปรดให้ร่างสาส์นตรา จนป่านนี้ยังไม่แล้วอีกหรือ เจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตกใจ ลนลานหยิบสมุดออกมาพลิกอ่านร่างถวาย

ร.1 ตรัสว่าดีแล้ว แต่จะต้องแก้สักแห่งสองแห่ง แล้วทรงยื่นพระหัตถ์ออกไปรับสมุดมาทอดพระเนตร….

ปรากฏว่าเป็นสมุดเปล่าทั้งเล่ม ไม่มีตัวหนังสือเลย !!!

จึงทรงเอาสมุดฟาดหัวเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตรัสว่าให้ไปเขียนมาใหม่ ให้เหมือนกับที่อ่านปากเปล่าถวาย ถ้าไม่เหมือนจะลงพระราชอาญา (เจ้าพระยาพระคลังมีปฏิภาณ แต่ท่า ร.1 จะทรงมีปฏิภาณกว่า อาจทรงรู้ทัน !! -เอนก)

เจ้าพระยาพระคลัง(หน) กลับไปเขียนร่างสารตราลงในสมุดเล่มเดียวกันแล้วนำกลับไปอ่านถวาย

ทรงฟังตลอดแล้วตรัสว่าเหมือนกันกับที่อ่านถวายปากเปล่า เป็นอันว่าแก้ตัวพ้นโทษได้

เกร็ดเรื่องนี้อยู่ในหนังสือชื่อ “สามกรุง” พระนิพนธ์ของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เจ้าของนามแฝง น.ม.ส. (น.ม.ส.ย่อมาจากตัวท้ายของพระนามเดิม พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส อดีตรองเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์) แต่งเมื่อ พ.ศ.2487

ให้ดูในช่วงคำอธิบายศัพท์ท้ายเล่มเฉพาะเรื่องนี้ข้อที่ 160 หน้า 384 ของฉบับพิมพ์พ. ศ. 2495 สำนักพิมพ์ชัยฤทธิ์

เจ้าพระยาพระคลัง(หน) เกิดในสกุล บุญ-หลง ขุนนางเก่า (ขี้เกียจไล่ที่มา – เดี๋ยวจะงง) เป็นบุตรของเจ้าพระยาสุรบดินทร์สุรินทรฦาชัย(บุญมี) กับท่านผู้หญิงเจริญ

เกิดเมื่อใดไม่ทราบ ถึงอสัญกรรมในรัชกาลที่ 1 เมื่อปีฉลูพ.ศ 2348 หรือเมื่อ 213 ปีมาแล้วนับจาก พ.ศ.2561

หน้าตาอย่างไรไม่ทราบ เพราะท่านตายก่อนมีการถ่ายรูป ไม่มีใครปั้นรูป หรือวาดรูปท่านไว้เลยแม้จากจินตนาการจนถึงปัจจุบัน

หนังสือชีวประวัติเจ้าพระยา โดย ณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม สำนักพิมพ์บันดาลสาส์น พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2517 หน้า 26 กล่าวว่า นามท่านคือ หน หรือหนทาง ไม่บอกที่มา ไม่รู้ว่ารู้มาจากไหน

ได้เป็นหลวงสรวิชิต ในสมัยพระเจ้าตากสิน

ได้เคยโดยเสด็จ ร.1 ในการสงครามมาแต่ก่อน แสดงว่าใกล้ชิดกับ ร.1 แน่ๆ

โดยทั่วไปเรารู้จักเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ในฐานะผู้อำนวยการแปลเรื่อง สามก๊ก จากจีนเมื่อสมัย ร.1….

สามก๊กของแท้ฉบับแรกเลยนะครับ รีบไปหามาอ่านเสีย ถ้ามากขึ้นอีกนิดก็รู้ว่านอกจากสามก๊ก ท่านยังเป็นกวีคนสำคัญ

ผู้แต่งกากีกลอนสุภาพ ลิลิตเพชรมงกุฎ เพลงยาวเล่นว่าความ กลอนจารึกเรื่องสร้างภูเขาวัดราชคฤห์ ที่ตลาดพลู ธนบุรี

ซึ่งแต่ละเรื่องต้องใช้เวลาอ่าน ต้องอ่านอย่างช้าๆ และต้องเจอศัพท์ยากๆ จงพยายามอ่านเถอะ ส่วนผมอ่านบ้างไม่อ่านบ้าง !

หนังสือเรื่องตั้งเจ้าพระยากรุงรัตนโกสินทร์ พระนิพนธ์กรมพระสมมตอมรพันธุ์ และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ อ้างหนังสือเรื่อง “ลำดับเสนาบดี” ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์-ขำบุนนาค (หนังสือชื่อนี้ผมไม่เคยเห็นหน้าตา)

กล่าวว่าเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เดิมเป็นหลวงสรวิชิตนายด่านเมืองอุทัยธานี

เข้ามารับราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี เป็นคนสวามิภักดิ์ ร.1 ในฐานะข้าหลวงเดิม (แปลว่าคนที่พระเจ้าแผ่นดินเคยใช้สอยมาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน)

ทำราชการกับเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ (พ.ศ. 2289-2349) ลูกคนโตของพี่สาว ร.1

เป็นคนเอากิจราชการสอดหนังสือลับไปถวาย ร.1 (ขณะเป็นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ออกไปรบเขมร พ.ศ. 2323-2325 ) ถึงด่านพระจาฤก หรือจารึกซึ่งอยู่ในแถบ จ.สระแก้ว เดี๋ยวนี้

พอเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ศึกกลับจากเขมรก็ได้ออกไปรับเสด็จถึงทุ่งแสนแสบ (พ.ศ.2325)

มีความชอบหลายอย่าง ทั้งมีฝีปากเรียบเรียงหนังสือดี

ต่อมา ร.1 จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นพระยาพิพัฒน์โกษา แล้วเลื่อนเป็นเจ้าพระยาโกษาธิบดี หรือเจ้าพระยาพระคลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใหญ่มาก

เจ้าพระยาพระคลัง(หน) แม้จะมีบุตร (ลูกชาย) มาก แต่ก็ไม่ได้ทำราชการ

เท่าที่ทราบชื่อคือนายเกตุ กับนายทัด เป็นจินตกวี (ไม่รู้แต่งอะไรบ้าง)

และเป็นครูพิณพาทย์ ไม่มีรายละเอียดขยายความ

ส่วนบุตรหญิงที่ปรากฏคือเจ้าจอมมารดานิ่มในรัชกาลที่ 2

เจ้าจอมมารดานิ่มนี้เป็นแม่ของ พระองค์เจ้าชายมั่ง หรือสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร (ต้นสกุล เดชาติวงศ์) ที่แต่งหนังสือโคลงโลกนิติ, นิราศเสด็จไปทัพเวียงจันทน์, ฉันท์กล่อมช้าง และอื่นๆ

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป